The Wondering Earth เมื่อเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองน้ำแข็ง

หลิวล่างตี้ฉิว (流浪地球) หรือ The Wondering Earth ภาพยนตร์จีนที่ทำรายได้รวมทั่วโลกติดอันดับต้น ๆ ของปี 2019 (ตอนที่ GoNeverStop เขียนบทความนี้รายได้อยู่ที่อันดับ 11 ของ Box Office Mojo)

Waitan

พื้นที่บริเวณรอบแม่น้ำหวงผู่หนึ่งในฉากหลังของเรื่อง The Wondering Earth

ฉากหลังที่เห็นได้ชัดของเรื่องเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ (Shanghai, 上海) จะเป็นอย่างไรเมื่อวันหนึ่งที่เกิดหายนะขึ้นบนโลก แล้วพวกเราต้องอพยพลงไปใต้ดิน ส่วนโลกข้างบนนั้นกลายสภาพเป็นเมืองน้ำแข็งติดลบกว่า 80 องศาเซลเซียส เมื่อวันนึงเราไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “บ้าน” ให้กลับไป สิ่งที่สร้างความสุขให้กับผู้คนได้คือ รสชาติของอาหารที่ปรุงขึ้นมาใหม่ ๆ ไม่ใช่อาหารในแพ็กสำเร็จรูป การได้เห็นภาพบรรยากาศบนพื้นโลกก่อนตาย ที่เหมือนจะเจ็บปวด แต่กลับเป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่สร้างความสุขล้นในใจให้กับใครบางคนได้ ดูแล้วก็ได้แต่หวังว่าเรื่องเหล่านี้คงจะเป็นแค่จินตนาการของนักเขียนเท่านั้น อย่าได้เกิดขึ้นจริงเลยในสักวัน

The Wondering Earth นำแสดงโดย Qu Chuxiao (เคยแสดงเป็นองค์ชายห้า ลูกของไห่หลาน ในเรื่องหรูอี้จ้วน), Li Guangjie (เคยแสดงเป็นรักแรกที่ไม่มีวันลืมจากโชซอนของชูเจียหวงกุ้ยเฟยหรือเจ๊อูม เรื่องหรูอี้จ้วน), Ng Man Tat หรือที่คนไทยเรียกว่าอู๋ ม่งต๊ะ, Zhao Jinmai (น้องใหม่มาแรงจากเรื่องสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก ภาคจีน), Wu jing (พี่คนนี้ช่วงหลังนี้เล่นหนังใหญ่ซะส่วนใหญ่)

the wondering earth_1.jpg

ภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth

เดอะบันด์ หรือไว่ทัน (The Bund, Waitan, 外滩) เป็นพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River, 黄浦江) มองไปฝั่งตรงกันข้ามจะเห็นตึกระฟ้าสูงเรียงรายรวมทั้งหอไข่มุกตะวันออก (Oriental Pearl TV Tower, 东方明珠电视塔) พื้นที่บริเวณนี้จะปรากฎในซีรี่ย์จีนหลายเรื่อง รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth นี้ด้วย ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่เดอะบันด์หรือหอไข่มุกตะวันออกแล้วให้ลองจินตนาการตามในหนังว่าถ้าวันนึงน้ำท่วมโลกจนสูงถึงยอดของหอไข่มุกแล้วก็กลายเป็นน้ำแข็ง สภาพจะน่ากลัวสักเพียงใด 

the wondering earth_2.jpg

ภาพยนตร์เรื่อง The Wondering Earth

วันนี้ GoNeverStop จะพาเพื่อน ๆ ไปชมบรรยากาศความสวยงามของหอไข่มุกยามค่ำคืนในช่วงเวลาที่โลกยังพออยู่ได้กันนะคะ

นี่คือภาพซูมของหอไข่มุกตะวันออกเมื่อมองจากฝั่งเดอะบันด์

The Bund_6

หอไข่มุกตะวันออก

ยามค่ำคืนจะมีผู้คนจำนวนม๊าก มาก ออกมาเดินชมวิวแถวเดอะบันด์นี้ ถ่ายไปมุมไหนก็จะเห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด

The Bund_4

หอไข่มุกตะวันออก

ตึกฝั่งเดอะบันด์นี้ก็สวยไม่แพ้กันนะคะ เป็นตึกที่ถูกสร้างมาในหลายรูปแบบ แต่ละตึกก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป

The Bund_5

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

The Bund_1

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

The Bund_3

ตึกที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งเดอะบันด์

ตอนที่เราไปเดอะบันด์เข้าใจว่าเค้าจะเปิดไฟกันทั้งคืน แอบดีใจว่าจะได้ถ่ายรูปได้เต็มที่หน่อย ที่ไหนได้สักประมาณ 4 ทุ่มก็ปิดไฟแล้ว นักท่องเที่ยวก็เลยต้องแยกย้ายกลับที่พักกันโดยปริยาย

The Bund_7

ตึกสูงระฟ้าริมแม่น้ำหวงผู่

The Bund_2

หอไข่มุกตะวันออก

ส่วนวิธีการไปไม่รีวิวแล้วกันเนอะว่าไปยังไง เพราะขึ้นอยู่กับว่าเราออกเดินทางจากจุดไหนของเซี่ยงไฮ้ แต่รับรองหาไม่ยากค่ะ สถานที่เที่ยวยอดฮิตในเซี่ยงไฮ้แบบนี้ เปิดกูเกิ้ลแมพออกเดินไม่นานก็เจอแล้ว

ดูหนังแล้วเที่ยวตามรอยกันที่เพจ GoNeverStop

ย่าติงงบไม่จำกัด บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว

"ย่าติง" จุดหมายในฝันของนักเดินทางหลายคน 
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือแชงกีล่าแห่งสุดท้าย
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือชัมบาลา

แต่สำหรับเรา…ด้วยความที่ช่วงนี้เห็นรีวิวย่าติงเยอะมาก เราก็เลยรู้สึกเฉย ๆ กับความงามของย่าติง จนมาได้ดูหนังเรื่องจีนอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งก็ไม่ค่อยดังในไทย ชื่อเรื่องว่า  I Belonged to You หรือ 从你的全世界路过 ภาพยนตร์จีนที่ออกฉายเมื่อ 3 ปีก่อน นำแสดงโดยหยางหยาง เติ้งเชา ไป๋ไป่เหอ จางเทียนอ้าย เยี่ยหยุนเผิง ซึ่งดูแล้วก็อยากได้อารมณ์แบบในหนังเลยจัดโรดทริปจากเฉิงตูไปย่าติง (ให้นั่งจากฉงชิ่งไปย่าติงก็ไกลเกิ๊นนน เราว่าไม่ไหวจริง ๆ)

yangyang_1

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

yangyang

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

เพื่อนร่วมทางในทริปหาไม่ยากเลย ด้วยความที่หลายคนรู้จักย่าติงอยู่แล้ว ชวนคำเดียวได้เพื่อนร่วมทางมาถึง 6 คนเชียว และเนื่องจากทุกคนก่อนมาเที่ยวต้องทำงานหนัก เที่ยวแล้วต้องขอแบบสบายหน่อย พวกเราเลยไม่ได้มีการจำกัดงบการเดินทาง เลือกเอาตามความพอใจโดยรวมเป็นหลัก

IBelongedToYou_yangyang.jpg

หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่เดินทางจากคุนหมิงไปย่าติง นั่นก็เพราะว่าสำหรับเราแล้วเส้นทางนั้นต้องทางผ่านหลายเมืองใช้เวลาเดินทางนานกว่า วันลาเราก็มีให้จำกัดแค่ 9 วัน ไม่เหมาะกับพวกเที่ยวแบบดื่มด่ำแต่ละที่อย่างพวกเรา การเริ่มเดินทางจากเฉิงตูจึงเหมาะกว่า

