โรงแรมคนรักสบาย นอนสนามบินเซี่ยงไฮ้

นอนบนพื้น บนเก้าอี้สนามบินมาก็บ่อย สำหรับทริปเหิงเตี้ยน-เซี่ยงไฮ้นี้ เที่ยวไม่กี่วันแต่วันสุดท้ายเป็นวันนั้นของเดือนรู้สึกเพลียอย่างรุนแรง อยากเป็นลมเสียให้ได้ ไปคนเดียวด้วย นอนแบบบ้าน ๆ เหมือนที่เคยเป็นมาอาจไม่สะดวกนัก ในใจระหว่างตอนนั่งรถจากอี้อูกลับมาเซี่ยงไฮ้นึกอยู่อย่างเดียวว่าอ่อนแรงมาก อยากนอนยาว ๆ ไปไหนไม่ไหวแล้ว ระหว่างทางเลยเปิดแอพ trip.com มือไม้สั่นรีบหาที่พักที่คิดว่าสบายสุดสำหรับเราเองทันที นอนคนเดียวด้วยก็คิดหนักอยู่สักพักอ่ะนะ จนในที่สุดก็กดจองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ไป…มันต้องสบายแน่นอน!!! ฮึบ!

***การเลือกที่พักเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ ที่พักที่เราว่าเหมาะสำหรับเรา อาจจะไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนเที่ยวของแต่ละคนค่ะ***

จับจองมาได้ในราคา

หลังจากรวมส่วนลดที่เรามีอยู่ในแอพเราก็จองโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel ได้มาในราคา 508 หยวนต่อ 1 คืน ห้อง South Building Queen Room ไม่มีอาหารเช้า

ทำเลที่ตั้ง

โรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน หรือ Airport Hotel ตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติซ่างไห่ผู่ตง Shanghai Pudong Airport, PVG, 上海浦东国际机场)

ตื่นตอนเช้าเดินไปขึ้นเครื่องได้แบบไม่รีบ ในสนามบินก็มีทั้งร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อมากมาย

บริการ

ถึงแม้จะเป็นโรงแรมในสนามบิน แต่เท่าที่เราได้พูดกับพนักงาน เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ดีเช็คอิน เช็คเอาท์ได้รวดเร็วพอสมควร ไม่เหมือนบางโรงแรมในจีนที่เวลาเช็คอิน เช็คเอาท์รอนานแสนนาน บางทีต้องเข้าไปช่วยนั่งคีย์ข้อมูลด้วยซ้ำจะได้เร็วขึ้น

ภายนอกห้อง

เป็นโรงแรมที่ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยเจอคนอื่นเท่าไร

Shanghai Airport Hotel_1

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ภายในห้อง

ห้องก็ไม่ได้กว้างเท่าไร แต่ดีมีหน้าต่าง มองไปเห็นลานจอดเครื่องบินอยู่ลิบ ลิบ เห็นถนนที่วิ่งอยู่ในบริเวณสนามบินอยู่ข้างล่าง

Shanghai Airport Hotel_2

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

Shanghai Airport Hotel_8

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

เตียงเป็นเตียงกลม รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้

Shanghai Airport Hotel_3

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

อาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกห้องราคาถูกที่สุด ห้องน้ำก็เป็นห้องแนวยาว รู้สึกแปลกอีกแล้ว

Shanghai Airport Hotel_4

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

เครื่องใช้จำเป็นก็เหมือนจะมีครบ ขาดแต่รองเท้าเดินในห้อง ฮือ…แอบลำบากเล็ก ๆ ไม่อยากถอดรองเท้าเดินในห้องด้วย ให้ใส่รองเท้าผ้าใบเดินในห้องก็ไม่ไหว

Shanghai Airport Hotel_5

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

ห้องไม่มีกลิ่นบุหรี่ นอนหลับได้สบาย เราเข้านอนแต่หัวค่ำ ตื่นเดินลงไปขึ้นเครื่องไฟลท์เช้าตรู่ เรียกว่าใช้ห้องคุ้มเลยทีเดียว

Shanghai Airport Hotel_7

ภายในห้องพัก Shanghai Airport Hotel 

 

ความเห็นโดยรวม

สำหรับคนที่อยากนอนสบาย หลับให้เต็มตื่นก่อนไปขึ้นเครื่อง เราว่าโรงแรมซ่างไห่ต้าจ้งคงก่างปินก่วน (上海大众空港宾馆) หรือ Airport Hotel เหมาะที่สุดถึงแม้ว่าจะราคาแพงไปหน่อยก็ตาม เราก็ยังหลวมตัวจองมาแล้ว

 

Shanghai Airport Hotel_6

บรรยากาศเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างของ Shanghai Airport Hotel 

ไปกิน พัก เที่ยวเมืองจีนด้วยกันที่ GoNeverStop

หรือที่ https://goneverstopblog.wordpress.com/stay/

Advertisements

ชมดอกจาคาแรนด้าบานสะพรั่ง ณ คุนหมิง

เมื่อย่างเข้าช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปีที่เมืองคุนหมิง (Kunming, 昆明) ประเทศจีน จะเป็นช่วงที่ดอกจาคาแรนด้า (Jacaranda) หรือหลันฮวาหยิ๋ง (蓝花楹) จะพากันเบ่งบานอวดความงามเป็นสีม่วงกัน

Jacaranda Kunming_5

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_3

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ดอกจาคาแรนด้านี้มีอีกชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ ดอกศรีตรัง (แต่อันนี้เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับดอกศรีตรังในเมืองไทยหรือเปล่านะ)

