The Wondering Earth เมื่อเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองน้ำแข็ง

หลิวล่างตี้ฉิว (流浪地球) หรือ The Wondering Earth ภาพยนตร์จีนที่ทำรายได้รวมทั่วโลกติดอันดับต้น ๆ ของปี 2019 (ตอนที่ GoNeverStop เขียนบทความนี้รายได้อยู่ที่อันดับ 11 ของ Box Office Mojo)

Waitan

พื้นที่บริเวณรอบแม่น้ำหวงผู่หนึ่งในฉากหลังของเรื่อง The Wondering Earth

ฉากหลังที่เห็นได้ชัดของเรื่องเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ (Shanghai, 上海) จะเป็นอย่างไรเมื่อวันหนึ่งที่เกิดหายนะขึ้นบนโลก แล้วพวกเราต้องอพยพลงไปใต้ดิน ส่วนโลกข้างบนนั้นกลายสภาพเป็นเมืองน้ำแข็งติดลบกว่า 80 องศาเซลเซียส เมื่อวันนึงเราไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “บ้าน” ให้กลับไป สิ่งที่สร้างความสุขให้กับผู้คนได้คือ รสชาติของอาหารที่ปรุงขึ้นมาใหม่ ๆ ไม่ใช่อาหารในแพ็กสำเร็จรูป การได้เห็นภาพบรรยากาศบนพื้นโลกก่อนตาย ที่เหมือนจะเจ็บปวด แต่กลับเป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่สร้างความสุขล้นในใจให้กับใครบางคนได้ ดูแล้วก็ได้แต่หวังว่าเรื่องเหล่านี้คงจะเป็นแค่จินตนาการของนักเขียนเท่านั้น อย่าได้เกิดขึ้นจริงเลยในสักวัน

The Wondering Earth นำแสดงโดย Qu Chuxiao (เคยแสดงเป็นองค์ชายห้า ลูกของไห่หลาน ในเรื่องหรูอี้จ้วน), Li Guangjie (เคยแสดงเป็นรักแรกที่ไม่มีวันลืมจากโชซอนของชูเจียหวงกุ้ยเฟยหรือเจ๊อูม เรื่องหรูอี้จ้วน), Ng Man Tat หรือที่คนไทยเรียกว่าอู๋ ม่งต๊ะ, Zhao Jinmai (น้องใหม่มาแรงจากเรื่องสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก ภาคจีน), Wu jing (พี่คนนี้ช่วงหลังนี้เล่นหนังใหญ่ซะส่วนใหญ่)

the wondering earth_1.jpg

ภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth

เดอะบันด์ หรือไว่ทัน (The Bund, Waitan, 外滩) เป็นพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River, 黄浦江) มองไปฝั่งตรงกันข้ามจะเห็นตึกระฟ้าสูงเรียงรายรวมทั้งหอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl TV Tower, 东方明珠电视塔) พื้นที่บริเวณนี้จะปรากฎในซีรี่ย์จีนหลายเรื่อง รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth นี้ด้วย ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่เดอะบันด์หรือหอไข่มุกตะวันออกแล้วให้ลองจินตนาการตามในหนังว่าถ้าวันนึงน้ำท่วมโลกจนสูงถึงยอดของหอไข่มุกแล้วก็กลายเป็นน้ำแข็ง สภาพจะน่ากลัวสักเพียงใด 

the wondering earth_2.jpg

ภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth

วันนี้ GoNeverStop จะพาเพื่อน ๆ ไปชมบรรยากาศความสวยงามของหอไข่มุกยามค่ำคืนในช่วงเวลาที่โลกยังพออยู่ได้กันนะคะ

นี่คือภาพซูมของหอไข่มุกตะวันออกเมื่อมองจากฝั่งเดอะบันด์

The Bund_6

หอไข่มุกตะวันออก

ยามค่ำคืนจะมีผู้คนจำนวนม๊าก มาก ออกมาเดินชมวิวแถวเดอะบันด์นี้ ถ่ายไปมุมไหนก็จะเห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด

The Bund_4

หอไข่มุกตะวันออก

ตึกฝั่งเดอะบันด์นี้ก็สวยไม่แพ้กันนะคะ เป็นตึกที่ถูกสร้างมาในหลายรูปแบบ แต่ละตึกก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป

The Bund_5

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

The Bund_1

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

The Bund_3

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

ตอนที่เราไปเดอะบันด์เข้าใจว่าเค้าจะเปิดไฟกันทั้งคืน แอบดีใจว่าจะได้ถ่ายรูปได้เต็มที่หน่อย ที่ไหนได้สักประมาณ 4 ทุ่มก็ปิดไฟแล้ว นักท่องเที่ยวก็เลยต้องแยกย้ายกลับที่พักกันโดยปริยาย

The Bund_7

ตึกสูงระฟ้าริมแม่น้ำหวงผู่

The Bund_2

หอไข่มุกตะวันออก

ส่วนวิธีการไปไม่รีวิวแล้วกันเนอะว่าไปยังไง เพราะขึ้นอยู่กับว่าเราออกเดินทางจากจุดไหนของเซี่ยงไฮ้ แต่รับรองหาไม่ยากค่ะ สถานที่เที่ยวยอดฮิตในเซี่ยงไฮ้แบบนี้ เปิดกูเกิ้ลแมพออกเดินไม่นานก็เจอแล้ว

ดูหนังแล้วเที่ยวตามรอยกันที่เพจ GoNeverStop

ย่าติงงบไม่จำกัด บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว

"ย่าติง" จุดหมายในฝันของนักเดินทางหลายคน 
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือแชงกีล่าแห่งสุดท้าย
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือชัมบาลา

แต่สำหรับเรา…ด้วยความที่ช่วงนี้เห็นรีวิวย่าติงเยอะมาก เราก็เลยรู้สึกเฉย ๆ กับความงามของย่าติง จนมาได้ดูหนังเรื่องจีนอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งก็ไม่ค่อยดังในไทย ชื่อเรื่องว่า  I Belonged to You หรือ 从你的全世界路过 ภาพยนตร์จีนที่ออกฉายเมื่อ 3 ปีก่อน นำแสดงโดยหยางหยาง เติ้งเชา ไป๋ไป่เหอ จางเทียนอ้าย เยี่ยหยุนเผิง ซึ่งดูแล้วก็อยากได้อารมณ์แบบในหนังเลยจัดโรดทริปจากเฉิงตูไปย่าติง (ให้นั่งจากฉงชิ่งไปย่าติงก็ไกลเกิ๊นนน เราว่าไม่ไหวจริง ๆ)

yangyang_1

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

yangyang

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

เพื่อนร่วมทางในทริปหาไม่ยากเลย ด้วยความที่หลายคนรู้จักย่าติงอยู่แล้ว ชวนคำเดียวได้เพื่อนร่วมทางมาถึง 6 คนเชียว และเนื่องจากทุกคนก่อนมาเที่ยวต้องทำงานหนัก เที่ยวแล้วต้องขอแบบสบายหน่อย พวกเราเลยไม่ได้มีการจำกัดงบการเดินทาง เลือกเอาตามความพอใจโดยรวมเป็นหลัก

IBelongedToYou_yangyang.jpg

หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่เดินทางจากคุนหมิงไปย่าติง นั่นก็เพราะว่าสำหรับเราแล้วเส้นทางนั้นต้องทางผ่านหลายเมืองใช้เวลาเดินทางนานกว่า วันลาเราก็มีให้จำกัดแค่ 9 วัน ไม่เหมาะกับพวกเที่ยวแบบดื่มด่ำแต่ละที่อย่างพวกเรา การเริ่มเดินทางจากเฉิงตูจึงเหมาะกว่า

:::โปรแกรมการเดินทาง:::

เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เพื่อนบางคนไปก่อน กลับหลัง โปรแกรมแตกต่างกันเล็กน้อย เราจะเขียนรีวิวแต่โปรแกรมของเราเป็นหลัก เดินทางโดยใช้รถเช่าส่วนตัวจากเฉิงตูไปจนถึงย่าติง แล้วบินกลับจากเต้าเฉิงมาเฉิงตูก่อนที่จะกลับไทยในวันถัดไป

18 ตุลาคม 2562

พวกเรา 3 คนออกเดินทางจากดอนเมือง-เฉิงตู บินไฟลท์ 4 ทุ่มไปถึงเฉิงตูตี 2 หาเก้าอี้นอนในสนามบินตามอัธยาศัย ส่วนอีก 3 คนนั้นเดินทางมาถึงเฉิงตูล่วงหน้าแล้ว

chengdu airport.jpg

สนามบินเฉิงตูซวงหลิว

19 ตุลาคม 2562

เฉิงตู-ไปดูน้องหมีแพนด้ากิน ๆ นอน ๆ ทำตัวน่ารักไปวัน ๆ ท่ามกลางป่าธรรมชาติที่ปี้เฟิงเสีย (ฺBifenxia Panda Center, 碧峰峡)