:::โปรแกรมการเดินทาง:::

เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เพื่อนบางคนไปก่อน กลับหลัง โปรแกรมแตกต่างกันเล็กน้อย เราจะเขียนรีวิวแต่โปรแกรมของเราเป็นหลัก เดินทางโดยใช้รถเช่าส่วนตัวจากเฉิงตูไปจนถึงย่าติง แล้วบินกลับจากเต้าเฉิงมาเฉิงตูก่อนที่จะกลับไทยในวันถัดไป

18 ตุลาคม 2562

พวกเรา 3 คนออกเดินทางจากดอนเมือง-เฉิงตู บินไฟลท์ 4 ทุ่มไปถึงเฉิงตูตี 2 หาเก้าอี้นอนในสนามบินตามอัธยาศัย ส่วนอีก 3 คนนั้นเดินทางมาถึงเฉิงตูล่วงหน้าแล้ว

chengdu airport.jpg

สนามบินเฉิงตูซวงหลิว

19 ตุลาคม 2562

เฉิงตู-ไปดูน้องหมีแพนด้ากิน ๆ นอน ๆ ทำตัวน่ารักไปวัน ๆ ท่ามกลางป่าธรรมชาติที่ปี้เฟิงเสีย (ฺBifenxia Panda Center, 碧峰峡)

Bifengxia_2

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_3

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_1

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

เดินเล่นเมืองคังติ้งดูแม่น้ำคังติ้ง (Kangding River, 康定河) น้ำสีฟ้าใส ไหลแรงมาก

Kangding_1

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

Kangding_3

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

คืนนี้พักที่เมืองคังติ้ง (Kangding, 康定)

Kangding_2

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

20 ตุลาคม 2562

เช้าออกไปเที่ยวมู่เก๋อชั่ว (Mugecuo, 木格措) อุทยานธรรมชาติซึ่งมีทั้งทะเลสาบบนภูเขา เส้นทางเดินชมธรรมชาติ บ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า สปาปลา ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

Mugecuo_3

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_1

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_2

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

กว่าจะได้กลับลงมาก็บ่ายแก่ ๆ-กลางคืนไปกินอาหารทิเบตและเดินชมเมืองคังติ้งกันอีกคืน 

21 ตุลาคม 2562

ออกเดินทางจากเมืองคังติ้ง ผ่านภูเขาเจ๋อตัว (Zheduoshan, 折多山) แวะเที่ยวได้ไม่นานนักเพราะที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 4,300 เมตรเชียว

Zheduoshan_2

ภูเขาเจ๋อตัว

Zheduoshan_1

ภูเขาเจ๋อตัว

ชมความงามของวัดทิเบตที่ถ่ากง (Tagong, 塔公) โดยมีเทือกเขา Yala เป็นฉากหลัง

Tagong_1

บรรยากาศที่ถ่ากง

Tagong_2

บรรยากาศที่ถ่ากง

นอกจากนี้ก็มีแวะถ่ายรูประหว่างทางเรื่อย ๆ วิวทิวทัศน์ระหว่างทางวันนี้สวยมาก สวยเว่อร์ สวยที่สุด ระหว่างทางห้ามนอนหลับเชียว

Xinduqiao_1

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

Xinduqiao

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

คืนนี้พักที่ซินตูเฉียว (Xinduqiao, 新都桥) ที่พักเหมือนปราสาทแต่สไตล์ทิเบตสวยน่านอนเล่นทั้งวัน แต่เสียดายกว่าเราจะมาถึงก็ค่ำแล้ว แถมตอนเช้าก็ต้องรีบออกอีก

22 ตุลาคม 2562

ด้วยความที่อยากใช้เวลาอยู่กับที่พักให้นานอีกสักหน่อย บวกกับเพื่อนร่วมทริปมีอาการแพ้ความสูง พวกเราเลยตัดสินใจทิ้งที่พักในอุทยานย่าติงซึ่งจองไว้แล้ว มาพักในรื่อวา (Riwa) แทน ออกจากที่พักช้าอีกหน่อย

Xinduqiao Hotel_1

ที่พักที่ซินตูเฉียว

แวะถ่ายรูประหว่างทางไปเรื่อย ๆ วิวระหว่างวันนี้ก็สวยมากอีกเช่นเคย แถมมีวิวหลากหลายแบบทั้งภูเขาเขียว ภูเขาเขียวแบบโรยไอซ์ซิ่ง ภูเขาหิมะ พื้นที่ว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาดูแห้งแล้ง หาดหิน ลำธาร ใบไม้เปลี่ยนสี งดงามมาก

Xinduqiao_2

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

Xinduqiao_3

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

รูปที่ถ่ายมาก็ไม่สามารถอธิบายให้เห็นถึงความงามของภูมิประเทศแถวนี้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว แล้วอีกอย่างเราเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่ที่นั่งตรงกลางรถ ไม่สะดวกที่จะถ่ายรูปวิวข้างทางด้วย เลยได้แต่เก็บภาพไว้ในความทรงจำแทน วันนี้ให้คนขับหาที่พักที่รื่อวาให้เสร็จสรรพ 

Xinduqiao_5

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

ระหว่างทางไปย่าติงต้องผ่านเมืองลี่ถัง (Litang, 理塘) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,014 เมตร แวะกินข้าวกลางวัน แต่หายใจยากพอสมควรเลย ส่วนเพื่อนเราอาการกำเริบหนักมาก

23 ตุลาคม 2562

ตอนเช้าส่งเพื่อนร่วมทริปที่ป่วยแพ้ความสูงไปหาที่นอนในรื่อวาในทำเลที่เดินออกไปหาของกินได้เองสะดวก แล้วพวกเราที่เหลือก็เดินทางไปย่าติง (Yading Nature Reserve, 亚丁)

yading_3

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

นั่งรถโค้งพับไปมาเกือบชั่วโมง เอาของเข้าเก็บที่พักในหมู่บ้านย่าติง กินข้าวกลางวัน กว่าจะเสร็จก็ราวบ่าย (มีใครออกเดินช้ากว่าพวกเราอีกไหม) แล้วก็ออกไปเดินรูทสั้นกัน ผ่าน Chonggu Monastery

yading_4

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_5

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ไปจนถึงทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake, 珍珠海 หรือ 卓玛拉措) เส้นทางเป็นทางเดินซึ่งเดินได้ง่าย ๆ แต่ก็เหนื่อยอยู่นะ ช่วงเวลาที่ไปใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยงามมาก มองไปมุมไหนก็สวยไปเสียหมด

yading_6

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_7

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

24 ตุลาคม 2562

วันนี้เริ่มออกเดินกันแต่เช้า (แต่จริง ๆ ควรเช้ากว่านี้ เพราะเราจะไปเดินรูทยาวกัน) ระหว่างทางเดินไปทะเลสาบน้ำนม (Milk Lake, 牛奶海) หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย  ๆ และลมแรงมาก

yading_9

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_8

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

เราต้องเดินต้านลม และหิมะก็ปะทะหน้าเจ็บไปหมด เราจะเอาผ้าปิดหน้าก็ไม่ได้เพราะว่าใส่แว่นสายตา แว่นเป็นไอขึ้นมาตลอด มองไม่เห็นทาง ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บวกกับเวลาที่ค่อนข้างจะบ่ายแก่แล้ว พวกเราเลยเดินเที่ยวแค่ทะเลสาบน้ำนม ไม่ได้ไปต่อจนถึงทะเลสาบห้าสี (Five-Color Lake, 五色海)

yading_1

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_2

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ระหว่างทางกลับเจอพวกสัตว์ป่าออกมากินอาหารกันแบบสบาย สบาย ไม่กลัวคนเลย สุดท้ายก่อนกลับช่วงเย็นก็จะได้เห็นภาพน้องม้าออกมากินหญ้าอย่างสบายใจกลางทุ่งหญ้าหลังจากทำงานหนักรับนักท่องเที่ยวมาทั้งวัน

yading_10

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

25 ตุลาคม 2562

วันนี้ขอตื่นสายค่อย ๆ ละเลียดกินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วลงรถกลับเข้ามารับเพื่อนในเมืองรื่อวา เดินเล่นในเมืองรื่อวาเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ แวะเที่ยวถ่ายรูประหว่างทาง ช้อปปิ้ง OTOP เมืองเต้าเฉิง (Daocheng, 稻城) 