Jacaranda Kunming_9

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เราเดินทางออกจากโรงแรมแถวกลางเมืองคุนหมิงไปยังถนนเจี้ยวฉ่างจง (Jiaochang Middle Road,校场中路) โดยใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ ทั้งสะดวก ทั้งถูกมากเลย

Jacaranda Kunming_2

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ส่วนเพื่อน ๆ ที่อยากตามรอย แล้วจะนั่งรถเมล์สายไหนมาถึงนั้นแล้วแต่สถานที่ที่เพื่อน ๆ เริ่มออกเดินทางมานะจ๊ะ ส่วนเรานั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีรถไฟคุนหมิงเหนือก่อนแล้วต่อรถเมล์สาย Z63 ไม่นานก็ถึงแล้ว

Jacaranda Kunming_10

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_6

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

อันที่จริงยังมีถนนสายอื่น ๆ ในคุนหมิงอีกที่มีเจ้าดอกจาคาแรนด้านี้ แต่ที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเป็นถนนที่มีต้นจาคาแรนด้ามากที่สุดเรียงรายยาวติดต่อกันถึง 2 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวชมกัน สาว ๆ บางคนก็พากันแต่งชุดจีนโบราณมาถ่ายภาพกันด้วยนะ

Jacaranda Kunming_4

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ในภาพถ่ายที่เราถ่ายไว้นี้ ถ่ายเมื่อช่วงวันหยุดแรงงานที่ผ่านมานะจ๊ะ

Jacaranda Kunming_8

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ถ้าเพื่อน ๆ ได้มาเที่ยวคุนหมิงช่วงเดือนพฤษภาคมเหมือนกับเรา แล้วไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี ก็ลองไปที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเพื่อถ่ายรูปเล่นกันก็ได้ ทั้งสวยและฟรี! เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

Jacaranda Kunming_7

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_11

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เที่ยวจีนไม่เหมือนใครกดไลค์กันได้ที่ GoNeverStop

 

ค่ำคืนข้ามกาลเวลา ที่ “โรงงิ้วเจิ้งอี่สือ”

“ราวกับข้ามกาลเวลากลับไปในอดีต“

เป็นความรู้สึกแรกเมื่อพนักงานประจำโรงงิ้วเปิดประตูให้ฉันและผู้คนที่รอเข้าชมการแสดงในค่ำคืนนี้เข้าไปในโรงงิ้วระดับตำนาน “โรงงิ้วเจิ้งอี่สือ (正乙祠戏楼, Zhengyici Peking Opera Theatre)” เสียงเพลงแบบโบราณเปิดคลอเข้ากับบรรยากาศรอบด้าน ทำให้ฉันผู้มาเยือนปักกิ่งอดที่จะยิ้มอยู่คนเดียวไม่ได้

Zhengyici_1

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ชื่มชมกับบรรยากาศรอบข้างได้สักพัก ก็เหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมชมการแสดงงิ้วปักกิ่งในวันนี้ แต่งตัวมีผ้าคลุมกันหนาวยาวสีแดง ปักลายดอกไม้แบบแม่นางในหนังจีนพีเรียด แอบคิดในใจว่ากลับไปต้องลองสั่งซื้อชุดแบบนี้มาไว้บ้างล่ะ สวยจัง!

“เจิ้งอี่สือ“ โรงงิ้วระดับตำนาน

โรงงิ้วเจิ้งอี่สือถูกสร้างขึ้นในปีที่ 51 ของรัชสมัยจักรพรรดิคังซี (康熙帝, Kangxi) แห่งราชวงศ์ชิง (清朝, Qing Dynasty) บนพื้นที่เดิมซึ่งเป็นวัดเก่าที่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง (明朝, Ming Dynasty) โดยพ่อค้าชาวเจ้อเจียงที่พำนักอยู่ในปักกิ่ง

Zhengyici_8

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

โรงงิ้วนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเนื่องจากเคยมีนักแสดงงิ้วระดับปรมาจารย์ของจีนอย่าง “เหมย หลานฟาง (梅兰芳, Mei Lanfang)” มาแสดงที่นี่ ซึ่งถือได้ว่าช่วงนั้นเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของโรงงิ้วเจิ้งอี่สือเลยก็ว่าได้ และเหมย หลานฟางยังเป็นบุคคลแรกที่นำงิ้วปักกิ่งออกไปแสดงที่ต่างประเทศ

โรงงิ้วเจิ้งอี่สือเป็นอาคารไม้ ส่วนที่ใช้ทำการแสดงเวทีด้านข้างแบ่งเป็น 2 ชั้น และเวทีด้านหน้าแบ่งเป็น 3 ชั้น มีส่วนเวทีทางเดินยาวที่ใช้เดินผ่ามายังกลุ่มผู้ชมด้วย

กว่าจะถึงโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ร่ายมาเสียยาว มาดูเรื่องวิธีการก่อนที่ฉันจะได้มาเข้าชมงิ้วปักกิ่งวันนี้กันดีกว่า