Bifengxia_2

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_3

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_1

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

เดินเล่นเมืองคังติ้งดูแม่น้ำคังติ้ง (Kangding River, 康定河) น้ำสีฟ้าใส ไหลแรงมาก

Kangding_1

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

Kangding_3

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

คืนนี้พักที่เมืองคังติ้ง (Kangding, 康定)

Kangding_2

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

20 ตุลาคม 2562

เช้าออกไปเที่ยวมู่เก๋อชั่ว (Mugecuo, 木格措) อุทยานธรรมชาติซึ่งมีทั้งทะเลสาบบนภูเขา เส้นทางเดินชมธรรมชาติ บ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า สปาปลา ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

Mugecuo_3

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_1

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_2

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

กว่าจะได้กลับลงมาก็บ่ายแก่ ๆ-กลางคืนไปกินอาหารทิเบตและเดินชมเมืองคังติ้งกันอีกคืน 

21 ตุลาคม 2562

ออกเดินทางจากเมืองคังติ้ง ผ่านภูเขาเจ๋อตัว (Zheduoshan, 折多山) แวะเที่ยวได้ไม่นานนักเพราะที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 4,300 เมตรเชียว

Zheduoshan_2

ภูเขาเจ๋อตัว

Zheduoshan_1

ภูเขาเจ๋อตัว

ชมความงามของวัดทิเบตที่ถ่ากง (Tagong, 塔公) โดยมีเทือกเขา Yala เป็นฉากหลัง

Tagong_1

บรรยากาศที่ถ่ากง

Tagong_2

บรรยากาศที่ถ่ากง

นอกจากนี้ก็มีแวะถ่ายรูประหว่างทางเรื่อย ๆ วิวทิวทัศน์ระหว่างทางวันนี้สวยมาก สวยเว่อร์ สวยที่สุด ระหว่างทางห้ามนอนหลับเชียว

Xinduqiao_1

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

Xinduqiao

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

คืนนี้พักที่ซินตูเฉียว (Xinduqiao, 新都桥) ที่พักเหมือนปราสาทแต่สไตล์ทิเบตสวยน่านอนเล่นทั้งวัน แต่เสียดายกว่าเราจะมาถึงก็ค่ำแล้ว แถมตอนเช้าก็ต้องรีบออกอีก

22 ตุลาคม 2562

ด้วยความที่อยากใช้เวลาอยู่กับที่พักให้นานอีกสักหน่อย บวกกับเพื่อนร่วมทริปมีอาการแพ้ความสูง พวกเราเลยตัดสินใจทิ้งที่พักในอุทยานย่าติงซึ่งจองไว้แล้ว มาพักในรื่อวา (Riwa) แทน ออกจากที่พักช้าอีกหน่อย

Xinduqiao Hotel_1

ที่พักที่ซินตูเฉียว

แวะถ่ายรูประหว่างทางไปเรื่อย ๆ วิวระหว่างวันนี้ก็สวยมากอีกเช่นเคย แถมมีวิวหลากหลายแบบทั้งภูเขาเขียว ภูเขาเขียวแบบโรยไอซ์ซิ่ง ภูเขาหิมะ พื้นที่ว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาดูแห้งแล้ง หาดหิน ลำธาร ใบไม้เปลี่ยนสี งดงามมาก

Xinduqiao_2

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

Xinduqiao_3

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

รูปที่ถ่ายมาก็ไม่สามารถอธิบายให้เห็นถึงความงามของภูมิประเทศแถวนี้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว แล้วอีกอย่างเราเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่ที่นั่งตรงกลางรถ ไม่สะดวกที่จะถ่ายรูปวิวข้างทางด้วย เลยได้แต่เก็บภาพไว้ในความทรงจำแทน วันนี้ให้คนขับหาที่พักที่รื่อวาให้เสร็จสรรพ 

Xinduqiao_5

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

ระหว่างทางไปย่าติงต้องผ่านเมืองลี่ถัง (Litang, 理塘) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,014 เมตร แวะกินข้าวกลางวัน แต่หายใจยากพอสมควรเลย ส่วนเพื่อนเราอาการกำเริบหนักมาก

23 ตุลาคม 2562

ตอนเช้าส่งเพื่อนร่วมทริปที่ป่วยแพ้ความสูงไปหาที่นอนในรื่อวาในทำเลที่เดินออกไปหาของกินได้เองสะดวก แล้วพวกเราที่เหลือก็เดินทางไปย่าติง (Yading Nature Reserve, 亚丁)

yading_3

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

นั่งรถโค้งพับไปมาเกือบชั่วโมง เอาของเข้าเก็บที่พักในหมู่บ้านย่าติง กินข้าวกลางวัน กว่าจะเสร็จก็ราวบ่าย (มีใครออกเดินช้ากว่าพวกเราอีกไหม) แล้วก็ออกไปเดินรูทสั้นกัน ผ่าน Chonggu Monastery

yading_4

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_5

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ไปจนถึงทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake, 珍珠海 หรือ 卓玛拉措) เส้นทางเป็นทางเดินซึ่งเดินได้ง่าย ๆ แต่ก็เหนื่อยอยู่นะ ช่วงเวลาที่ไปใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยงามมาก มองไปมุมไหนก็สวยไปเสียหมด

yading_6

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_7

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

24 ตุลาคม 2562

วันนี้เริ่มออกเดินกันแต่เช้า (แต่จริง ๆ ควรเช้ากว่านี้ เพราะเราจะไปเดินรูทยาวกัน) ระหว่างทางเดินไปทะเลสาบน้ำนม (Milk Lake, 牛奶海) หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย  ๆ และลมแรงมาก

yading_9

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_8

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

เราต้องเดินต้านลม และหิมะก็ปะทะหน้าเจ็บไปหมด เราจะเอาผ้าปิดหน้าก็ไม่ได้เพราะว่าใส่แว่นสายตา แว่นเป็นไอขึ้นมาตลอด มองไม่เห็นทาง ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บวกกับเวลาที่ค่อนข้างจะบ่ายแก่แล้ว พวกเราเลยเดินเที่ยวแค่ทะเลสาบน้ำนม ไม่ได้ไปต่อจนถึงทะเลสาบห้าสี (Five-Color Lake, 五色海)

yading_1

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_2

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ระหว่างทางกลับเจอพวกสัตว์ป่าออกมากินอาหารกันแบบสบาย สบาย ไม่กลัวคนเลย สุดท้ายก่อนกลับช่วงเย็นก็จะได้เห็นภาพน้องม้าออกมากินหญ้าอย่างสบายใจกลางทุ่งหญ้าหลังจากทำงานหนักรับนักท่องเที่ยวมาทั้งวัน

yading_10

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

25 ตุลาคม 2562

วันนี้ขอตื่นสายค่อย ๆ ละเลียดกินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วลงรถกลับเข้ามารับเพื่อนในเมืองรื่อวา เดินเล่นในเมืองรื่อวาเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ แวะเที่ยวถ่ายรูประหว่างทาง ช้อปปิ้ง OTOP เมืองเต้าเฉิง (Daocheng, 稻城) 

Daocheng_1

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_4

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_2

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

ก่อนที่จะเข้าที่พักเมืองเต้าเฉิง ฝากของไว้ที่พักแล้วก็ออกไปเดินเล่นในเมืองเต้าเฉิงกัน เมืองเต้าเฉิงเป็นเมืองที่สงบและเงียบมากเหลือเกิน ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว คนน่าจะเยอะกว่านี้

Daocheng_3

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_5

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_6

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

26 ตุลาคม 2562

เราตื่นแต่เช้ามาก วันนี้เช้าจริง เพราะเรากับน้องสองคนจะขึ้นเครื่องกลับไปเฉิงตู กลัวตกเครื่องเลยรีบออก

Daocheng Airport

สนามบินเต้าเฉิง

ส่วนเพื่อนที่เหลือนั่งรถจะไปค้างคังติ้งก่อนแล้วค่อยกลับเฉิงตู แต่โดนคนขับเท บอกแม่ป่วย ขอตีรวดเดียวกลับเฉิงตูเลย แต่ต้องจ่ายค่ารถเท่ากับสองวันนะจ๊ะ ส่วนพวกเราที่รอขึ้นเครื่องก็เจอเครื่องบินดีเลย์ไปหลายชั่วโมงเชียว เนื่องจากเราต้องรออยู่ในสนามบินซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 4,411 เมตรและเป็นสนามบินพลเรือนที่สูงที่สุดในโลกเป็นระยะเวลานานถึง 3 ชั่วโมง ทั้งหนาวและรู้สึกไม่สบายตัวจนเริ่มจะปวดหัว ในที่สุดก็ได้บินกลับมาถึงเฉิงตู เอาของเก็บที่พักแล้วก็ออกไปเดินหาของกิน เที่ยวถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึ (Kuanzhai Xiangzi, 宽窄巷子) ต่อด้วยถนนชุนซีลู่ (Chunxilu, 春熙路)

chengdu_4

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_5

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_1

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

27 ตุลาคม 2562

เช้าก่อนบินกลับไปถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึอีกครั้งเพราะอยู่ใกล้ที่พัก ปิดทริปด้วยการเรียกแท็กซี่ไปส่งสนามบินแบบสบาย ๆ บินไฟลท์บ่าย 2 กว่า ๆ ถึงสุวรรณภูมิ 5 โมงเย็น

chengdu_2

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_3

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

:::งบประมาณ:::