Daocheng_1

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_4

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_2

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

ก่อนที่จะเข้าที่พักเมืองเต้าเฉิง ฝากของไว้ที่พักแล้วก็ออกไปเดินเล่นในเมืองเต้าเฉิงกัน เมืองเต้าเฉิงเป็นเมืองที่สงบและเงียบมากเหลือเกิน ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว คนน่าจะเยอะกว่านี้

Daocheng_3

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_5

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_6

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

26 ตุลาคม 2562

เราตื่นแต่เช้ามาก วันนี้เช้าจริง เพราะเรากับน้องสองคนจะขึ้นเครื่องกลับไปเฉิงตู กลัวตกเครื่องเลยรีบออก

Daocheng Airport

สนามบินเต้าเฉิง

ส่วนเพื่อนที่เหลือนั่งรถจะไปค้างคังติ้งก่อนแล้วค่อยกลับเฉิงตู แต่โดนคนขับเท บอกแม่ป่วย ขอตีรวดเดียวกลับเฉิงตูเลย แต่ต้องจ่ายค่ารถเท่ากับสองวันนะจ๊ะ ส่วนพวกเราที่รอขึ้นเครื่องก็เจอเครื่องบินดีเลย์ไปหลายชั่วโมงเชียว เนื่องจากเราต้องรออยู่ในสนามบินซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 4,411 เมตรและเป็นสนามบินพลเรือนที่สูงที่สุดในโลกเป็นระยะเวลานานถึง 3 ชั่วโมง ทั้งหนาวและรู้สึกไม่สบายตัวจนเริ่มจะปวดหัว ในที่สุดก็ได้บินกลับมาถึงเฉิงตู เอาของเก็บที่พักแล้วก็ออกไปเดินหาของกิน เที่ยวถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึ (Kuanzhai Xiangzi, 宽窄巷子) ต่อด้วยถนนชุนซีลู่ (Chunxilu, 春熙路)

chengdu_4

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_5

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_1

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

27 ตุลาคม 2562

เช้าก่อนบินกลับไปถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึอีกครั้งเพราะอยู่ใกล้ที่พัก ปิดทริปด้วยการเรียกแท็กซี่ไปส่งสนามบินแบบสบาย ๆ บินไฟลท์บ่าย 2 กว่า ๆ ถึงสุวรรณภูมิ 5 โมงเย็น

chengdu_2

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_3

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

:::งบประมาณ:::

ค่าใช้จ่ายสำหรับโปรแกรมของเรารวมทุกอย่างทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน 3 ขา ค่าเช่ารถเบนซ์ส่วนตัวพร้อมคนขับ ค่ากินทุกอย่างตามแต่ใจเรียกหา ค่าเข้าสถานที่ ค่าโรงแรมทั้งหรูและไม่หรู ค่าห้องที่ทิ้งไป 1 คืนและจองใหม่ 1 คืน รวมแล้วประมาณ 38,000 บาท

:::ที่พัก:::

คังติ้ง 2 คืน: โรงแรมคังติ้งไท่หนิงชางอู้ (康定泰宁商务酒店 (原泰宁美人谷风情主题酒店))
ซินตูเฉียว 1 คืน: โรงแรมคังติ้งก้งกาจงจวนหยวน (康定贡嘎宗庄园酒店)
รื่อวา 1 คืน: พักโรงแรมชื่ออะไรยังจำไม่ได้เลย เปลี่ยนแผนกะทันหัน เลยให้คนขับหาให้ แต่ไม่แนะนำถ้าไม่มีรถ เพราะว่าโรงแรมอยู่ห่างไกลจากร้านอาหาร และร้านขายของ อีกอย่างโรงแรมเหม็นกลิ่นบุหรี่ด้วย
ย่าติง 2 คืน: โรงแรมเต้าเฉิงย่าติงจาซีคงชู่จ้างเหวินฮว่าจู่ถี (稻城亚丁扎西空墅藏文化主题酒店) อันที่จริงจองไว้ 3 คืน แต่พวกเราเทไป 1 คืน
เต้าเฉิง 1 คืน: เต้าเฉิงซานเหมาเสี่ยวจู้ (稻城三毛小筑)
เฉิงตู 1 คืน: โรงแรมเมิ่งจือลู่เหวินจวินโหลวถิงหย่วน (สาขาเฉิงตูควนไจ่เซี่ยงจึ) (梦之旅文君楼庭院酒店(成都宽窄巷子店))

:::คนขับรถ:::

พวกเราเพิ่งมาหาคนขับรถจากรีวิวอื่น ๆ ก่อนออกเดินทาง ไม่กี่วัน นับว่าโชคดีคนขับว่างพอดี เสนอราคามาที่ 1,500 หยวนต่อวัน รวมทุกอย่างแล้ว เป็นรถเบนซ์ 7 ที่นั่ง มีซันรูฟ สภาพทั้งใหม่และสะอาด ติดต่อกันโดยผ่านวีแชท สภาพรถดีมาก รถนั่งสบายมาก พี่หลินคนขับก็ขับรถดี ค่อนข้างถูกกฎ ไม่จอดในที่ห้ามจอดเหมือนรถคันอื่น ไม่สูบบุหรี่ รถเลยไม่มีกลิ่นบุหรี่ หายากมากเลยนะคนจีนที่ไม่สูบบุหรี่ พี่หลินทำการบ้านเป็นอย่างดี ให้แพลนเดินทางไป เค้าก็ไปหาข้อมูลเส้นทางมาก่อน ไม่ต้องไปเสียเวลาหาทางไป ณ วันนั้น ช่วงที่ต้องขับรถทำเวลา พี่หลินก็ขับได้เฟี้ยวฟ้าวมากเช่นกัน พี่หลินเป็นคนสงวนคำพูด พูดน้อยมาก ทำให้เราไม่เหนื่อยหาคำตอบด้วย เวลานัดก็มารอก่อนเวลาเสมอ ตอนแรกพวกเราจะจ้างพี่หลินแค่ 4 วันแต่ว่าเนื่องจากบริการที่ดีมาก ทำให้เราขอเช่าต่อจนจบทริป ทุกอย่างเหมือนจะดีจบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในนิยายประโลมโลก แต่เดี๋ยวก่อน…หลังจากพี่หลินมาส่งเราขึ้นเครื่องที่เต้าเฉิง พี่หลินก็เทเพื่อนเราที่เหลือ ถึงแม้จะจ่ายค่าชดเชยให้แต่ก็ไม่คุ้มกับค่ารถและค่าโรงแรมที่ต้องจ่าย จบแบบหักมุมจ้ะ

Xinduqiao_4

รถเช่าพร้อมคนขับจากเฉิงตูไปย่าติง

รายละเอียดเกี่ยวกับทริป #ย่าติงงบไม่จำกัด #บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว นี้
เอาไว้ค่อยมาเล่าละเอียดแยกทีละตอนนะคะ

กดติดตามกันได้ที่ https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/

ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรูปภาพในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อ GoNeverStop ได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/ 

 

โรงแรมคนรักสบาย นอนสนามบินเซี่ยงไฮ้

นอนบนพื้น บนเก้าอี้สนามบินมาก็บ่อย สำหรับทริปเหิงเตี้ยน-เซี่ยงไฮ้นี้ เที่ยวไม่กี่วันแต่วันสุดท้ายเป็นวันนั้นของเดือนรู้สึกเพลียอย่างรุนแรง อยากเป็นลมเสียให้ได้ ไปคนเดียวด้วย นอนแบบบ้าน ๆ เหมือนที่เคยเป็นมาอาจไม่สะดวกนัก ในใจระหว่างตอนนั่งรถจากอี้อูกลับมาเซี่ยงไฮ้นึกอยู่อย่างเดียวว่าอ่อนแรงมาก อยากนอนยาว ๆ ไปไหนไม่ไหวแล้ว ระหว่างทางเลยเปิดแอพ trip.com มือไม้สั่นรีบหาที่พักที่คิดว่าสบายสุดสำหรับเราเองทันที นอนคนเดียวด้วยก็คิดหนักอยู่สักพักอ่ะนะ จนในที่สุดก็กดจองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ไป…มันต้องสบายแน่นอน!!! ฮึบ!