ก่อนเข้าชม ฉันอ่านเจออยู่ว่าโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ แห่งกรุงปักกิ่งนี้ เป็นโรงงิ้วชื่อดังมาก ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น มิฉะนั้นอาจพลาดไม่ได้ชมก็เป็นไปได้ ฉันเลยจองจากเว็บเอเจนซี่แห่งหนึ่ง ได้รับอีเมล์คอนเฟิร์มมาเรียบร้อย ก่อนวันเข้าชมงิ้วหนึ่งวัน ด้วยความกลัวพลาด ไม่ได้ดูงิ้วปักกิ่งดังใจ เลยปลีกเวลาเที่ยวช่วงเย็นไปโรงงิ้วเจิ้งอี่สือเพื่อรับบัตรก่อน แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่สาวประจำเคาเตอร์ขายตั๋วบอกว่า ไม่ได้มีการจองเข้ามา และราคาที่นั่งที่ฉันต้องการก็ไม่มีแล้ว ทำให้ฉันต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าชมในราคา 380 หยวนแทน ปกติราคาที่โชว์หน้าเว็บเอเจนซี่จะมีราคาตั้งแต่ 280-1,000 หยวน ส่วนเอเจนซี่นั้นก็ติดต่อฉันมาทางวีแชทแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนทำการแสดง บอกว่าบัตรหมดแล้ว (ดีนะที่ฉันไปซื้อมาก่อนที่เค้าจะติดต่อมา ขืนรอทางเอเจนซี่ติดต่อมาอดดูแน่นอน)

Zhengyici_7

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

แต่ฉันแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่ก่อนเข้าชมการฉันเจอชายฝรั่งคนหนึ่งหน้าโรงงิ้ว เค้าถามหาว่าใครไม่มีบัตรเข้าชมไหม ภรรยาเค้าป่วยกระทันหัน มาชมไม่ได้ เลยอยากให้บัตรฟรี ถ้าฉันยังไม่ได้ซื้อบัตรก็คงจะได้ดูฟรีแล้วนะนี่

ข้ามประตูแห่งกาลเวลาที่เจิ้งอี่สือ

ณ เลขที่ 220 ถนนซีเหอหยวน (西河沿街, Xiheyan Street) เป็นที่ตั้งของโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ เดินทางมาถึงง่ายด้วยรถไฟฟ้า ฉันมาถึงก่อนเวลานานพอสมควรเลย เพราะว่ากะเวลาไม่ถูก เดินหาของกินแถวนั้นรอไป

Zhengyici_9

บรรยากาศด้านนอกโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ที่โรงงิ้วเจิ้งอี่สือนี้จะเปิดให้เข้าชมก่อนเวลาเริ่มการแสดงเท่านั้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นเข้าไปด้านในก็รีบเข้าไปชมบริเวณรอบ  ๆ กันเลยค่ะ

ส่วนขายของที่ระลึก ดูแล้วน่าควักกระเป๋าทั้งนั้น และมีนักแสดงยืนอยู่ให้เข้าไปถ่ายรูปได้ฟรี

Zhengyici_13

ส่วนขายของที่ระลึกภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ส่วนจัดแสดงสิ่งของที่ระลึกถึงเหมย หลานฟาง

Zhengyici_14

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

บรรยากาศเรือนไม้จีนโบราณเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ขนาดว่าฉันได้มาเที่ยวจีนอยู่บ่อย ๆ เห็นอะไรจีน ๆ มาเยอะ ยังรู้สึกว่าที่นี่มีมีกลิ่นอายอะไรบางอย่างที่น่าดึงดูดเสียเหลือเกิน

Zhengyici_4

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

Zhengyici_2

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ขนาดทางเข้าห้องน้ำยังสวยมีเอกลักษณ์เลย ดูสิคะ ด้านในก็สวยไม่แพ้กัน แต่คนเยอะมาก เลยไม่สามารถถ่ายมาให้ดูได้

Zhengyici_10

หน้าทางเข้าห้องน้ำภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

พอเข้ามาในโรงงิ้ว เสียงดนตรีที่บรรเลงยิ่งทำให้บรรยากาศในนี้ราวกับหลุดไปอีกยุคหนึ่ง

Zhengyici_6

บรรยากาศก่อนเริ่มการแสดงในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

ด้วยราคาตั๋ว 380 หยวน ทำให้ฉันได้ที่นั่งแถวหน้า ที่นั่งสบายมีพนักพิง ที่นั่งตรงนี้เห็นสีหน้านักแสดงได้ชัดเจน แต่ว่าจะมองซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษได้ไม่ชัด

Zhengyici_11

ที่นั่งดูงิ้วภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

มาเริ่มชมงิ้วปักกิ่งกันเลยค่ะ วันนี้มีการแสดงเรื่อง Farewell My Concubine

Zhengyici_3

บรรยากาศภายในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

“งิ้วปักกิ่ง” แห่งเจิ้งอี่สือ

อันที่จริงฉันก็ไม่มีความรู้มากพอที่จะมาอธิบายว่างิ้วปักกิ่งแต่ต่างจากงิ้วที่ฉันเคยดูที่ศาลเจ้าแถวบ้านอย่างไร รู้แค่ว่าภาษาที่ใช้ไม่เหมือนกันแน่ ๆ

นอกจากระยะเวลาที่ต้องใช้ในการแต่งหน้านานแล้ว ฉันมั่นใจได้ว่านักแสดงเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมากแน่นอน เสียงร้องไพเราะไม่มีตก สีหน้า ท่าทางบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ โดยที่ไม่ต้องอ่านซับไตเติ้ล เสียงดนตรีประกอบที่บรรเลงกันสด ๆ ก็ไพเราะไม่แพ้กัน

เวทีการแสดงมี 2 ชั้น ทั้งด้านซ้าย-ขวา ด้านหน้า และเวทีกลาง ทำให้ในบางฉากเหมือนมีระบบเสียงออกมาจากทั่วทุกทางโดยไม่ต้องพึ่งเทคนิคพิเศษเลย

Zhengyici_5

บรรยากาศก่อนเริ่มการแสดงในโรงงิ้วเจิ้งอี่สือ

นั่งดูจนเพลินลืมเวลา เมื่อการแสดงงิ้วปักกิ่งปิดม่านลง ทุกคนพร้อมใจกันปรบมือให้นักแสดง ฉันหวังว่าจะได้กลับมาดูการแสดงเรื่องอื่นที่นี่อีก ถ้าได้มาเยือนปักกิ่งในครั้งต่อไป