ค่าใช้จ่ายสำหรับโปรแกรมของเรารวมทุกอย่างทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน 3 ขา ค่าเช่ารถเบนซ์ส่วนตัวพร้อมคนขับ ค่ากินทุกอย่างตามแต่ใจเรียกหา ค่าเข้าสถานที่ ค่าโรงแรมทั้งหรูและไม่หรู ค่าห้องที่ทิ้งไป 1 คืนและจองใหม่ 1 คืน รวมแล้วประมาณ 38,000 บาท

:::ที่พัก:::

คังติ้ง 2 คืน: โรงแรมคังติ้งไท่หนิงชางอู้ (康定泰宁商务酒店 (原泰宁美人谷风情主题酒店))
ซินตูเฉียว 1 คืน: โรงแรมคังติ้งก้งกาจงจวนหยวน (康定贡嘎宗庄园酒店)
รื่อวา 1 คืน: พักโรงแรมชื่ออะไรยังจำไม่ได้เลย เปลี่ยนแผนกะทันหัน เลยให้คนขับหาให้ แต่ไม่แนะนำถ้าไม่มีรถ เพราะว่าโรงแรมอยู่ห่างไกลจากร้านอาหาร และร้านขายของ อีกอย่างโรงแรมเหม็นกลิ่นบุหรี่ด้วย
ย่าติง 2 คืน: โรงแรมเต้าเฉิงย่าติงจาซีคงชู่จ้างเหวินฮว่าจู่ถี (稻城亚丁扎西空墅藏文化主题酒店) อันที่จริงจองไว้ 3 คืน แต่พวกเราเทไป 1 คืน
เต้าเฉิง 1 คืน: เต้าเฉิงซานเหมาเสี่ยวจู้ (稻城三毛小筑)
เฉิงตู 1 คืน: โรงแรมเมิ่งจือลู่เหวินจวินโหลวถิงหย่วน (สาขาเฉิงตูควนไจ่เซี่ยงจึ) (梦之旅文君楼庭院酒店(成都宽窄巷子店))

:::คนขับรถ:::

พวกเราเพิ่งมาหาคนขับรถจากรีวิวอื่น ๆ ก่อนออกเดินทาง ไม่กี่วัน นับว่าโชคดีคนขับว่างพอดี เสนอราคามาที่ 1,500 หยวนต่อวัน รวมทุกอย่างแล้ว เป็นรถเบนซ์ 7 ที่นั่ง มีซันรูฟ สภาพทั้งใหม่และสะอาด ติดต่อกันโดยผ่านวีแชท สภาพรถดีมาก รถนั่งสบายมาก พี่หลินคนขับก็ขับรถดี ค่อนข้างถูกกฎ ไม่จอดในที่ห้ามจอดเหมือนรถคันอื่น ไม่สูบบุหรี่ รถเลยไม่มีกลิ่นบุหรี่ หายากมากเลยนะคนจีนที่ไม่สูบบุหรี่ พี่หลินทำการบ้านเป็นอย่างดี ให้แพลนเดินทางไป เค้าก็ไปหาข้อมูลเส้นทางมาก่อน ไม่ต้องไปเสียเวลาหาทางไป ณ วันนั้น ช่วงที่ต้องขับรถทำเวลา พี่หลินก็ขับได้เฟี้ยวฟ้าวมากเช่นกัน พี่หลินเป็นคนสงวนคำพูด พูดน้อยมาก ทำให้เราไม่เหนื่อยหาคำตอบด้วย เวลานัดก็มารอก่อนเวลาเสมอ ตอนแรกพวกเราจะจ้างพี่หลินแค่ 4 วันแต่ว่าเนื่องจากบริการที่ดีมาก ทำให้เราขอเช่าต่อจนจบทริป ทุกอย่างเหมือนจะดีจบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในนิยายประโลมโลก แต่เดี๋ยวก่อน…หลังจากพี่หลินมาส่งเราขึ้นเครื่องที่เต้าเฉิง พี่หลินก็เทเพื่อนเราที่เหลือ ถึงแม้จะจ่ายค่าชดเชยให้แต่ก็ไม่คุ้มกับค่ารถและค่าโรงแรมที่ต้องจ่าย จบแบบหักมุมจ้ะ

Xinduqiao_4

รถเช่าพร้อมคนขับจากเฉิงตูไปย่าติง

รายละเอียดเกี่ยวกับทริป #ย่าติงงบไม่จำกัด #บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว นี้
เอาไว้ค่อยมาเล่าละเอียดแยกทีละตอนนะคะ

กดติดตามกันได้ที่ https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/

ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรูปภาพในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อ GoNeverStop ได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/ 

 

เตรียมตัวไป-ออกจากสนามบินเป่ยจิงต้าซิง

ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ยจิงต้าซิง (Beijing Daxing International Airport, 北京大兴国际机场) ซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากความใหญ่โตและสวยงามตามที่เคยผ่านตากันมาในข่าวสำนักต่าง ๆ แล้ว ไม่กี่วันก่อน GoNeverStop ได้ฟังอาจารย์ชาวจีนเล่าข่าวจากอินเตอร์เน็ตจีนให้ฟังนี่ยิ่งรู้สึกว้าว! อ้าปากค้างกับสนามบินเป่ยจิงต้าซิงมากยิ่งขึ้นไปอีก บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่เดินทางจากที่พักจนขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเป่ยจิงต้าซิงแห่งนี้กัน

ก่อนอื่นขอเล่าน้ำสักหน่อย สนามบินเป่ยจิงต้าซิงแห่งนี้นอกจากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดความแออัดของสนามบินปักกิ่งที่มีอยู่เดิมแล้ว ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญสำหรับวันชาติจีน (国庆节) โดยใช้ระยะเวลาในการสร้างเพียงแค่ 4-5 ปีเท่านั้น (ระยะเวลาที่ระบุไว้ในสำนักข่าวแต่ละที่ไม่เหมือนกัน) การที่จีนสามารถสร้างสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีนั้น แต่ละวันพวกเค้าทำงานกันเหมือนสร้างตึกจำนวน 18 หลังทุกวัน จนมีสื่อต่างชาติยกย่องให้ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ยจิงต้าซิงนี้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ หลังคาทำด้วยกระจกเพื่อให้สามารถใช้แสงสว่างจากธรรมชาติได้ในวันที่อากาศดี โดยชิ้นกระจกที่ใช้ทำหลังคานั้นประกอบด้วยชิ้นกระจกย่อยอีก 8 ชิ้นซึ่งทำให้ชิ้นกระจกแต่ละชิ้นไม่เหมือนกันเลย พื้นที่ใหญ่โตมากขนาดมีชั้นผู้โดยสารขาเข้า 2 ชั้น และชั้นผู้โดยสารขาออก 2 ชั้น

Beijing Daxing Airport_1

รูปจาก www.businesstraveller.com

แสนสะดวกจากที่พักสู่สนามบิน

GoNeverStop จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของนวัตกรรมสุดล้ำที่เตรียมไว้สำหรับสนามบินเป่ยจิงต้าซิงแห่งนี้กันต่อค่ะ เมื่อคุณต้องการจะเดินทางไปยังสนามบินเป่ยจิงต้าซิงแห่งนี้ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยการขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะเป็น

  • ถ้าคุณออกเดินทางมาจากในเมืองปักกิ่งก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาถึง
  • ถ้าคุณมาจากเมืองอื่นก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงมาถึง
  • ถ้าคุณมาจากเมืองเล็กอื่น ๆ ที่รถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่จอด ก็สามารถนั่งรถไฟระหว่างเมืองมาถึงเป่ยจิงต้าซิงได้เช่นกัน

ส่วนใครที่ต้องการมาโดยรถยนต์หรือรถส่วนบุคคล ก็จะมีทางด่วนที่แสนสะดวกสบายมุ่งตรงมาสู่สนามบิน โดยทางด่วนนี้เป็นทางด่วนที่ด้านใต้มีท่อให้ความร้อน ช่วยไม่ให้พื้นเป็นน้ำแข็งหรือหิมะเกาะในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย…ช่างคิดวางแผนได้ดีจริง ๆ

สำหรับผู้ที่จะมาสนามบินด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถ้าคุณขับรถมาถึงสนามบินปัญหาที่เจอบ่อยก็คือ ต้องขับไปหาที่จอด กว่าจะเดินจากที่จอดรถมาอาคารผู้โดยสารก็ไกล เป่ยจิงต้าซิงจะมีบริการหุ่นยนต์ขับรถคุณไปจอดหาที่จอดให้ พอตอนที่คุณจะกลับมาเอารถก็เรียกรถได้จากใน app ให้มาส่งรถให้คุณภายใน 2 นาที โอ้…สะดวกขนาดนี้เลยหรอของสนามบินเป่ยจิงต้าซิงนี้ถูกสร้างไว้รองรับรถยนต์ถึง 4 พันกว่าคัน พร้อมทั้งมีที่ชาร์ตแบตสำหรับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าด้วย 