***การเลือกที่พักเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ ที่พักที่เราว่าเหมาะสำหรับเรา อาจจะไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคนค่ะ***

จับจองมาได้ในราคา

หลังจากรวมส่วนลดที่เรามีอยู่ในแอพเราก็จองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ได้มาในราคา 508 หยวนต่อ 1 คืน ห้อง South Building Queen Room ไม่มีอาหารเช้า

ทำเลที่ตั้ง

โรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน หรือ Airport Hotel ตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติซ่างไห่ผู่ตง Shanghai Pudong Airport, PVG, 上海浦东国际机场)

ตื่นตอนเช้าเดินไปขึ้นเครื่องได้แบบไม่รีบ ในสนามบินก็มีทั้งร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อมากมาย

บริการ

ถึงแม้จะเป็นโรงแรมในสนามบิน แต่เท่าที่เราได้พูดกับพนักงาน เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ดีเช็คอิน เช็คเอาท์ได้รวดเร็วพอสมควร ไม่เหมือนบางโรงแรมในจีนที่เวลาเช็คอิน เช็คเอาท์รอนานแสนนาน บางทีต้องเข้าไปช่วยนั่งคีย์ข้อมูลด้วยซ้ำจะได้เร็วขึ้น

ภายนอกห้อง

เป็นโรงแรมที่ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยเจอคนอื่นเท่าไร

Shanghai Airport Hotel_1

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ภายในห้อง

ห้องก็ไม่ได้กว้างเท่าไร แต่ดีมีหน้าต่าง มองไปเห็นลานจอดเครื่องบินอยู่ลิบ ลิบ เห็นถนนที่วิ่งอยู่ในบริเวณสนามบินอยู่ข้างล่าง

Shanghai Airport Hotel_2

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

Shanghai Airport Hotel_8

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

เตียงเป็นเตียงกลม รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้

Shanghai Airport Hotel_3

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

อาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกห้องราคาถูกที่สุด ห้องน้ำก็เป็นห้องแนวยาว รู้สึกแปลกอีกแล้ว

Shanghai Airport Hotel_4

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

เครื่องใช้จำเป็นก็เหมือนจะมีครบ ขาดแต่รองเท้าเดินในห้อง ฮือ…แอบลำบากเล็ก ๆ ไม่อยากถอดรองเท้าเดินในห้องด้วย ให้ใส่รองเท้าผ้าใบเดินในห้องก็ไม่ไหว

Shanghai Airport Hotel_5

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

ห้องไม่มีกลิ่นบุหรี่ นอนหลับได้สบาย เราเข้านอนแต่หัวค่ำ ตื่นเดินลงไปขึ้นเครื่องไฟลท์เช้าตรู่ เรียกว่าใช้ห้องคุ้มเลยทีเดียว

Shanghai Airport Hotel_7

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

 

ความเห็นโดยรวม

สำหรับคนที่อยากนอนสบาย หลับให้เต็มตื่นก่อนไปขึ้นเครื่อง เราว่าโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel เหมาะที่สุดถึงแม้ว่าจะราคาแพงไปหน่อยก็ตาม เราก็ยังหลวมตัวจองมาแล้ว

 

Shanghai Airport Hotel_6

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ไปกิน พัก เที่ยวเมืองจีนด้วยกันที่ GoNeverStop

หรือที่ https://goneverstopblog.wordpress.com/stay/

ชมดอกจาคาแรนด้าบานสะพรั่ง ณ คุนหมิง

เมื่อย่างเข้าช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปีที่เมืองคุนหมิง (Kunming, 昆明) ประเทศจีน จะเป็นช่วงที่ดอกจาคาแรนด้า (Jacaranda) หรือหลันฮวาหยิ๋ง (蓝花楹) จะพากันเบ่งบานอวดความงามเป็นสีม่วงกัน

Jacaranda Kunming_5

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_3

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ดอกจาคาแรนด้านี้มีอีกชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ ดอกศรีตรัง (แต่อันนี้เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับดอกศรีตรังในเมืองไทยหรือเปล่านะ)

Jacaranda Kunming_9

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เราเดินทางออกจากโรงแรมแถวกลางเมืองคุนหมิงไปยังถนนเจี้ยวฉ่างจง (Jiaochang Middle Road,校场中路) โดยใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ ทั้งสะดวก ทั้งถูกมากเลย

Jacaranda Kunming_2

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ส่วนเพื่อน ๆ ที่อยากตามรอย แล้วจะนั่งรถเมล์สายไหนมาถึงนั้นแล้วแต่สถานที่ที่เพื่อน ๆ เริ่มออกเดินทางมานะจ๊ะ ส่วนเรานั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีรถไฟคุนหมิงเหนือก่อนแล้วต่อรถเมล์สาย Z63 ไม่นานก็ถึงแล้ว

Jacaranda Kunming_10

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_6

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

อันที่จริงยังมีถนนสายอื่น ๆ ในคุนหมิงอีกที่มีเจ้าดอกจาคาแรนด้านี้ แต่ที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเป็นถนนที่มีต้นจาคาแรนด้ามากที่สุดเรียงรายยาวติดต่อกันถึง 2 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวชมกัน สาว ๆ บางคนก็พากันแต่งชุดจีนโบราณมาถ่ายภาพกันด้วยนะ

Jacaranda Kunming_4

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ในภาพถ่ายที่เราถ่ายไว้นี้ ถ่ายเมื่อช่วงวันหยุดแรงงานที่ผ่านมานะจ๊ะ

Jacaranda Kunming_8

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ถ้าเพื่อน ๆ ได้มาเที่ยวคุนหมิงช่วงเดือนพฤษภาคมเหมือนกับเรา แล้วไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี ก็ลองไปที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเพื่อถ่ายรูปเล่นกันก็ได้ ทั้งสวยและฟรี! เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

Jacaranda Kunming_7

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_11

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เที่ยวจีนไม่เหมือนใครกดไลค์กันได้ที่ GoNeverStop

 

ค่ำคืนข้ามกาลเวลา ที่ “โรงงิ้วเจิ้งอี่สือ”

“ราวกับข้ามกาลเวลากลับไปในอดีต“

เป็นความรู้สึกแรกเมื่อพนักงานประจำโรงงิ้วเปิดประตูให้ฉันและผู้คนที่รอเข้าชมการแสดงในค่ำคืนนี้เข้าไปในโรงงิ้วระดับตำนาน “โรงงิ้วเจิ้งอี่สือ (正乙祠戏楼, Zhengyici Peking Opera Theatre)” เสียงเพลงแบบโบราณเปิดคลอเข้ากับบรรยากาศรอบด้าน ทำให้ฉันผู้มาเยือนปักกิ่งอดที่จะยิ้มอยู่คนเดียวไม่ได้

Zhengyici_1

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ชื่มชมกับบรรยากาศรอบข้างได้สักพัก ก็เหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมชมการแสดงงิ้วปักกิ่งในวันนี้ แต่งตัวมีผ้าคลุมกันหนาวยาวสีแดง ปักลายดอกไม้แบบแม่นางในหนังจีนพีเรียด แอบคิดในใจว่ากลับไปต้องลองสั่งซื้อชุดแบบนี้มาไว้บ้างล่ะ สวยจัง!