Zhengyici_12

บรรยากาศหลังจากจบการแสดงงิ้ว Farewell My Concubine

แต่เป็นที่น่าเสียดาย ขณะที่ฉันเขียนรีวิวนี้อยู่ ไปเจอข้อความในเว็บจีนว่าโรงงิ้วเจิ้งอี่สือได้ปิดลงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานี้เแล้ว และการแสดงงิ้วปักกิ่งจะถูกย้ายไปแสดงที่โรงงิ้ว Liyuan แทน ไม่แน่ใจว่าที่โรงงิ้วเจิ้งอี่สือแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่เลิกรา…

พาไปชมการแสดงทั่วโลกติดตามได้ในเพจ GoNeverStop

ชมสถานที่เที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ ในปักกิ่งได้ใน หลายก้าวในปักกิ่ง

หลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะ

“หลีเป๊ะ เกาะสวรรค์ที่ใคร ๆ ก็ว่าเหมือนมัลดีฟส์เมืองไทย”

เราได้มีโอกาสไปเที่ยวถึงมัลดีฟส์มาแล้วในทริป “คนเดียวไม่ง้อใครไปมัลดีฟส์ :::Maldives beyond my expectations:::” แต่เกาะหลีเป๊ะอยู่ในเมืองไทยใกล้ ๆ แค่นี้เอง ยังไม่เคยไปเลย ว่าแล้ว…ยังไงก็ต้องหาโอกาสไปให้ได้สินะ…เช่นเคย ไม่มีใครไปด้วยเหมือนเดิม เลยต้องไปคนเดียวอีกแล้วจ้าาาาา

เตรียมตัวไปหลีเป๊ะ

♠   กำหนดวันเดินทาง

  • เลือกฤดูที่เหมาะสม การเที่ยวเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง ก็จะมีฤดูที่เหมาะสมของมัน ฤดูกาลท่องเที่ยวหลีเป๊ะที่เหมาะสมก็คือ ระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ไปเที่ยวตั้งไกลทั้งทีก็ขอดูแบบน้ำใส ๆ สวย ๆ ไม่มีคลื่นลมมรสุมหน่อยเน๊อะ เราเลือกไปเดือนมกราคม
Lipe Travel 4

บรรยากาศบนเกาะตะรุเตา

Lipe Travel 11

เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

  • กำหนดจำนวนวัน ส่วนใหญ่คนจะนิยมไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน แต่เราว่ามันน้อยไปหน่อยนะ เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไป 2 วันแล้ว เราเลยไปหลีเป๊ะครั้งแรกนี้ 4 วัน 3 คืน
Lipe Travel 6

หาดทรายขาวละเอียดที่เกาะไข่

♠   ซื้อตั๋วเครื่องบิน

เราเลือกที่จะบินจากกรุงเทพไปลงหาดใหญ่ เนื่องจากว่ามีรถไปต่อเรือเพื่อไปเกาะหลีเป๊ะอย่างสะดวกสบาย ส่วนจะเป็นสายการบินไหนนั้น เลือกเอาตามโปรโมชั่น ตามความชอบเลยจ้ะ มีเยอะมาก ออ…และเราก็เลือกรอบไฟลท์เช้าสุดด้วยเพื่อที่จะได้ไปทันเรือรอบแรก ๆ เพื่อแวะเที่ยวเกาะตะรุเตาและเกาะไข่ ผลคือ คืนก่อนเดินทาง ตื่นมาดูนาฬิกาทุกชั่วโมงเลย นอนไม่หลับ กลัวตกเครื่อง…เที่ยวคนเดียวก็แบบนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่มีคนมาช่วยปลุก

♠   จองรถและเรือ

เพื่อความสะดวกสบายเราเลือกที่จะจองรถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบารา และเรือไปเกาะหลีเป๊ะล่วงหน้า ดูไว้หลายเจ้า สุดท้ายเลือก Easy Lipe เห็นในเว็บมีแผนภาพช่วยการวางแผนดูอ่านง่ายดี แต่ว่าเวลาโทรไปถามสงสัยเรื่องราคาเรือที่ต่างกัน กับการเลือกทัวร์ดำน้ำแต่ละจุด เจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้อ่ะว่าต่างกันยังไง สรุปลงท้ายแค่ว่าแล้วแต่ลูกค้า

Lipe Travel 1

ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล

♠   จองทัวร์ดำน้ำ 2 วัน

ตอนแรกทัวร์ดำน้ำเราก็จะจองกับ Easy Lipe แต่ว่าเต็มแล้ว เลยจองทัวร์ดำน้ำกับที่พักแทนเป็นทัวร์ดำน้ำรอบนอก 1 วัน กับดำน้ำรอบใน 1 วัน

Lipe Travel 21

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

♠   จองที่พัก

เนื่องจากว่าไปเที่ยวคนเดียว จองที่พักหรู ๆ ไฮโซ บวกกับออกไปดำน้ำทั้งวันทุกวันก็ดูจะไม่คุ้มอ่ะ บางที่ถึงแม้เป็นรีสอร์ทนอนห้องส่วนตัวก็จริง แต่ดูจากรูปแล้วเราก็ว่าไม่โอเค สุดท้ายตกลงปลงใจเลือกพักที่ The Chic Lipe เป็นทีพักแบบโฮสเทล มีให้เลือกทั้งแบบห้องนอนรวม และแบบห้องส่วนตัว เห็นบรรยากาศในรูปดูใหม่ สะอาดสะอ้านดี พร้อมคะแนนรีวิวไปในทางด้านบวกสูงมาก ดูรีวิวที่พักเพิ่มเติมได้ใน ไปคนเดียวพักเดอะชิค หลีเป๊ะ คลิ๊กเลยจ้า