จากที่จอดรถสามารถเดินไปถึงอาคารผู้โดยสารได้ด้วยระยะทางแค่ 100 กว่าเมตรเท่านั้น

อิ่มท้องระหว่างรอขึ้นเครื่อง

ด้านในสนามบินเป่ยจิงต้าซิงจะมีร้านรวงมากมาย ของขึ้นชื่อของปักกิ่งอย่างร้านหม้อไฟก็มี สตาร์บัคส์ที่นี่ได้ข่าวว่าจะมีถึง 30 ร้าน (โม้หรือเปล่านี่) ไม่ต้องกลัวง่วงกันแล้วล่ะ

โหลดสัมภาระได้ตั๋วล่องหน

ในตัวอาคารผู้โดยสาร ตอนเช็คอินจะเป็นเคาเตอร์เช็คอินอัตโนมัติด้วยตัวเอง เมื่อคุณต้องการโหลดสัมภาระ แต่ก่อนคุณต้องยกกระเป๋าขึ้นชั่งบนสายพาน แต่ที่นี่ไม่ต้องยกสัมภาระ แค่วางลงไปกระเป๋าลงไปบนพื้นระดับเดียวกันก็เลื่อนขึ้นไปเองเลย ส่วนใครที่น้ำหนักกระเป๋าเกินก็จะมีช่องให้สแกนจ่ายเงิน หรือจ่ายบัตรเครดิต 

พอเช็คอินแล้วคุณจะไม่ได้ตั๋วเครื่องบินเหมือนที่เคยได้กัน แต่เป็นตั๋วล่องหน!!! ข้อมูลสำคัญสำหรับการขึ้นเครื่องนี้จะไปปรากฏอยู่บนมือถือของคุณแทน ตั๋วล่องหนนี้ไม่ใช่แค่เอาไว้ดูข้อมูลการขึ้นเครื่องบินของตัวคุณเองเท่านั้น แต่ยังสามารถติดตามสถานะของกระเป๋าที่คุณโหลดไปได้ด้วยว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว พอขึ้นเครื่องแล้วกระเป๋าจะตามมาไหม หรือพอลงเครื่องแล้วกระเป๋าตามมาด้วยหรือเปล่า

ซึ่งเค้าบอกว่าขั้นตอนการเช็คอินนี้ไม่ต้องต่อแถวรอนานอีกต่อไป ใช้เวลาทั้งหมดแค่ไม่เกิน 10 นาที

Beijing Daxing Airport_2

รูปจาก www.businesstraveller.com

ไปรอขึ้นเครื่อง

ถ้ามือถือคุณแบตหมด มือถือเสีย ดูข้อมูลตั๋วโดยสารในมือถือไม่ได้ คุณก็สามารถไปดูข้อมูลการขึ้นเครื่องของคุณได้ที่หน้าจอสแกนใบหน้าซึ่งจะบอกข้อมูลเอาไว้หมดรวมทั้งเกทที่คุณจะต้องไปรอขึ้นเครื่องด้วย ถ้าใครเคยใช้เทคโนโลยีการสแกนใบหน้าที่จีนมาแล้วคงพอจินตนาการออกอยู่บ้าง ปกติหน้าจอมันจะสแกนได้ทีละหน้าใช่ไหมคะ แต่ที่สนามบินแห่งนี้จะทำเป็นหน้าจอใหญ่ ๆ สามารถสแกนได้ทีละหลายหน้า ไม่ต้องมารอต่อแถวให้เสียเวลาเลย

ด้วยความใหญ่โตของอาคารรูปทรงหงส์ไฟสยายปีก หลายคนคงคิดว่าการเดินไปสู่เกทขึ้นเครื่องคงใช้เวลานานกันใช่ไหมคะ แต่ไม่ใช่เลย ระยะเวลาที่ใช้เดินจากอาคารผู้โดยสารไปยังเกทไกลที่สุดแค่ 600 เมตร และใช้เวลาเดินไม่เกิน 8 นาทีเท่านั้น

ขึ้นเครื่องแบบไฮเทค

เมื่อขึ้นเครื่องบินปกติพนักงานจะมีการเช็คตั๋วโดยสารอีกครั้ง พนักงานสามารถดูตั๋วเราได้โดยการมองผ่านแว่น AI ซึ่งสามารถสแกนใบหน้าเราแล้วก็จะมองเห็นข้อมูลการโดยสารของเราทั้งหมด 

แล้วคนที่นั่งกินหม้อไฟเพลินมาขึ้นเครื่องไม่ทันล่ะ…แน่นอนอยู่แล้วว่าในสนามบินเป่ยจิงต้าซิงนี้จะต้องมีกล้องติดอยู่ทั่วทุกจุดในอาคารสามารถสแกนใบหน้าคนได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าคนนั้นนั่งอยู่ในร้านไหนล่ะ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมแว่นตา AI เดินเข้าไปในร้านสแกนหน้าเจอคนที่ใกล้จะตกเครื่องแล้วมาเรียกคนนั้นไป ไม่ต้องประกาศเรียกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว…หืม…มันจะเป็นไปได้ขนาดเชียวหรือ

ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามานี้เป็นเรื่องที่อาจารย์ชาวจีนเล่าให้ฟัง เราไม่ได้ไปเช็คความถูกต้องจากแหล่งข่าวอีกรอบนะคะ ตอนนี้ถ้าใครไปที่สนามบินเป่ยจิงต้าซิงระบบความไฮเทคทั้งหลายนี้อาจจะยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด หรืออาจจะใช้ได้แค่กับชาวจีนเท่านั้น แต่จากประสบการณ์การไปเที่ยวเมืองจีนปีละหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้ GoNeverStop เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกระบุไว้ในข่าวนี้มีทางเป็นจริงได้สูงมากทีเดียว

สุดท้ายนี้ในแหล่งข่าวระบุว่า ถ้าคุณต้องการเห็นว่ารูปแบบของสนามบินแห่งอนาคตเป็นอย่างไรให้ลองมาดูได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ยจิงต้าซิงแห่งนี้

แบกเป้เที่ยวจีนไปด้วยกันที่ GoNeverStop: China Travel หรือเพจ GoNeverStop

ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่ นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อ GoNeverStop ได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/

ตามรอยฟงอวิ๋น และเดชคัมภีร์เทวดาที่เล่อซาน

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下) ภาพยนตร์ดังในอดีตของประเทศฮ่องกง สร้างมาจากการ์ตูน ออกฉายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2541  จำได้ว่าตอนนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นกระแสภาพยนตร์จีนกำลังภายในแห่งยุคที่เต็มไปด้วยสเปเชียลเอฟเฟคท์ที่ตระการตา อีกทั้งยังมีนักแสดงนำชื่อดังอย่างกัว ฟู่เฉิง เจิ้ง อี้เจี้ยน และซูฉี (แต่ซูฉีไม่ใช่นางเอกนะ) มาร่วมแสดง ดูจบแล้วก็งงกับนางเอกว่า…แบบนี้ก็ได้หรอ?!?!

ตอนไปเที่ยวเล่อซาน (Leshan, 乐山) เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฟงอวิ๋นถ่ายทำที่นี่ เพราะดูหนังเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว แต่บังเอิญว่าระหว่างเดินเที่ยวเล่อซานเจอคนจีนระหว่างทางเดินเที่ยวข้างในเล่อซาน เค้าเล่าให้ฟัง เลยกลับมาหาข้อมูลดู ก็ร้องอ๋อเลยทันที

ลองมาดูกันว่ามีฉากไหนบ้าง

ฉากที่เนี่ยเหยินหวังผู้ครอบครองดาบอาบหิมะแบกเนี่ยฟงผู้เป็นลูกขึ้นหลัง
เนี่ยเหยินหวัง: น้ำในแม่น้ำสายนี้เปลี่ยนทิศเสมอ ถ้าแม่น้ำพิโรธ น้ำท่วมถึงเข่าองค์พระ ถ้ำดั้นเมฆบนเขาจะเกิดไฟไหม้
เนี่ยฟง: งั้นเล่อซานทั้งตำบลไม่เกิดไฟไหม้กันหมดหรอครับ

ฟงอวิ๋น_1

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha27

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากการปะลองฝีมือระหว่างสงป้า ประมุขพรรคฟ้าดินกับเนี่ยเหยินหวัง ที่ต่อสู้กับดุเดือดตั้งแต่ด้านฐานขององค์พระไปจนบนศีรษะขององค์พระใหญ่เล่อซาน

ฟงอวิ๋น_2

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha28.jpg

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากสงป้าประกาศผู้สืบทอด รับเนี่ยฟง ปู้จิ้งอวิ๋น เป็นศิษย์เอก และฉากที่เกิดขึ้นบริเวณพรรคใต้หล้า