“เจิ้งอี่สือ“ โรงงิ้วระดับตำนาน

โรงงิ้วเจิ้งอี่สือถูกสร้างขึ้นในปีที่ 51 ของรัชสมัยจักรพรรดิคังซี (康熙帝, Kangxi) แห่งราชวงศ์ชิง (清朝, Qing Dynasty) บนพื้นที่เดิมซึ่งเป็นวัดเก่าที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (明朝, Ming Dynasty) โดยพ่อค้าชาวเจ้อเจียงที่พำนักอยู่ในปักกิ่ง

Zhengyici_8

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

โรงงิ้วนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเนื่องจากเคยมีนักแสดงงิ้วระดับปรมาจารย์ของจีนอย่าง “เหมย หลานฟาง (梅兰芳, Mei Lanfang)” มาแสดงที่นี่ ซึ่งถือได้ว่าช่วงนั้นเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของโรงงิ้วเจิ้งอี่สือเลยก็ว่าได้ และเหมย หลานฟางยังเป็นบุคคลแรกที่นำงิ้วปักกิ่งออกไปแสดงที่ต่างประเทศ

โรงงิ้วเจิ้งอี่สือเป็นอาคารไม้ ส่วนที่ใช้ทำการแสดงเวทีด้านข้างแบ่งเป็น 2 ชั้น และเวทีด้านหน้าแบ่งเป็น 3 ชั้น มีส่วนเวทีทางเดินยาวที่ใช้เดินผ่ามายังกลุ่มผู้ชมด้วย

กว่าจะถึงโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ร่ายมาเสียยาว มาดูเรื่องวิธีการก่อนที่ฉันจะได้มาเข้าชมงิ้วปักกิ่งวันนี้กันดีกว่า

ก่อนเข้าชม ฉันอ่านเจออยู่ว่าโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ แห่งกรุงปักกิ่งนี้ เป็นโรงงิ้วชื่อดังมาก ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น มิฉะนั้นอาจพลาดไม่ได้ชมก็เป็นไปได้ ฉันเลยจองจากเว็บเอเจนซี่แห่งหนึ่ง ได้รับอีเมล์คอนเฟิร์มมาเรียบร้อย ก่อนวันเข้าชมงิ้วหนึ่งวัน ด้วยความกลัวพลาด ไม่ได้ดูงิ้วปักกิ่งดังใจ เลยปลีกเวลาเที่ยวช่วงเย็นไปโรงงิ้วเจิ้งอี่สือเพื่อรับบัตรก่อน แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่สาวประจำเคาเตอร์ขายตั๋วบอกว่า ไม่ได้มีการจองเข้ามา และราคาที่นั่งที่ฉันต้องการก็ไม่มีแล้ว ทำให้ฉันต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าชมในราคา 380 หยวนแทน ปกติราคาที่โชว์หน้าเว็บเอเจนซี่จะมีราคาตั้งแต่ 280-1,000 หยวน ส่วนเอเจนซี่นั้นก็ติดต่อฉันมาทางวีแชทแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนทำการแสดง บอกว่าบัตรหมดแล้ว (ดีนะที่ฉันไปซื้อมาก่อนที่เค้าจะติดต่อมา ขืนรอทางเอเจนซี่ติดต่อมาอดดูแน่นอน)

Zhengyici_7

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

แต่ฉันแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่ก่อนเข้าชมการฉันเจอชายฝรั่งคนหนึ่งหน้าโรงงิ้ว เค้าถามหาว่าใครไม่มีบัตรเข้าชมไหม ภรรยาเค้าป่วยกระทันหัน มาชมไม่ได้ เลยอยากให้บัตรฟรี ถ้าฉันยังไม่ได้ซื้อบัตรก็คงจะได้ดูฟรีแล้วนะนี่

ข้ามประตูแห่งกาลเวลาที่เจิ้งอี่สือ

ณ เลขที่ 220 ถนนซีเหอหยวน (西河沿街, Xiheyan Street) เป็นที่ตั้งของโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ เดินทางมาถึงง่ายด้วยรถไฟฟ้า ฉันมาถึงก่อนเวลานานพอสมควรเลย เพราะว่ากะเวลาไม่ถูก เดินหาของกินแถวนั้นรอไป

Zhengyici_9

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ที่โรงงิ้วเจิ้งอี่สือนี้จะเปิดให้เข้าชมก่อนเวลาเริ่มการแสดงเท่านั้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นเข้าไปด้านในก็รีบเข้าไปชมบริเวณรอบ  ๆ กันเลยค่ะ

ส่วนขายของที่ระลึก ดูแล้วน่าควักกระเป๋าทั้งนั้น และมีนักแสดงยืนอยู่ให้เข้าไปถ่ายรูปได้ฟรี

Zhengyici_13

ส่วนขายของที่ระลึกภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ส่วนจัดแสดงสิ่งของที่ระลึกถึงเหมย หลานฟาง

Zhengyici_14

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

บรรยากาศเรือนไม้จีนโบราณเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ขนาดว่าฉันได้มาเที่ยวจีนอยู่บ่อย ๆ เห็นอะไรจีน ๆ มาเยอะ ยังรู้สึกว่าที่นี่มีมีกลิ่นอายอะไรบางอย่างที่น่าดึงดูดเสียเหลือเกิน

Zhengyici_4

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

Zhengyici_2

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ขนาดทางเข้าห้องน้ำยังสวยมีเอกลักษณ์เลย ดูสิคะ ด้านในก็สวยไม่แพ้กัน แต่คนเยอะมาก เลยไม่สามารถถ่ายมาให้ดูได้

Zhengyici_10

หน้าทางเข้าห้องน้ำภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

พอเข้ามาในโรงงิ้ว เสียงดนตรีที่บรรเลงยิ่งทำให้บรรยากาศในนี้ราวกับหลุดไปอีกยุคหนึ่ง

Zhengyici_6

บรรยากาศก่อนเริ่มการแสดงในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ด้วยราคาตั๋ว 380 หยวน ทำให้ฉันได้ที่นั่งแถวหน้า ที่นั่งสบายมีพนักพิง ที่นั่งตรงนี้เห็นสีหน้านักแสดงได้ชัดเจน แต่ว่าจะมองซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษได้ไม่ชัด

Zhengyici_11

ที่นั่งดูงิ้วภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

มาเริ่มชมงิ้วปักกิ่งกันเลยค่ะ วันนี้มีการแสดงเรื่อง Farewell My Concubine

Zhengyici_3

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

“งิ้วปักกิ่ง” แห่งเจิ้งอี่สือ

อันที่จริงฉันก็ไม่มีความรู้มากพอที่จะมาอธิบายว่างิ้วปักกิ่งแต่ต่างจากงิ้วที่ฉันเคยดูที่ศาลเจ้าแถวบ้านอย่างไร รู้แค่ว่าภาษาที่ใช้ไม่เหมือนกันแน่ ๆ

นอกจากระยะเวลาที่ต้องใช้ในการแต่งหน้านานแล้ว ฉันมั่นใจได้ว่านักแสดงเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมากแน่นอน เสียงร้องไพเราะไม่มีตก สีหน้า ท่าทางบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ โดยที่ไม่ต้องอ่านซับไตเติ้ล เสียงดนตรีประกอบที่บรรเลงกันสด ๆ ก็ไพเราะไม่แพ้กัน