The Chic Lipe.jpg

ที่พัก The Chic Lipe

The Chic Lipe 11

ที่พัก The Chic Lipe

ออกเดินทางไปหลีเป๊ะ

เราออกเดินทางขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองมาต่อรถตู้แบบ 9 ที่นั่ง (300 บาท) รอบ 8.20 น. ที่หาดใหญ่ แต่เครื่องบินติดขบวนคนใหญ่คนโตลงจอดไม่ได้ บินวนเล่นอยู่ด้านบนเกือบชั่วโมง ดีนะที่รถตู้ยังรอเราอยู่ ได้นั่งเครื่องบินเล่นจนคุ้มค่าเครื่องเลยล่ะ เนื่องจากเราออกจากหาดใหญ่สายกว่าจะไปถึงท่าเรือเลยใกล้เวลารอบเรือที่เราจะออกแล้ว ทำให้เราอดกินข้าวกลางวัน ได้แต่ซื้อขนมไปนั่งกินระหว่างรอ

Lipe Travel 45

รถตู้วีไอพี 9 ที่นั่งไปท่าเรือปากบารา

สำหรับเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะหลีเป๊ะ เราเลือกตั๋วเรือราคา 500 บาท รอบ 11.30 น. ซึ่งรอบนี้จะได้แวะเกาะไข่ และเกาะตะรุเตาด้วย คำแนะนำสำหรับการนั่งเรือนะคะ ให้พยายามไปรับตั๋วคิวเป็นลำดับแรก ๆ เพราะจะได้ขึ้นเรือก่อน มีโอกาสเลือกที่นั่งก่อน แล้วให้เลือกนั่งแถวที่นั่งตรงกลางไว้เพราะเราว่านั่งสบายกว่าแถวที่อยู่รอบตัวเรือมาก ขาไปเกาะหลีเป๊ะได้นั่งแถวรอบเรือ นั่งไม่สบายเลย คนก็อัดแน่นมากจนทรมาน ส่วนขากลับได้ลงเรือก่อนเลือกนั่งตรงกลาง

Lipe Travel 2

ท่าเรือปากบารา

ระหว่างทางแวะเที่ยวเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ก็แค่ลงไปเดิน ๆ ถ่ายรูป ไม่มีอะไรมาก

Lipe Travel 3

เกาะตะรุเตา

Lipe Travel 5

เกาะไข่

สุดท้ายถึงเกาะหลีเป๊ะ ลงมาแบบงง ๆ จะไปไหนต่อว้า เปิดดูในกูเกิ้ลแมพก็งงอยู่ว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี ไหนตอนคุยในเฟสบุ๊กบอกว่าจะมีคนมารับไง เลยโทรไปหาที่พักดีกว่า สักพักใหญ่ก็มีเจ้าหน้าที่มาพาไปขึ้นรถเครื่องพ่วงข้างพาไปที่พัก

เช็คอินเข้าห้องพักได้เตียงล่างด้วย เย้! นอนกลิ้งไปกลิ้งมาสักแป๊ะค่อยออกไปสำรวจหลีเป๊ะกัน

Lipe Travel 7

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 8

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

ทัวร์ดำน้ำหลีเป๊ะ

เราจองทัวร์ดำน้ำกับทาง The Chic Lipe โดยไปจองและจ่ายเงินวันที่เข้าเช็คอินเลย เลือกเป็นดำน้ำรอบนอก 1 วัน และรอบใน 1 วัน

วันแรก ดำน้ำรอบใน มีทัวร์จาก Lipe Travel Center มารับอีกที พนักงานจะมีรถมารับตอน 9 โมงเช้า พอถึงท่าเรือเราก็ไปจอยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น เราไม่ได้ถ่ายรูปใต้น้ำมาเลย ดำน้ำอย่างเดียว

Lipe Travel 10

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

จุดแวะเที่ยววันนี้ก็จะเป็นเกาะหินงาม หินดำมน กลมเกลี้ยง นวดเท้าสบายมาก เกาะยาง เกาะราวี หาดทรายขาว ร่องน้ำจาบัง

Lipe Travel 12

เกาะหินงาม

Lipe Travel 14

เกาะหินงาม

Lipe Travel 13

เกาะหินงาม

ซึ่งจุดที่สวยที่สุด เราคิดว่าเป็นตรงร่องน้ำจาบังนี่ล่ะ เพราะมีปะการังสีสวยมากมาย พืชและปลาใต้ทะเลมีการเคลื่อนไหวแรงทั้งต้านกระแสน้ำ และลู่ไปตามกระแสน้ำอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก ถ้าว่ายน้ำไม่แข็งให้จับเชือกไว้ดี ๆ เลย  พยายามหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวช่วงเทศกาลหรือคนเยอะ เพราะตรงร่องน้ำจาบัง เป็นจุดเล็ก ๆ แค่หย่อมเดียว พอคนลงเยอะ ก็ต้องรีบไต่ตามเชือก รีบดู ขาคนก็มั่วเต็มไปหมด บางคนก็ไต่เชือกผิดพากันวุ่นวายไปหมด