ฟงอวิ๋น_7

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

ฟงอวิ๋น_3

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

ฟงอวิ๋น_6

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

มุมนี้เราเดินไปไม่ถึง เอามุมที่คล้ายกันมาให้ดูแทนนะคะ

Leshan Budha29

Oriental Buddha Capital

ฉากฉลองวันเกิดตู้กูอี้ฟาง และปู้จิ้งอวิ๋นเข้าไปฆ่าล้างเมืองอู๋ซวงเพื่อชิงกระบี่ไร้คู่เปรียบ ก็น่าจะถ่ายตรงจุดนี้นะ ดูแล้วเหมือนอยู่ ปัจจุบันตรงบริเวณนี้เป็นร้านอาหาร

ฟงอวิ๋น_4

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha30

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากเนี่ยฟงกลับมาที่เล่อซานอีกครั้งเพื่อเก็บองุ่นเลือด ก็เป็นที่เดียวกันกับที่แม่และพ่อของเค้าได้จบชีวิตลงที่นี่

ฟงอวิ๋น_5

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

นอกจากนี้ฟงอวิ๋นเวอร์ชั่นอื่นก็ยังถ่ายทำที่เล่อซานในมุมที่คล้ายกัน น่าจะเป็นเพราะว่าต้นฉบับเค้าเขียนมาว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่มั้ง (ไม่เคยอ่านเหมือนกัน)

เดชคัมภีร์เทวดา หรือกระบี่เย้ยยุทธจักร (The Swordsman, 笑傲江湖) สร้างจากนวนิยายของกิมย้ง มีทั้งสร้างในรูปแบบซีรี่ย์และรูปแบบภาพยนตร์ เวอร์ชั่นที่มีการถ่ายทำที่เล่อซาน (เท่าที่รู้) คือ เวอร์ชั่นปี 2000 ของไต้หวัน อันนี้เราก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าได้ดูไหม แต่เคยเห็นเพลงประกอบซีรี่ย์แล้วจำได้ ลองไปดูรูปประกอบกันเลย จะเห็นได้ว่าถ่ายทำที่เล่อซานเช่นกัน

เดชคัมภีร์เทวดา_1

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_2

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_3

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_4

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

การมาเที่ยวเล่อซานครั้งนี้เราพักที่เล่อซานหนึ่งคืนที่ Fodii Inn โรงแรมสไตล์เป็นกันเอง เหมือนมาพักบ้านญาติ แนะนำให้นัดโรงแรมมารับที่สถานีรถไฟ หรือรถบัส เพราะทางเข้ายากมาก ถึงอธิบายไปก็ใช่ว่าแท็กซี่จะเข้าใจ

Fodii_Leshan14.JPG

Fodii Inn โรงแรมในเล่อซาน

เช้าวันรุ่งขึ้นตอนสาย ๆ เจ้าของที่พักมาส่งพวกเราขึ้นรถเมล์เพื่อไปเที่ยวที่พระใหญ่เล่อซานค่ะ

Leshan Budha2

นั่งรถเมล์ไปชมพระใหญ่เล่อซาน

รถเมล์จะมาจอดที่ทางเข้าตรงนี้ค่ะ เป็นประตูทางทิศเหนือ

Leshan Budha3

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

จ่ายเงินค่าเข้า 90 หยวนต่อคน แล้วเข้าไปลุยกันเลย

องค์พระใหญ่เล่อซานได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกร่วมกับเขาเอ๋อเหมยซาน เมื่อปี ค.ศ. 1996 และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ของจีนอีกด้วย

Leshan Budha4

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ที่นี่จะเป็นทั้งที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและวัฒนธรรมผสมกัน อย่าคิดว่ามีแค่พระใหญ่เล่อซานแล้วจะดูแป๊บ ๆ จบนะคะ สถานที่มันกว้างจริง ๆ  ควรใช้เวลากับที่นี่หนึ่งวันเต็ม

Leshan_1

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

เดินขึ้นลงเขากันเป็นลูกทีเดียว

Leshan Budha6

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ทางเดินลงจากด้านบนองค์พระมาด้านล่าง เป็นทางเดินลงเลนเดียว ค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ลงไป

Leshan Budha7

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

พระใหญ่เล่อซานที่สร้างมาแล้วเป็นพันปี ยังคงอยู่ในสภาพสวยงาม นับว่าเป็นความชาญฉลาดของคณะผู้สร้างอย่างแท้จริง ข้าน้อยคารวะ

Leshan Budha8.jpg

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

หลังจากนั้นเมื่อออกมาถึงทางแยกเราก็ลังเลจะไปทางไหนต่อดี อยู่ ๆ ก็มีคนจีนมาชวนคุย บอกไปทางนี้สิ…ดีกว่า จริง ๆ ลุงจะชวนไปกินข้าวร้านแกน่ะล่ะ แกเป็นเจ้าของร้านขายข้าว

Leshan Budha22.jpg

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ระหว่างทางก็มีชวนคุย เป็นไกด์ ช่วยถ่ายรูป ดีไซน์ท่าทาง ให้สารพัด บริการเยี่ยมมาก ๆ

ลุงบอกว่าตรงนี้เคยใช้ถ่ายทำเรื่องฟงอวิ๋น เราก็จำไม่ได้แล้วล่ะว่าฉากไหน

Leshan Budha10

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

อาหารร้านแกก็ราคาตามป้าย รสชาติดีอยู่นะค้า จริง ๆ ลุงแนะนำปลา แต่เพื่อนเห็นปลาแล้วสงสาร เราเลยต้องกลายเป็นชาวมังสวิรัติโดยปริยาย

Leshan Budha12

อาหารในเล่อซาน

ผักจีน กินร้านไหนก็อร่อย

Leshan Budha13

อาหารในเล่อซาน

บริเวณหน้าร้านอาหารที่เรามาแวะกินกัน

Leshan Budha14

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

หลังจากลุงทำอาหารให้เราเสร็จ แกก็เดินเข้าไปหาลูกค้าต่อ แกช่างมีเคล็ดลับทำธุรกิจที่ดีจริง ๆ เน๊อะ ถ้านั่ง อยู่ร้านเฉย ๆ อาจไม่มีคนเข้าก็ได้

หลังกินข้าวเสร็จก็ได้เข้าห้องน้ำรางในตำนาน แล้วก็เดินต่อค่ะ

Leshan Budha11

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

แวะสุสานเจอภาพแกะสลักตอนจิงเค่อลอบสังหารจิ๋นซีด้วยหล่ะ https://goo.gl/8ibzs9 กำลังอินดูลี่จี (เล่ห์รัก บัลลังก์เลือด, 秦时丽人明月心, The King’s Woman) อยู่พอดี

Leshan Budha15

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

แล้วพวกเราก็มาถึง Oriental Buddha Capital เคยอ่านเจอในรีวิวว่ามีคนมาถึงตรงนี้ แต่ไม่อยากเสียค่าเข้าเลยไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรเลย เราว่าดูจากรูปก็น่าสนใจเอามาก ๆ นะ 

Leshan Budha16

Oriental Buddha Capital

ค่าเข้า 80 หยวน มันต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ตามมา

Leshan Budha19

Oriental Buddha Capital

เนื่องด้วยเวลาค่อนข้างเย็นแล้ว เราก็เดินไม่ครบทุกจุดหรอกนะ แต่ขอบอกว่าว่า คุ้ม คุ้ม คุ้ม ต้องมาเลยหล่ะ

Leshan 10

Oriental Buddha Capital

มันยิ่งใหญ่จริง ดอกจันตัวโต ๆ ไว้ว่าห้ามพลาด มีทั้งพระแกะสลักบนดิน และใต้ดิน ที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก

Leshan 11

Oriental Buddha Capital

รูปล่างนี้คือพระที่อยู่ใต้ดิน เทียบกับขนาดตัวของเรา

Leshan 8

Oriental Buddha Capital

Leshan Budha21.jpg

Oriental Buddha Capital

Leshan 9

Oriental Buddha Capital

ตรงนี้เป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่แกะสลักบนภูเขา โอย…หาตั้งนาน กว่าจะเจอ เพื่อน ๆ เห็นไหมว่ามีพระนอนอยู่

Leshan Budha23

Oriental Buddha Capital

เห็นว่าเย็นมากแล้วได้เวลากลับกันค่ะ

ดูซีรี่ย์จีนให้อินต้องเที่ยวตาม GoNeverStop

***ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรูปภาพในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่เพื่อจุดประสงค์ทางการค้า เรียกยอดการเข้าชมเพจหรือเว็บตัวเอง นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อทางเราได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/ 

หลง(รัก)ลับแล หลง(รัก)อุตรดิตถ์

ทริปเที่ยวอุตรดิตถ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเพราะความ ‘หลง’ ลับแล ใช่แล้วค่ะ เรากับเพื่อนอยากไปกินหลงลับแลกัน แต่กว่าจะรวมตัวกันได้ก็ปาเข้าไปท้ายฤดูของทุเรียนอุตรดิตถ์แล้ว คุยกันคืนวันศุกร์ วันเสาร์ขับรถไปกันเลย ไม่ได้จอง ไม่ได้แพลนอะไรทั้งนั้น เป้าหมายหลักคือ ไปกินทุเรียน ต้องได้กินทุเรียนทุกวัน!