เวทีการแสดงมี 2 ชั้น ทั้งด้านซ้าย-ขวา ด้านหน้า และเวทีกลาง ทำให้ในบางฉากเหมือนมีระบบเสียงออกมาจากทั่วทุกทางโดยไม่ต้องพึ่งเทคนิคพิเศษเลย

Zhengyici_5

บรรยากาศก่อนเริ่มการแสดงในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

นั่งดูจนเพลินลืมเวลา เมื่อการแสดงงิ้วปักกิ่งปิดม่านลง ทุกคนพร้อมใจกันปรบมือให้นักแสดง ฉันหวังว่าจะได้กลับมาดูการแสดงเรื่องอื่นที่นี่อีก ถ้าได้มาเยือนปักกิ่งในครั้งต่อไป

Zhengyici_12

บรรยากาศหลังจากจบการแสดงงิ้ว Farewell My Concubine

แต่เป็นที่น่าเสียดาย ขณะที่ฉันเขียนรีวิวนี้อยู่ ไปเจอข้อความในเว็บจีนว่าโรงงิ้วเจิ้งอี่สือได้ปิดลงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานี้เแล้ว และการแสดงงิ้วปักกิ่งจะถูกย้ายไปแสดงที่โรงงิ้ว Liyuan แทน ไม่แน่ใจว่าที่โรงงิ้วเจิ้งอี่สือแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่เลิกรา…

พาไปชมการแสดงทั่วโลกติดตามได้ในเพจ GoNeverStop

ชมสถานที่เที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ ในปักกิ่งได้ใน หลายก้าวในปักกิ่ง

หลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะ

“หลีเป๊ะ เกาะสวรรค์ที่ใคร ๆ ก็ว่าเหมือนมัลดีฟส์เมืองไทย”

เราได้มีโอกาสไปเที่ยวถึงมัลดีฟส์มาแล้วในทริป “คนเดียวไม่ง้อใครไปมัลดีฟส์ :::Maldives beyond my expectations:::” แต่เกาะหลีเป๊ะอยู่ในเมืองไทยใกล้ ๆ แค่นี้เอง ยังไม่เคยไปเลย ว่าแล้ว…ยังไงก็ต้องหาโอกาสไปให้ได้สินะ…เช่นเคย ไม่มีใครไปด้วยเหมือนเดิม เลยต้องไปคนเดียวอีกแล้วจ้าาาาา

เตรียมตัวไปหลีเป๊ะ

♠   กำหนดวันเดินทาง

  • เลือกฤดูที่เหมาะสม การเที่ยวเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง ก็จะมีฤดูที่เหมาะสมของมัน ฤดูกาลท่องเที่ยวหลีเป๊ะที่เหมาะสมก็คือ ระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ไปเที่ยวตั้งไกลทั้งทีก็ขอดูแบบน้ำใส ๆ สวย ๆ ไม่มีคลื่นลมมรสุมหน่อยเน๊อะ เราเลือกไปเดือนมกราคม
Lipe Travel 4

บรรยากาศบนเกาะตะรุเตา

Lipe Travel 11

เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

  • กำหนดจำนวนวัน ส่วนใหญ่คนจะนิยมไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน แต่เราว่ามันน้อยไปหน่อยนะ เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไป 2 วันแล้ว เราเลยไปหลีเป๊ะครั้งแรกนี้ 4 วัน 3 คืน
Lipe Travel 6

หาดทรายขาวละเอียดที่เกาะไข่

♠   ซื้อตั๋วเครื่องบิน

เราเลือกที่จะบินจากกรุงเทพไปลงหาดใหญ่ เนื่องจากว่ามีรถไปต่อเรือเพื่อไปเกาะหลีเป๊ะอย่างสะดวกสบาย ส่วนจะเป็นสายการบินไหนนั้น เลือกเอาตามโปรโมชั่น ตามความชอบเลยจ้ะ มีเยอะมาก ออ…และเราก็เลือกรอบไฟลท์เช้าสุดด้วยเพื่อที่จะได้ไปทันเรือรอบแรก ๆ เพื่อแวะเที่ยวเกาะตะรุเตาและเกาะไข่ ผลคือ คืนก่อนเดินทาง ตื่นมาดูนาฬิกาทุกชั่วโมงเลย นอนไม่หลับ กลัวตกเครื่อง…เที่ยวคนเดียวก็แบบนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่มีคนมาช่วยปลุก

♠   จองรถและเรือ

เพื่อความสะดวกสบายเราเลือกที่จะจองรถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบารา และเรือไปเกาะหลีเป๊ะล่วงหน้า ดูไว้หลายเจ้า สุดท้ายเลือก Easy Lipe เห็นในเว็บมีแผนภาพช่วยการวางแผนดูอ่านง่ายดี แต่ว่าเวลาโทรไปถามสงสัยเรื่องราคาเรือที่ต่างกัน กับการเลือกทัวร์ดำน้ำแต่ละจุด เจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้อ่ะว่าต่างกันยังไง สรุปลงท้ายแค่ว่าแล้วแต่ลูกค้า

Lipe Travel 1

ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล

♠   จองทัวร์ดำน้ำ 2 วัน

ตอนแรกทัวร์ดำน้ำเราก็จะจองกับ Easy Lipe แต่ว่าเต็มแล้ว เลยจองทัวร์ดำน้ำกับที่พักแทนเป็นทัวร์ดำน้ำรอบนอก 1 วัน กับดำน้ำรอบใน 1 วัน

Lipe Travel 21

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

♠   จองที่พัก

เนื่องจากว่าไปเที่ยวคนเดียว จองที่พักหรู ๆ ไฮโซ บวกกับออกไปดำน้ำทั้งวันทุกวันก็ดูจะไม่คุ้มอ่ะ บางที่ถึงแม้เป็นรีสอร์ทนอนห้องส่วนตัวก็จริง แต่ดูจากรูปแล้วเราก็ว่าไม่โอเค สุดท้ายตกลงปลงใจเลือกพักที่ The Chic Lipe เป็นทีพักแบบโฮสเทล มีให้เลือกทั้งแบบห้องนอนรวม และแบบห้องส่วนตัว เห็นบรรยากาศในรูปดูใหม่ สะอาดสะอ้านดี พร้อมคะแนนรีวิวไปในทางด้านบวกสูงมาก ดูรีวิวที่พักเพิ่มเติมได้ใน ไปคนเดียวพักเดอะชิค หลีเป๊ะ คลิ๊กเลยจ้า

The Chic Lipe.jpg

ที่พัก The Chic Lipe

The Chic Lipe 11

ที่พัก The Chic Lipe

ออกเดินทางไปหลีเป๊ะ

เราออกเดินทางขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองมาต่อรถตู้แบบ 9 ที่นั่ง (300 บาท) รอบ 8.20 น. ที่หาดใหญ่ แต่เครื่องบินติดขบวนคนใหญ่คนโตลงจอดไม่ได้ บินวนเล่นอยู่ด้านบนเกือบชั่วโมง ดีนะที่รถตู้ยังรอเราอยู่ ได้นั่งเครื่องบินเล่นจนคุ้มค่าเครื่องเลยล่ะ เนื่องจากเราออกจากหาดใหญ่สายกว่าจะไปถึงท่าเรือเลยใกล้เวลารอบเรือที่เราจะออกแล้ว ทำให้เราอดกินข้าวกลางวัน ได้แต่ซื้อขนมไปนั่งกินระหว่างรอ