วันที่สอง ดำน้ำรอบนอก วันนี้คลื่นค่อนข้างแรง แดดแรงมาก แต่ลงน้ำกลับหนาวมากเช่นกัน ช่วงที่นั่งบนเรือถึงไม่ลงน้ำ คลื่นก็แรงซัดตัวจนเปียกตลอดทาง วันนี้มีบางจุดที่เราแวะไม่ได้คนขับเรือก็ชดเชยให้เป็นจุดดำน้ำรอบในแทน เราแวะรับคนที่เกาะอาดังเป็นอันดับแรก แล้วก็ไปเกาะหินซ้อน เกาะผึ้ง

Lipe Travel 20

เกาะหินซ้อน

Lipe Travel 22

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

แวะกินข้าวที่อ่าวลิงซึ่งมีลิงเยอะมาก หลายตัวพยายามเข้ามาแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่ควรที่จะให้อาหารแก่ลิงนะคะ ไกด์บางคนก็บอกลูกทัวร์ตัวเอง บางคนก็ไม่บอก เราว่าไม่ควรให้อาหารลิงนะคะ สงสารลิงอ่ะ บางตัวเก็บเศษขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้พยายามจะกิน ไม่รู้เผลอกลืนเข้าไปกันบ้างหรือเปล่า มีขยะบนเกาะนี้เยอะพอสมควรเลย เนื่องจากเป็นจุดแวะพักกินข้าวของทัวร์เกือบทุกลำ

Lipe Travel 24

อ่าวลิง

Lipe Travel 25

อ่าวลิง

Lipe Travel 23

อ่าวลิง

กินข้าวเสร็จปุ๊บก็ไปดำน้ำกันต่อเลยไม่มีปล่อยเวลาให้ย่อย ไปเกาะรอกลอย แล้วก็แวะดำน้ำจุดเดิมบางจุดที่เราได้แวะเมื่อวานอีกครั้ง

Lipe Travel 47

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

Lipe Travel 46

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

กิจกรรมอื่น ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ

ดูพระอาทิตย์ขึ้น / ดูพระอาทิตย์ตก อันนี้เป็นกิจกรรมที่เราเฉย ๆ นะ ถ้าไม่ได้ติดว่าจะกลับมาเขียนรีวิวคงนอนอืดอยู่ห้องไม่ออกมาแน่ ๆ เพราะเตียงนอนสบายมาก อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปหาดซันไรซ์ (Sunrise Beach) ซึ่งชายหาดสวยกว่าหาดซันเซ็ท (Sunset Beach) พอพระอาทิตย์ขึ้นปุ๊บ คราวนี้แสบตาหน้ามืดกันเลยทีเดียว ให้พกแว่นกันแดดไปด้วยก็ดี ส่วนหาดซันเซ็ทดูจะหาดเล็กและแคบกว่า เช็คเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและลงก่อนไปกันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไปเก้อ

Lipe Travel 30

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 32

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 33

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 17

หาดซันเซ็ท

เดินชมสตรีทอาร์ต เมื่อเราเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะพบกับภาพวาดสตรีทอาร์ตที่แสดงถึงวิถีชุมชนของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ คนชอบถ่ายภาพควรไปชม

Lipe Travel 44

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

 

Lipe Travel 36

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

นั่งจิบชิลล์ฟังดนตรี บนเกาะหลีเป๊ะจะมีร้านประเภทกินดื่ม ฟังดนตรีอยู่หลายร้านมาก แต่จะร้านก็มีความเก๋ต่างกัน บรรยากาศดีมาก ไม่ดูอล่างฉ่างเหมือนไปภูเก็ต พัทยา เลือกร้านนั่งกันตามชอบเลยนะจ๊ะ

Lipe Travel 49

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 48

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 41

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

Lipe Travel 42

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

พายคายัก อันนี้พายไปเฉย ๆ ตากแดด ตากลม ก็ไม่ใช่สไตล์เราเลย ชอบแบบไปพายลัดเลาะผจญภัยตามเกาะแก่งมากกว่า อีกอย่างครั้นจะให้พายออกไปเล่นคนเดียวเดี๋ยวหมดแรงพายกลับจะไม่ได้กลับมารีวิวนะเออ

อาบแดด เห็นฝรั่งชอบนอนอาบแดดกัน…อยากจะถามว่ามันรู้สึกดีตรงไหนนี่ ฮืออออออออ…ร้อนแทน

โยคะ เห็นมีป้ายแปะไว้หลายที่เลย แต่ไม่ได้ลองใช้บริการ

Lipe Travel 16

สถานที่ปฏิบัติธรรมบนเกาะหลีเป๊ะ

นั่งรถเครื่องพ่วงข้าง นอกจากสภาพรถที่ดูขับยากแล้ว พื้นถนนบางจุดก็ดูแล้วมันไม่น่าจะขับผ่านไปได้เลยเน๊อะ คนขับก็ยังขับพาเราไปได้ ให้บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนดี

Lipe Travel 51

รถเครื่องพ่วงข้างเกาะหลีเป๊ะ

ถักผมเปียหลากสี อยากได้ผมเปียสีสวย ๆ ที่หลีเป๊ะ มีหลายร้านให้เลือก

Lipe Travel 26

ถักผมเปียหลากสีบนเกาะหลีเป๊ะ

นวดผ่อนคลาย หลังจากเมื่อยล้ากับการท่องเที่ยวระหว่างวันกันแล้ว สามารถแวะเวียนกันมานวดกันได้ตามร้านนวดต่าง ๆ มีทั้งแบบห้องแอร์ และแบบเปิดโล่งรับลมริมหาด

ช้อปปิ้ง สินค้าเด่น ๆ ก็มี เสื้อหลีเป๊ะ เสื้อแบบเก๋ ๆ สไตล์บางเบา เปิดนู่น เว้านี่ เหมาะกับการรับลมทะเล เครื่องประดับต่าง ๆ มีให้เลือกกันจนลายตา