ปีนี้เราตัวคนเดียวกินซื้อทุเรียนมากินก็น่าจะเกือบ 100 โลแล้วมั้งนี่ กินเยอะจนมีเพื่อนเรียกว่า ‘เจ้าหญิงแห่งวงการทุเรียน’ รีวิวเกี่ยวกับความคลั่งไคล้ในทุเรียนของเราเดี๋ยวว่าง ๆ จะเขียนออกมาเป็นรีวิวให้อ่านกันจนได้กลิ่นทุเรียนเลย

มาดูกันดีกว่าว่าทริป หลง(รัก)ลับแล หลง(รัก)อุตรดิตถ์ นี้เราได้ไปที่ไหนกันมาบ้าง

วันแรก

  • แวะเพิ่มพลังด้วยเครื่องดื่มที่ Fresh Me สาขางามวงศ์วาน เป็นร้านเครื่องดื่มที่เปิดเช้ามาก มีท้อปปิ้งแปลก ๆ เช่น มุกลาเวนเดอร์ มุกมิ้นท์ วันนี้เราสั่งดาร์กช็อกโกแลตเข้ม ๆ มาคู่กับไข่มุกมิ้นท์
Fresh Me

เครื่องดื่มร้าน Fresh Me

ก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้ 1

ก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้

ก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้ 2

เมี่ยงหมูตุ๋น ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้

  • แวะรายทางจนถึงอุตรดิตถ์ตอนเย็นแวะเม้ามอยหอยกาบกับมิตรสหายที่อุตรดิตถ์ พร้อมจกทุเรียนหมอนทองอุตรดิตถ์ที่เค้าว่าเด็ด ไม่เหมือนที่อื่น…ไม่เหมือนจริงด้วย และไปต่อด้วยทุเรียนหลงลับแลอันเลื่องชื่อที่ตลาดหัวรถจักร เหมือนกับพรหมลิขิตร้านที่มีคนแนะนำวันนี้ไม่เปิดทั้งสองร้าน เราเลยได้มาซื้อที่ร้านลุงกับป้าซึ่งเราเคยซื้อที่นี่เมื่อสักสองสามปีก่อนที่เคยกินทุเรียนหลงลับแลครั้งแรกที่นี่ ตอนนั้นรสชาติทุเรียนดีมาก ซื้อแล้วแกะกินท่ามกลางกลิ่นหอมอวลภายในร้าน แต่พอมาปีนี้ดูท่าลุงกับป้าจะรีบขายไปหน่อยทุเรียนยังไม่ทันสุกดีก็รีบแกะขาย รสชาติเลยด้อยลงไปเยอะเลย แต่พวกเราด้วยความอยากกินอยู่เป็นทุนเดิมเลยจัดไปสองลูก (ทั้ง ๆ ที่ทุเรียนยังไม่สุกดีเลย T_T)
หลงลับแล

ตลาดหัวรถจักร อุตรดิตถ์

  • หัวค่ำแวะเข้าที่พัก และออกไปเดินตรงถนนวันวาน (ซึ่งวันวานคงเคยคึกคัก) แล้วเดินไปพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ที่ดูลึกลับสมชื่อแถมไม่มีคนเดินขึ้นไปบนเรือนเลยนอกจากพวกเราสองคน ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากจะบอกเล่าถึงเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน การแต่งกาย และประวัติเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวเมืองอุตรดิตถ์ แต่บางมุมมันชวนขนลุกยังไงก็ไม่รู้ ไม่กล้าถ่ายรูปมาเลย ลองไปชมกันดูนะคะ ถ้ากลัวว่าจะหลอนเกินไป ไปชมกันตอนกลางวันก็ได้ เปิดให้เข้าชมเหมือนกันค่ะ
ถนนวันวาน 1

ถนนวันวาน ลับแล

ถนนวันวาน 2

ถนนวันวาน ลับแล

ลับแล_1

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

ลับแล_3

ทางเข้าเมืองลับแล

  • กว่าจะดูพิพิธภัณฑ์เมืองลับแลจบ ก็ได้เวลาดึก (ของต่างจังหวัด) แล้ว ร้านที่เล็งไว้ว่าจะไปกินคงไม่ทัน เลยแวะซื้อไส้กรอกวุ้นเส้นย่างหน้าซุ้มเมืองลับแล ตลาดแถวศึกษาภัณฑ์
ลับแล_2

ไส้กรอกวุ้นเส้นย่าง เมืองลับแล

  และปิดท้ายด้วยกันการกินผัดไทยหน้าห้างฟรายเดย์ เส้นเล็กหนุบหนับสู้ฟันดีมาก

ลับแล_4

ผัดไทยหน้าห้างฟรายเดย์

  • มาดูที่พักของคืนนี้ เรือนต้นขาม จองกันก่อนเข้าพักแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง บอกแล้วว่าทริปกะทันหัน มาถึงที่พักบอกเลยว่า ว้าว! สวยกว่าที่คิดไว้มาก และราคาสบายกระเป๋า ยิ่งเห็นบรรยากาศรอบ ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่นาง Liziqi 李子柒 youtuber ชื่อดัง เพราะรอบบ้านปลูกผักสวยครัวไว้เต็ม แถมมีครัวใหญ่เห็นแล้วคันไม้คันมืออยากทำกับข้าวมาก ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ใน เรือนต้นขาม โฮสเตย์สุดชิลเมืองลับแล อุตรดิตถ์ (เดี๋ยวค่อยมาเม้าท์เพิ่ม)
ลับแล_5

เรือนต้นขาม ลับแล

ลับแล_6

เรือนต้นขาม ลับแล

วันที่สอง

  • ตื่นเช้ามาปั่นจักรยานตะลุยเมืองลับแล แวะตลาดปู่เหงี่ยม และตลาดศรีพนมมาศ
ลับแล_7

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_9

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_10

ตลาดศรีพนมมาศ

ตลาดปู่เหงี่ยม

ตลาดปู่เหงี่ยม

ลับแล_12

อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ

ลับแล_11

ปั่นจักรยานในลับแล

ชมวัด ชมนก ชมไม้ รายทางไปแบบเรื่อยเปื่อย ซื้ออาหารหลายอย่างในราคาเริ่มต้นเพียง 5 บาท พร้อมกับทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านลูกละ 30 บาท กลับมากินเป็นมื้อเช้า 

ลับแล_19

วัดในลับแล

ลับแล_8

วัดในลับแล

ลับแล_13

อาหารเช้าอร่อย อร่อย จากตลาดศรีพนมมาศ

ตลาดศรีพนมมาศนี้มีจุดเด่นคือ อาหารส่วนใหญ่ของที่นี่จะห่อด้วยใบตอง ดูดีเชียว แต่…เดี๋ยวนะ…เวลาแม่ค้าส่งให้เราก็จะเอายัดใส่ถุงพลาสติกอีกรอบ เดี๋ยวตีมือเลย เราต้องคอยบอกไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกค่ะ พร้อมกับเอายัดใส่ถุงที่เราพกไปเอง เล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติกกันดีกว่านะคะ

ลับแล_14

ตลาดศรีพนมมาศ

ลับแล_15

ตลาดศรีพนมมาศ

ลับแล_16

ตลาดศรีพนมมาศ

ลับแล_17

ตลาดศรีพนมมาศ

  • หลังจากนั้นออกไปปั่นจักรยานชมเมืองลับแลกันต่อ รอบนี้ไปชมบรรยากาศทุ่งนายามฝนพรำกันบ้าง เขียวฟินส์สุด ๆ ไปเลย ได้ยินเสียงนกร้อง ผีเสื้อโผบินไปตรงนู้นที ตรงนี้ที ถ้ามารอบหน้า อยากมีเวลาสักวันนึงเต็ม ๆ ปั่นจักรยานเที่ยวแต่ในเมืองลับแลนี้
ลับแล_20

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_21

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_23

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_22

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_24

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_25

ปั่นจักรยานในลับแล

ลับแล_26

ปั่นจักรยานในลับแล

  • นัดเจอพรรคพวกมากินข้าวพันผักร้านดัง เมนูเยอะมาก อ่านกันจนตาลาย ใช้เวลารอเป็นชั่วโมงกว่าจะได้กิน แถมตอนไปเข้าห้องน้ำเพิ่งรู้ว่าน้ำที่นี่มีเวลาเปิดปิด เปิดแค่ถึง 8 โมงเช้า เอ้า…แล้วทำอาหารกันได้ยังไงนี่แบบไม่มีน้ำ อย่างน้อยเข้าห้องน้ำก็ต้องล้างมือนะ
ข้าวพันผัก 2

ข้าวพันผักอินดี้

ข้าวพันผัก 2

ข้าวพันผักอินดี้

ข้าวพันผัก 3

ข้าวพันผักอินดี้

ข้าวพันผัก 4

ข้าวพันผักอินดี้

  • เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของทริปนี้ พลาดไม่ได้กับตลาดผลไม้หัวดง ตลาดที่ช่วงฤดูนี้จะเต็มไปด้วยทุเรียนเสียเป็นส่วนใหญ่ เราจัดหลินลับแล กับก้านยาวมา…กลับมาคิดอีกทีน่าจะซื้อมาให้เยอะกว่านี้นะ เสียดาย ราคาก็พอรับได้
ตลาดหัวดง 1