Lipe Travel 45

รถตู้วีไอพี 9 ที่นั่งไปท่าเรือปากบารา

สำหรับเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะหลีเป๊ะ เราเลือกตั๋วเรือราคา 500 บาท รอบ 11.30 น. ซึ่งรอบนี้จะได้แวะเกาะไข่ และเกาะตะรุเตาด้วย คำแนะนำสำหรับการนั่งเรือนะคะ ให้พยายามไปรับตั๋วคิวเป็นลำดับแรก ๆ เพราะจะได้ขึ้นเรือก่อน มีโอกาสเลือกที่นั่งก่อน แล้วให้เลือกนั่งแถวที่นั่งตรงกลางไว้เพราะเราว่านั่งสบายกว่าแถวที่อยู่รอบตัวเรือมาก ขาไปเกาะหลีเป๊ะได้นั่งแถวรอบเรือ นั่งไม่สบายเลย คนก็อัดแน่นมากจนทรมาน ส่วนขากลับได้ลงเรือก่อนเลือกนั่งตรงกลาง

Lipe Travel 2

ท่าเรือปากบารา

ระหว่างทางแวะเที่ยวเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ก็แค่ลงไปเดิน ๆ ถ่ายรูป ไม่มีอะไรมาก

Lipe Travel 3

เกาะตะรุเตา

Lipe Travel 5

เกาะไข่

สุดท้ายถึงเกาะหลีเป๊ะ ลงมาแบบงง ๆ จะไปไหนต่อว้า เปิดดูในกูเกิ้ลแมพก็งงอยู่ว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี ไหนตอนคุยในเฟสบุ๊กบอกว่าจะมีคนมารับไง เลยโทรไปหาที่พักดีกว่า สักพักใหญ่ก็มีเจ้าหน้าที่มาพาไปขึ้นรถเครื่องพ่วงข้างพาไปที่พัก

เช็คอินเข้าห้องพักได้เตียงล่างด้วย เย้! นอนกลิ้งไปกลิ้งมาสักแป๊ะค่อยออกไปสำรวจหลีเป๊ะกัน

Lipe Travel 7

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 8

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

ทัวร์ดำน้ำหลีเป๊ะ

เราจองทัวร์ดำน้ำกับทาง The Chic Lipe โดยไปจองและจ่ายเงินวันที่เข้าเช็คอินเลย เลือกเป็นดำน้ำรอบนอก 1 วัน และรอบใน 1 วัน

วันแรก ดำน้ำรอบใน มีทัวร์จาก Lipe Travel Center มารับอีกที พนักงานจะมีรถมารับตอน 9 โมงเช้า พอถึงท่าเรือเราก็ไปจอยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น เราไม่ได้ถ่ายรูปใต้น้ำมาเลย ดำน้ำอย่างเดียว

Lipe Travel 10

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

จุดแวะเที่ยววันนี้ก็จะเป็นเกาะหินงาม หินดำมน กลมเกลี้ยง นวดเท้าสบายมาก เกาะยาง เกาะราวี หาดทรายขาว ร่องน้ำจาบัง

Lipe Travel 12

เกาะหินงาม

Lipe Travel 14

เกาะหินงาม

Lipe Travel 13

เกาะหินงาม

ซึ่งจุดที่สวยที่สุด เราคิดว่าเป็นตรงร่องน้ำจาบังนี่ล่ะ เพราะมีปะการังสีสวยมากมาย พืชและปลาใต้ทะเลมีการเคลื่อนไหวแรงทั้งต้านกระแสน้ำ และลู่ไปตามกระแสน้ำอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก ถ้าว่ายน้ำไม่แข็งให้จับเชือกไว้ดี ๆ เลย  พยายามหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวช่วงเทศกาลหรือคนเยอะ เพราะตรงร่องน้ำจาบัง เป็นจุดเล็ก ๆ แค่หย่อมเดียว พอคนลงเยอะ ก็ต้องรีบไต่ตามเชือก รีบดู ขาคนก็มั่วเต็มไปหมด บางคนก็ไต่เชือกผิดพากันวุ่นวายไปหมด

วันที่สอง ดำน้ำรอบนอก วันนี้คลื่นค่อนข้างแรง แดดแรงมาก แต่ลงน้ำกลับหนาวมากเช่นกัน ช่วงที่นั่งบนเรือถึงไม่ลงน้ำ คลื่นก็แรงซัดตัวจนเปียกตลอดทาง วันนี้มีบางจุดที่เราแวะไม่ได้คนขับเรือก็ชดเชยให้เป็นจุดดำน้ำรอบในแทน เราแวะรับคนที่เกาะอาดังเป็นอันดับแรก แล้วก็ไปเกาะหินซ้อน เกาะผึ้ง

Lipe Travel 20

เกาะหินซ้อน

Lipe Travel 22

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

แวะกินข้าวที่อ่าวลิงซึ่งมีลิงเยอะมาก หลายตัวพยายามเข้ามาแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่ควรที่จะให้อาหารแก่ลิงนะคะ ไกด์บางคนก็บอกลูกทัวร์ตัวเอง บางคนก็ไม่บอก เราว่าไม่ควรให้อาหารลิงนะคะ สงสารลิงอ่ะ บางตัวเก็บเศษขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้พยายามจะกิน ไม่รู้เผลอกลืนเข้าไปกันบ้างหรือเปล่า มีขยะบนเกาะนี้เยอะพอสมควรเลย เนื่องจากเป็นจุดแวะพักกินข้าวของทัวร์เกือบทุกลำ

Lipe Travel 24

อ่าวลิง

Lipe Travel 25

อ่าวลิง

Lipe Travel 23

อ่าวลิง

กินข้าวเสร็จปุ๊บก็ไปดำน้ำกันต่อเลยไม่มีปล่อยเวลาให้ย่อย ไปเกาะรอกลอย แล้วก็แวะดำน้ำจุดเดิมบางจุดที่เราได้แวะเมื่อวานอีกครั้ง

Lipe Travel 47

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

Lipe Travel 46

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

กิจกรรมอื่น ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ

ดูพระอาทิตย์ขึ้น / ดูพระอาทิตย์ตก อันนี้เป็นกิจกรรมที่เราเฉย ๆ นะ ถ้าไม่ได้ติดว่าจะกลับมาเขียนรีวิวคงนอนอืดอยู่ห้องไม่ออกมาแน่ ๆ เพราะเตียงนอนสบายมาก อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปหาดซันไรซ์ (Sunrise Beach) ซึ่งชายหาดสวยกว่าหาดซันเซ็ท (Sunset Beach) พอพระอาทิตย์ขึ้นปุ๊บ คราวนี้แสบตาหน้ามืดกันเลยทีเดียว ให้พกแว่นกันแดดไปด้วยก็ดี ส่วนหาดซันเซ็ทดูจะหาดเล็กและแคบกว่า เช็คเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและลงก่อนไปกันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไปเก้อ

Lipe Travel 30

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 32

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 33

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 17

หาดซันเซ็ท

เดินชมสตรีทอาร์ต เมื่อเราเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะพบกับภาพวาดสตรีทอาร์ตที่แสดงถึงวิถีชุมชนของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ คนชอบถ่ายภาพควรไปชม

Lipe Travel 44

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

 

Lipe Travel 36

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

นั่งจิบชิลล์ฟังดนตรี บนเกาะหลีเป๊ะจะมีร้านประเภทกินดื่ม ฟังดนตรีอยู่หลายร้านมาก แต่จะร้านก็มีความเก๋ต่างกัน บรรยากาศดีมาก ไม่ดูอล่างฉ่างเหมือนไปภูเก็ต พัทยา เลือกร้านนั่งกันตามชอบเลยนะจ๊ะ

Lipe Travel 49

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 48

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 41

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

Lipe Travel 42

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

พายคายัก อันนี้พายไปเฉย ๆ ตากแดด ตากลม ก็ไม่ใช่สไตล์เราเลย ชอบแบบไปพายลัดเลาะผจญภัยตามเกาะแก่งมากกว่า อีกอย่างครั้นจะให้พายออกไปเล่นคนเดียวเดี๋ยวหมดแรงพายกลับจะไม่ได้กลับมารีวิวนะเออ