Lipe Travel 27

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 28

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

กินอาหารนานาชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเที่ยวกันเยอะ ๆ มักจะมีอาหารอร่อยจากหลายชาติ ถ้าได้มาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ นอกจากกินอาหารทะเลแล้ว ลองไปกินอาหารนานาชาติบ้างก็ดี สนใจเรื่องของกินบนเกาะหลีเป๊ะเอาไว้ติดตามได้ที่รีวิวหน้าเลย

Lipe Travel 18

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 15

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

ถ้าเทียบหลีเป๊ะกับมัลดีฟส์ที่เราเคยรู้จัก เราว่าบรรยากาศใต้น้ำที่มัลดีฟส์ค่อนข้างสวยกว่า และดูสงบกว่าด้วย แต่ชายหาดที่หลีเป๊ะ ทรายสวย ขาวละเอียด นุ่มเท้ากว่ามาก และขยะน้อยกว่า (อยากให้เป็นแบบนี้ไปนาน ๆ นะคะ) สุดท้ายนี้ก็ขอจบทริปหลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ

Lipe Travel 31

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 29

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

ติดตามทริปท่องเที่ยวแบกเป้ไปคนเดียวกันอีกในครั้งต่อไปได้ที่เพจ GoNeverStop

This is my solo trip 4 days 3 nights at Lipe island, Thailand.

我一个人自己去丽贝岛 (泰国)旅行呆着四日三晚。这是我的评论.

 

เปิดประสบการณ์เดินกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนที่ซือหม่าไถ

หลังจากเล่าเรื่องราวใน พาเที่ยวกู๋เป่ย แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของปักกิ่ง มาแล้ว วันนี้ GoNeverStop จะขอเล่าถึงจุดท่องเที่ยวสำคัญที่เมื่อมาเมืองน้ำกู๋เป่ยแล้วห้ามพลาดก็คือ กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ (Simatai Great Wall, 司马台长城) 

กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถ

เพื่อน ๆ เคยรู้หรือเปล่าคะว่าตอนกลางคืนกำแพงเมืองจีนบางด่านจะมีการประดับไฟให้เราชื่นชมความสวยงามกัน แต่กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถเป็นเพียงด่านเดียวที่เปิดให้ขึ้นไปเดินเที่ยวชมความงดงามข้างบนอย่างเป็นทางการ (เราเคยเห็นรีวิวอื่นพาไปนอนแค้มปิ้งบนกำแพงเมืองจีนเหมือนกันแต่ว่ากำแพงจะไม่ได้มีการประดับไฟแบบนี้)

กำแพงเมืองจีนด่านซือหม่าไถเปิดให้เดินตั้งแต่หอสังเกตการณ์ที่ 1 ถึง 10 ในตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนจะต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปแล้วเดินชมได้เป็นระยะทางสั้น ๆ แค่ช่วงหอสังเกตการณ์ที่ 5 ถึง 6 เท่านั้น

ขึ้นซือหม่าไถ

การที่จะมาเดินกำแพงซือหม่าไถไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เราจะต้องเข้ามาในประตูของเมืองน้ำกู๋เป่ยก่อน แล้วก็ไปซื้อตั๋วเดินทัวร์กำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนกัน

เวลาจำหน่ายตั๋วเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

     – วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี 17.30-20.30

     – วันศุกร์ถึงวันเสาร์ 17.30-21.00

เวลาจำหน่ายตั๋วเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

     – ปิดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง

เวลาเปิดจำหน่ายเค้าจะเปิดตรงเวลาเป๊ะ ไม่มีเปิดก่อนเวลา คนจะรอก็รอไป

ราคาตั๋วเคเบิ้ลคาร์ 

     – 160 หยวน (คนที่พักอยู่โรงแรมในกู๋เป่ยโชว์บัตรห้องพักลดเหลือ 120 หยวนค่ะ)

เนื่องจากช่วงเวลาที่เรามาคือปลายเดือนตุลาคม พระอาทิตย์เริ่มตกเร็วแล้ว กว่าเค้าจะเปิดให้นั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไป ท้องฟ้าก็เริ่มมืดเลยทำให้ไม่เห็นวิวข้างนอกมากเท่าไร มีแต่ความมืด

นั่งเคเบิ้ลคาร์ไปไม่นาน เมื่อถึงด้านบนเราก็ต้องเดินไปอีกสักระยะเพื่อไปยังกำแพงเมืองจีนส่วนระหว่างหอสังเกตการ์ที่ 5 ถึง 6 มีคนขึ้นมาพอสมควร

มองลงไปจะเห็นเมืองน้ำกู๋เป่ยเป็นกลุ่มแสงไฟที่สวยงามมาก

เราเดินถ่ายรูปไปมาอยู่สองรอบก็ลงแล้ว เพราะลมเริ่มแรงและหนาวขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนคนก็ลดลงด้วยเช่นกัน

กำแพงเมืองจีนส่วนที่เราเดินได้ก็จะเห็นบรรยากาศแค่ส่วนที่เราถ่ายรูปมานี่ล่ะค่ะ ไม่มากกว่านี้ เพราะว่าเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้นเอง จะได้ไม่ต้องตั้งความหวังไว้มากสำหรับเพื่อนที่คาดหวังว่าจะได้เดินนาน ๆ ไกล ๆ

สำหรับใครที่พักอยู่ในเมืองน้ำกู๋เป่ยสามารถชมความสวยงามของแนวกำแพงเมืองจีนที่ประดับไฟไว้ยามค่ำคืนได้จากด้านล่างเขาแบบนี้เลย