ตลาดผลไม้หัวดง

ตลาดหัวดง 2

ตลาดผลไม้หัวดง

ตลาดหัวดง 3

ตลาดผลไม้หัวดง

ตลาดหัวดง 4

ตลาดผลไม้หัวดง

ตลาดหัวดง 5

ตลาดผลไม้หัวดง

ตลาดหัวดง 6

ตลาดผลไม้หัวดง

  • ขับรถยาว ๆ ไปอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน วิวสวยอยู่แปลกตา มีทะเลสาบสุริยันจันทราชื่อเดียวกับที่ไต้หวันเลย แมลงปอบินกันเต็มฟ้า เป็นบรรยากาศที่หาได้ยาก แต่ก็มียุงและแมลงกัดเจ็บเพียบ จะถ่ายรูปก็ต้องกระโดดเหย็ง ๆ ตลอด ไม่ให้ยุงและแมลงมาเกาะ
อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 4

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 3

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 5

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 2

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 1

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

  • ไปต่อกันที่เขื่อนสิริกิตติ์ เดินสะพานแขวน ดูแม่น้ำสองสี เดินชมจุดชมวิวสันเขื่อน น่าเสียดาย ถ้ามีเวลาจะเช่าจักรยานปั่นด้วยนะนี่
เขื่อนสิริกิตติ์ 1

เขื่อนสิริกิตติ์

เขื่อนสิริกิตติ์ 2

เขื่อนสิริกิตติ์

เขื่อนสิริกิตติ์ 3

เขื่อนสิริกิตติ์

เขื่อนสิริกิตติ์ 4

เขื่อนสิริกิตติ์

  • มื้อเย็นไปกินร้านเด็ดที่ตั้งอยู่ลับ ๆ ในอำเภอเมือง มาณพฟิชชิ่ง ถ้าไม่มีคนรู้จักพามา เราคงคิดว่าโดนหลอกเข้ามาฆ่าแล้ว ปลาสด อาหารรสชาติดี แต่รอน๊าน นาน เหมาะกับการไปเมา กินไปเรื่อย ๆ แล้วนอนหลับคาร้านยันเช้า
อาหารอุตรดิตถ์ 1

มาณพฟิชชิ่ง

อาหารอุตรดิตถ์ 2

มาณพฟิชชิ่ง

  • แม้จะอาลัยอาวรณ์กับที่พักเมื่อคืน แต่วันนี้เราก็ต้องย้ายที่พักกัน เนื่องจากเรือนต้นขามมีคนจองเต็มแล้ว คืนนี้เราไปพักกันที่ B-Cozy Hotel ตามคำแนะนำของน้องที่อุตรดิตถ์ ห้องพอใช้ได้ มีภาพวาดสวย ๆ ในแต่ละห้องไม่เหมือนกัน แต่ไฟห้องที่เราอยู่ดูสลัวไปนิด มีอาหารเช้า ราคา 590 บาทต่อคืน 
บี-โคซี่

B-Cozy Hotel

วันที่สาม

  • หลังจากกินอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ ไปแวะสักการะพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ชมเสาศาลหลักเมืองโบราณ โบราณจริง ๆ ถ้าไม่มีคนชี้ให้ดูก็ไม่รู้ว่าตรงนั้นเคยเป็นเสาหลักเมือง
ทุ่งยั้ง 2

พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

ทุ่งยั้ง 1

พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

ทุ่งยั้ง 3

พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

  • จากนั้นขับไปลับแลกันอีกรอบ เพราะร่างกายต้องการข้าวแคบ และลอดช่องเค็ม (เหมือนเอาลอดช่องมายำใส่ปลาป่น) ได้ของแถมเป็นเมี่ยงหวาน รสชาติอะฮื้ออออ…ทนได้ผ่านไปอึดใจแรก สักพักตอนท้ายจะหอมอร่อย
ลอดช่องเค็ม

ลอดช่องเค็ม

เมี่ยงหวาน

เมี่ยงหวาน

เราสงสัยว่าข้าวแคบที่นี่สีจัดจ้านมาก น่าจะใส่สีผสมอาหารหรือสีที่ไม่ควรผสมอาหาร แต่แม่ค้ายืนยันว่าเป็นสีธรรมชาติ เราเลยซื้อมากินแค่พอหายอยาก ไม่กล้ากินเยอะ กลัวสีสะสมในร่างกาย

ข้าวแคบ 1

ข้าวแคบ

ข้าวแคบ 2

ข้าวแคบ

  • แล้วก็กลับมาในเมืองอุตรดิตถ์กันอีกรอบไป แวะบ้านกนกมณี เดินดูบ้านเก่า ของสะสมเก่า ก่อนซื้อขนมเทียนเสวย และสีผึ้งสูตรโบราณ ห๊อม หอม กลับไปฝากเพื่อน ๆ
ขนมเทียนเสวย 1

บ้านกนกมณี

ขนมเทียนเสวย 2

บ้านกนกมณี

ขนมเทียนเสวย 3

ขนมเทียนเสวย บ้านกนกมณี

ขนมเทียนเสวย 4

สีผึ้งสูตรโบราณกลิ่นกะทิ บ้านกนกมณี

  • แวะกินข้าวมื้อกลางวันรวบมื้อเย็นที่ร้านหน้าผาปลาทอดมัน จังหวัดนครสวรรค์ สั่งปลาทอดมัน ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ต้มส้มปลาม้า ปลาสดอาหารรสดีทุกเมนู
หน้าผาปลาทอดมัน 2

ทอดมันปลา ร้านหน้าผาปลาทอดมัน

หน้าผาปลาทอดมัน 1

ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ร้านหน้าผาปลาทอดมัน

หน้าผาปลาทอดมัน 3

ต้มส้มปลาม้า ร้านหน้าผาปลาทอดมัน

  • ยังไม่พอขาไปเพื่อนติดใจขนมเปี๊ยะปากบางโซวเม่งเฮง จังหวัดสิงห์บุรี ขนมเปี๊ยะที่อร่อยที่สุดในโลก (ของเรา) ที่เราซื้อให้ชิมขาไป เลยต้องแวะซื้อก่อนเวลาร้านปิดแบบเฉียดฉิว 
โซวเม่งเฮง

ขนมเปี๊ยะปากบางโซวเม่งเฮง

ค่าใช้จ่ายทั้งทริปประมาณคนละ 3,000 บาท ไม่รวมของที่ขนซื้อกลับมา บรรลุวัตถุประสงค์ของทริปนี้ได้กินทุเรียนทุกวัน ได้ซื้อทุเรียนกลับมากินด้วย หวังว่าจะได้เจอกันใหม่ฤดูกาลหน้านะจ๊ะ หรือฤดูเก็บเกี่ยวหอมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ของกินแน่น ๆ ราคาถูกแสนถูก อากาศสดชื่น ผู้คนที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร คงอดใจไม่ไหวที่จะ หลง(รัก)ลับแล หลง(รัก)อุตรดิตถ์ อีกหลาย ๆ ครั้ง

แตงไท

แตงไท

เที่ยวเมืองรองแสนสบายไปกับ GoNeverStop

โรงแรมคนรักสบาย นอนสนามบินเซี่ยงไฮ้

นอนบนพื้น บนเก้าอี้สนามบินมาก็บ่อย สำหรับทริปเหิงเตี้ยน-เซี่ยงไฮ้นี้ เที่ยวไม่กี่วันแต่วันสุดท้ายเป็นวันนั้นของเดือนรู้สึกเพลียอย่างรุนแรง อยากเป็นลมเสียให้ได้ ไปคนเดียวด้วย นอนแบบบ้าน ๆ เหมือนที่เคยเป็นมาอาจไม่สะดวกนัก ในใจระหว่างตอนนั่งรถจากอี้อูกลับมาเซี่ยงไฮ้นึกอยู่อย่างเดียวว่าอ่อนแรงมาก อยากนอนยาว ๆ ไปไหนไม่ไหวแล้ว ระหว่างทางเลยเปิดแอพ trip.com มือไม้สั่นรีบหาที่พักที่คิดว่าสบายสุดสำหรับเราเองทันที นอนคนเดียวด้วยก็คิดหนักอยู่สักพักอ่ะนะ จนในที่สุดก็กดจองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ไป…มันต้องสบายแน่นอน!!! ฮึบ!