อาบแดด เห็นฝรั่งชอบนอนอาบแดดกัน…อยากจะถามว่ามันรู้สึกดีตรงไหนนี่ ฮืออออออออ…ร้อนแทน

โยคะ เห็นมีป้ายแปะไว้หลายที่เลย แต่ไม่ได้ลองใช้บริการ

Lipe Travel 16

สถานที่ปฏิบัติธรรมบนเกาะหลีเป๊ะ

นั่งรถเครื่องพ่วงข้าง นอกจากสภาพรถที่ดูขับยากแล้ว พื้นถนนบางจุดก็ดูแล้วมันไม่น่าจะขับผ่านไปได้เลยเน๊อะ คนขับก็ยังขับพาเราไปได้ ให้บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนดี

Lipe Travel 51

รถเครื่องพ่วงข้างเกาะหลีเป๊ะ

ถักผมเปียหลากสี อยากได้ผมเปียสีสวย ๆ ที่หลีเป๊ะ มีหลายร้านให้เลือก

Lipe Travel 26

ถักผมเปียหลากสีบนเกาะหลีเป๊ะ

นวดผ่อนคลาย หลังจากเมื่อยล้ากับการท่องเที่ยวระหว่างวันกันแล้ว สามารถแวะเวียนกันมานวดกันได้ตามร้านนวดต่าง ๆ มีทั้งแบบห้องแอร์ และแบบเปิดโล่งรับลมริมหาด

ช้อปปิ้ง สินค้าเด่น ๆ ก็มี เสื้อหลีเป๊ะ เสื้อแบบเก๋ ๆ สไตล์บางเบา เปิดนู่น เว้านี่ เหมาะกับการรับลมทะเล เครื่องประดับต่าง ๆ มีให้เลือกกันจนลายตา

Lipe Travel 27

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 28

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

กินอาหารนานาชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเที่ยวกันเยอะ ๆ มักจะมีอาหารอร่อยจากหลายชาติ ถ้าได้มาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ นอกจากกินอาหารทะเลแล้ว ลองไปกินอาหารนานาชาติบ้างก็ดี สนใจเรื่องของกินบนเกาะหลีเป๊ะเอาไว้ติดตามได้ที่รีวิวหน้าเลย

Lipe Travel 18

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 15

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

ถ้าเทียบหลีเป๊ะกับมัลดีฟส์ที่เราเคยรู้จัก เราว่าบรรยากาศใต้น้ำที่มัลดีฟส์ค่อนข้างสวยกว่า และดูสงบกว่าด้วย แต่ชายหาดที่หลีเป๊ะ ทรายสวย ขาวละเอียด นุ่มเท้ากว่ามาก และขยะน้อยกว่า (อยากให้เป็นแบบนี้ไปนาน ๆ นะคะ) สุดท้ายนี้ก็ขอจบทริปหลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ

Lipe Travel 31

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 29

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

ติดตามทริปท่องเที่ยวแบกเป้ไปคนเดียวกันอีกในครั้งต่อไปได้ที่เพจ GoNeverStop

This is my solo trip 4 days 3 nights at Lipe island, Thailand.

我一个人自己去丽贝岛 (泰国)旅行呆着四日三晚。这是我的评论.

 

เปิดประสบการณ์เดินกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนที่ซือหม่าไถ

หลังจากเล่าเรื่องราวใน พาเที่ยวกู๋เป่ย แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของปักกิ่ง มาแล้ว วันนี้ GoNeverStop จะขอเล่าถึงจุดท่องเที่ยวสำคัญที่เมื่อมาเมืองน้ำกู๋เป่ยแล้วห้ามพลาดก็คือ กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ (Simatai Great Wall, 司马台长城) 

กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ

เพื่อน ๆ เคยรู้หรือเปล่าคะว่าตอนกลางคืนกำแพงเมืองจีนบางด่านจะมีการประดับไฟให้เราชื่นชมความสวยงามกัน แต่กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถเป็นเพียงด่านเดียวที่เปิดให้ขึ้นไปเดินเที่ยวชมความงดงามข้างบนอย่างเป็นทางการ (เราเคยเห็นรีวิวอื่นพาไปนอนแค้มปิ้งบนกำแพงเมืองจีนเหมือนกันแต่ว่ากำแพงจะไม่ได้มีการประดับไฟแบบนี้)

กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถเปิดให้เดินตั้งแต่หอสังเกตการณ์ที่ 1 ถึง 10 ในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนจะต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปแล้วเดินชมได้เป็นระยะทางสั้น ๆ แค่ช่วงหอสังเกตการณ์ที่ 5 ถึง 6 เท่านั้น

ขึ้นซือหม่าไถ

การที่จะมาเดินกำแพงซือหม่าไถไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เราจะต้องเข้ามาในประตูของเมืองน้ำกู๋เป่ยก่อน แล้วก็ไปซื้อตั๋วเดินทัวร์กำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนกัน

เวลาจำหน่ายตั๋วเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

     – วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี 17.30-20.30

     – วันศุกร์ถึงวันเสาร์ 17.30-21.00

เวลาจำหน่ายตั๋วเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

     – ปิดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง

เวลาเปิดจำหน่ายเค้าจะเปิดตรงเวลาเป๊ะ ไม่มีเปิดก่อนเวลา คนจะรอก็รอไป

ราคาตั๋วเคเบิ้ลคาร์ 

     – 160 หยวน (คนที่พักอยู่โรงแรมในกู๋เป่ยโชว์บัตรห้องพักลดเหลือ 120 หยวนค่ะ)

เนื่องจากช่วงเวลาที่เรามาคือปลายเดือนตุลาคม พระอาทิตย์เริ่มตกเร็วแล้ว กว่าเค้าจะเปิดให้นั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไป ท้องฟ้าก็เริ่มมืดเลยทำให้ไม่เห็นวิวข้างนอกมากเท่าไร มีแต่ความมืด

นั่งเคเบิ้ลคาร์ไปไม่นาน เมื่อถึงด้านบนเราก็ต้องเดินไปอีกสักระยะเพื่อไปยังกำแพงเมืองจีนส่วนระหว่างหอสังเกตการ์ที่ 5 ถึง 6 มีคนขึ้นมาพอสมควร

มองลงไปจะเห็นเมืองน้ำกู๋เป่ยเป็นกลุ่มแสงไฟที่สวยงามมาก

เราเดินถ่ายรูปไปมาอยู่สองรอบก็ลงแล้ว เพราะลมเริ่มแรงและหนาวขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนคนก็ลดลงด้วยเช่นกัน

กำแพงเมืองจีนส่วนที่เราเดินได้ก็จะเห็นบรรยากาศแค่ส่วนที่เราถ่ายรูปมานี่ล่ะค่ะ ไม่มากกว่านี้ เพราะว่าเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้นเอง จะได้ไม่ต้องตั้งความหวังไว้มากสำหรับเพื่อนที่คาดหวังว่าจะได้เดินนาน ๆ ไกล ๆ

สำหรับใครที่พักอยู่ในเมืองน้ำกู๋เป่ยสามารถชมความสวยงามของแนวกำแพงเมืองจีนที่ประดับไฟไว้ยามค่ำคืนได้จากด้านล่างเขาแบบนี้เลย

การได้ขึ้นมาเดินกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนและชมวิวจากด้านบนกำแพงนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หาได้ยาก บรรยากาศความสวยงามก็มีความแตกต่างไปจากเวลากลางวัน ถ้าจะให้ได้แบบครบรสเราแนะนำว่าให้ลองมาเดินชมทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนะคะ

สามารถติดตามเรื่องกินเรื่องเที่ยวในปักกิ่งเพิ่มเติมได้อีกในเพจ GoNeverStop นะคะ