***การเลือกที่พักเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ ที่พักที่เราว่าเหมาะสำหรับเรา อาจจะไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคนค่ะ***

จับจองมาได้ในราคา

หลังจากรวมส่วนลดที่เรามีอยู่ในแอพเราก็จองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ได้มาในราคา 508 หยวนต่อ 1 คืน ห้อง South Building Queen Room ไม่มีอาหารเช้า

ทำเลที่ตั้ง

โรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน หรือ Airport Hotel ตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติซ่างไห่ผู่ตง Shanghai Pudong Airport, PVG, 上海浦东国际机场)

ตื่นตอนเช้าเดินไปขึ้นเครื่องได้แบบไม่รีบ ในสนามบินก็มีทั้งร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อมากมาย

บริการ

ถึงแม้จะเป็นโรงแรมในสนามบิน แต่เท่าที่เราได้พูดกับพนักงาน เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ดีเช็คอิน เช็คเอาท์ได้รวดเร็วพอสมควร ไม่เหมือนบางโรงแรมในจีนที่เวลาเช็คอิน เช็คเอาท์รอนานแสนนาน บางทีต้องเข้าไปช่วยนั่งคีย์ข้อมูลด้วยซ้ำจะได้เร็วขึ้น

ภายนอกห้อง

เป็นโรงแรมที่ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยเจอคนอื่นเท่าไร

Shanghai Airport Hotel_1

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ภายในห้อง

ห้องก็ไม่ได้กว้างเท่าไร แต่ดีมีหน้าต่าง มองไปเห็นลานจอดเครื่องบินอยู่ลิบ ลิบ เห็นถนนที่วิ่งอยู่ในบริเวณสนามบินอยู่ข้างล่าง

Shanghai Airport Hotel_2

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

Shanghai Airport Hotel_8

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

เตียงเป็นเตียงกลม รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้

Shanghai Airport Hotel_3

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

อาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกห้องราคาถูกที่สุด ห้องน้ำก็เป็นห้องแนวยาว รู้สึกแปลกอีกแล้ว

Shanghai Airport Hotel_4

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

เครื่องใช้จำเป็นก็เหมือนจะมีครบ ขาดแต่รองเท้าเดินในห้อง ฮือ…แอบลำบากเล็ก ๆ ไม่อยากถอดรองเท้าเดินในห้องด้วย ให้ใส่รองเท้าผ้าใบเดินในห้องก็ไม่ไหว

Shanghai Airport Hotel_5

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

ห้องไม่มีกลิ่นบุหรี่ นอนหลับได้สบาย เราเข้านอนแต่หัวค่ำ ตื่นเดินลงไปขึ้นเครื่องไฟลท์เช้าตรู่ เรียกว่าใช้ห้องคุ้มเลยทีเดียว

Shanghai Airport Hotel_7

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

 

ความเห็นโดยรวม

สำหรับคนที่อยากนอนสบาย หลับให้เต็มตื่นก่อนไปขึ้นเครื่อง เราว่าโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel เหมาะที่สุดถึงแม้ว่าจะราคาแพงไปหน่อยก็ตาม เราก็ยังหลวมตัวจองมาแล้ว

 

Shanghai Airport Hotel_6

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ไปกิน พัก เที่ยวเมืองจีนด้วยกันที่ GoNeverStop

หรือที่ https://goneverstopblog.wordpress.com/stay/

พักอพาร์ทเมนท์ที่หนานจิง Nanjing Weibao Home Apartment

ก่อนไปเที่ยวหนานจิง หารีวิวที่พักในหนานจิงไม่ค่อยมีเลย เราเลยเลือกที่พักตามสัญชาตญาณและความชอบส่วนตัวอีกแล้ว ครั้งนี้จองที่พักผ่าน trip.com อีกเช่นเคย เนื่องจากในแอพนี้มีที่พักในจีนให้เลือกเยอะแยะ ครั้งนี้บินไปถึงก็มืดแล้ว อยากได้ที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Nanjing South Railway Station เพื่อใช้ต่อทริปไปที่ Wuxi และใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินได้ เจอที่พักแบบเป็นอพาร์ทเมนท์เหมือนกับจองใน airbnb ดูน่าสนใจดี

***การเลือกที่พักเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ ที่พักที่เราว่าเหมาะสำหรับเรา อาจจะไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคนค่ะ***

จับจองมาได้ในราคา

ที่พักที่จองมาในทริป Nanjing-Wuxi-Shanghai นี้คือ Nanjing Weibao Home Apartment (南京葳宝的家酒店式公寓) อยากบอกว่าตั้งแต่วันเข้าพักจนเช็คเอาท์เรายังจำชื่อที่พักไม่ได้เลย ตอนที่จองเป็นห้อง Deluxe Double Room ได้มาในราคา 2,419.13 บาทต่อ 2 คืน

Weibao's Home_1

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

ทำเลที่ตั้ง

ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นเดินทางไปจีนคนเดียวแบบคนขี้ลืมอย่างไม่น่าให้อภัย ก่อนไปเราลืมคิดไปว่าที่พักนี้เป็นลักษณะเหมือนอพาร์ทเมนท์ การเข้าเช็คอิน การหาที่พักอาจจะยากสักหน่อย คงไม่มีป้ายเป็นแบบโรงแรมบอกให้เราเห็นง่าย ๆ โชคดีที่มี call center ของ trip.com โทรข้ามประเทศมาเตือนสติก่อนเครื่องออกได้ทันเวลา แจ้งว่าทางเจ้าของที่พักไม่รู้ว่าจะติดต่อเรายังไง จะได้ติดต่อเราแจ้งรหัสเข้าห้องพักก่อนเข้าพักได้ จนเราได้ติดต่อกับเจ้าของห้องพักผ่านทางวีแชทก่อนเครื่องขึ้น พอเราไปถึงสถานีรถไฟ Nanjing South Railway Station ถ้าไม่มีเจ้าของที่พักช่วยบอกนำทางอย่างละเอียดคงหาที่พักไม่เจอแน่ ง่าย ๆ แค่ทางออกจากสถานีรถไฟผิดประตูก็อาจทำให้หลงแล้ว ขอกราบขอบพระคุณอีกรอบมา ณ ที่นี้

เดินออกมาจากสถานีตรงทางออกที่ 6 มองตรงไปก็จะเห็นตึกที่พักแล้วจ้ะ

Weibao's Home_4

ระหว่างทางเดินไป Nanjing Weibao Home Apartment

ห้องพักอยู่บนชั้น 11 Block D ของตึก Zena Himalaya Center ซึ่งเป็นหมู่ตึกที่พักใกล้กับสถานีรถไฟ Nanjing South Railway Station นั่นเอง

Weibao's Home_6

ทางเข้าอาคาร Nanjing Weibao Home Apartment

ด้านล่างตึกมีร้านอาหาร ร้านขายของชำให้เลือกหลายร้าน

บริการ

ตลอดการเข้าพักไม่เจอเจ้าของห้องพักเลยค่ะ ได้แต่ติดต่อกันผ่านวีแชท ถึงแม้ไม่ได้เจอหน้ากันเลย แต่ถ้าไม่ได้รับความกระตือรือร้นจากเจ้าของห้องพักติดต่อเราก่อนเข้าพัก เราคงหาที่พักไม่เจอแน่ ๆ นอกจากนี้ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามผ่านวีแชทได้ตลอดค่ะ

ภายนอกห้อง

ก็เหมือนอพาร์ทเมนท์หรือคอนโดมิเนียมทั่วไป ทางเดินกว้าง ดูปลอดภัยดี ล็อคห้องด้วยรหัสซึ่งเจ้าของที่พักจะส่งมาให้ทางวีแชท เพื่อนห้องข้าง ๆ ก็ไม่มีทำเสียงดังให้รำคาญ

Weibao's Home_9

ภายนอกห้อง Nanjing Weibao Home Apartment

ภายในห้อง

ภายในห้องมีเตียงใหญ่ มีทั้งครัว เครื่องซักผ้า โต๊ะทำงาน เครื่องชั่งน้ำหนัก ครบครันเหมือนกับอยู่บ้านเลย

Weibao's Home_8

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

Weibao's Home_2

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

มีเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ด้วย

Weibao's Home_5

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

ทีวีจอใหญ่มีซีรี่ย์ และรายการโชว์ต่าง ๆ ให้ดูแบบ non stop ดีจนอยากนอนแช่อยู่ในห้องทั้งวัน

Xiaomi TV

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

ห้องน้ำสะอาด แบ่งเป็นส่วนอาบน้ำและสุขา มีแชมพู ครีมอาบน้ำขวดใหญ่ให้ น้ำไหลแรงสะใจดีดี

Weibao's Home_7

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

 

มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็จะเห็นวิวถนนข้างล่าง ตอนกลางคืนถนนยกระดับจะประดับสองข้างทางเป็นสีน้ำเงินเป็นเส้นยาว เหมือนอยู่ในโลกของ TRON เลย สวยมาก 

Nanjing Hotel_2

มองไปนอกหน้าต่าง Nanjing Weibao Home Apartment

ความเห็นโดยรวม

Nanjing Weibao Home Apartment (南京葳宝的家酒店式公寓) เป็นห้องพักที่คุ้มค่า คุ้มราคาดี แต่ว่าถ้าจะพักคนเดียวอาจจะราคาสูงไปหน่อย ส่วนครั้งต่อไปถ้ามาหนานจิงอีกอยากจะพักที่นี่อีกไหมก็ต้องดูแผนการเที่ยวครั้งหน้าค่ะว่าจะไปไหนบ้าง

Weibao's Home_3

ภายในห้องพัก Nanjing Weibao Home Apartment

ไปกิน พัก เที่ยวเมืองจีนด้วยกันที่ GoNeverStop

หรือที่ https://goneverstopblog.wordpress.com/stay/