การได้ขึ้นมาเดินกำแพงเมืองจีนยามค่ำคืนและชมวิวจากด้านบนกำแพงนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หาได้ยาก บรรยากาศความสวยงามก็มีความแตกต่างไปจากเวลากลางวัน ถ้าจะให้ได้แบบครบรสเราแนะนำว่าให้ลองมาเดินชมทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนะคะ

สามารถติดตามเรื่องกินเรื่องเที่ยวในปักกิ่งเพิ่มเติมได้อีกในเพจ GoNeverStop นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทางการปั่นจักรยานที่มีแต่คนจับตามองคุณ

ด้วยความที่แต่เดิมเราเป็นสาวผู้รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม นิยมพกถุงผ้า ดังนั้นเมื่อไปท่องเที่ยวที่ใด ถ้ามีโอกาสก็ต้องลองขอไปปั่นจักรยานชมเมือง ครั้งก่อนเราไปปั่นบนกำแพงเมืองซีอาน ครั้งนี้มาเที่ยวปักกิ่งเมืองแห่งจักรยานสาธารณะ เราก็ไม่พลาดที่จะลองปั่นจักรยานในเมืองหลวงอย่างกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แถมเป็นการปั่นจักรยานบนถนนใหญ่ร่วมกับรถสารพัดประเภทบนท้องถนนเสียด้วย เริ่มวันแรกของการปั่นด้วยเส้นทางการปั่นจักรยานที่มีแต่คนจับตามองคุณ

ทำไมต้องใช้จักรยานสาธารณะ

ก่อนมาปักกิ่ง เรามีคำถามต่อจักรยานสาธารณะในใจว่า

  • ปั่นบนถนนน่าจะอันตรายไหม?
  • มีรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ไหนจะรถเมล์อีก ทำไมจำเป็นต้องใช้รถจักรยานสาธารณะ?
  • จะจอดตรงไหน?
  • จะปั่นข้ามถนนยังไง? ถนนก็ตั้งหลายเลน ใหญ่กว่ากรุงเทพอีกนะเธอ

คำถามนี้หมดไปเมื่อได้มาเที่ยวปักกิ่ง 1-2 วันแรกเท่านั้นเอง

รถไฟฟ้าในปักกิ่งมีครอบคลุมทั่วเมืองก็จริง แต่ว่าสถานีรถไฟฟ้าไม่ได้อยู่ตรงสถานที่ที่เราจะไปเสมอไป บางครั้งต้องมีการเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าโดยการเดินภายในสถานีที่ค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ถ้าวันนึงเดินทางเยอะ แค่นั่งรถไฟฟ้าก็เพลียแล้วค่ะ แล้วก็เหมือนฟ้าประทานมีสาวปักกิ่งคนนึงเข้ามาคุยกับเรา แนะนำว่าควรใช้รถจักรยานสาธารณะร่วมด้วยจะสะดวกกว่า วันรุ่งขึ้นเราเลยขอลองปั่นจักรยานกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่งดูสักครั้ง

เส้นทางการปั่นจักรยานที่มีแต่คนจับตามองคุณ

วันแรกที่เราได้ลองปั่น เราเริ่มปั่นจากระหว่างทางประตูทางด้านทิศเหนือมุ่งสู่ประตูทิศใต้ของพระราชวังต้องห้าม (The forbidden city)

ด้วยความเข้าใจว่าเดี๋ยวค่อยปั่นไปจอดตรงแถวเทียนอันเหมินแล้วก็เดินเข้าประตูทิศใต้ แต่ที่ไหนได้เพิ่งรู้ว่าพอปั่นมาถึงหน้าเทียนอันเหมินเแล้วไม่มีที่ให้จักรยานจอดได้เลย (ปกติจักรยานสาธารณะที่นี่ปั่นไปจอดที่ไหนก็ได้นะคะ แต่แถวรอบ ๆ เทียนอันเหมินน่าจะเป็นพื้นที่ต้องห้ามพิเศษจริง ๆ) เราเลยต้องเลยตามเลย หาทางปั่นวนมาจอดจุดที่น่าจะใกล้เทียนอันเหมินที่สุดอีกรอบ ลองดูจากในรูปด้านล่างนะคะ เป็นเส้นทางการปั่นคร่าว ๆ เส้นทางน่าจะผิดพลาดเล็กน้อย เพราะในรูปกลายเป็นว่าเราปั่นทะลุในพระราชวังมาได้ซะงั้น จริง ๆ ปั่นอยู่รอบนอกนะคะ

ระหว่างทางเห็นคนที่ปั่นอยู่ข้างหน้าจอดถ่ายรูป เราเลยจะจอดบ้าง เหลือบไปเห็นมีคนเดินมาไล่ว่าห้ามถ่าย ห้ามจอด

สักพักก็เริ่มสังเกตเห็นว่าตลอดทางทุก 10 ก้าวมีคนยืนอยู่เป็นระยะ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไปด้วยสิ แต่คนเหล่านั้นถูกสั่งมาให้จับตาเรา

พอเลี้ยวพ้นช่วงเทียนอันเหมินมาเราก็ไม่แน่ใจเส้นทาง พักเปิดแผนที่ กินน้ำ ก็ยังมีคนเดินมาดูเราใกล้ ๆ ว่าทำอะไร เฮ้ย…ปั่นแถวนี้นี่ห้ามพักเลยหรอ

จนมีอยู่ช่วงเราปั่นขึ้นสะพาน ก็ยังมีคนยืนบนสะพานเป็นระยะอีก ให้ตายเถอะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแถวนี้ แค่เท่าที่แสดงตัวให้เห็นก็นับไม่ถ้วนแล้ว แล้วทุกคนก็อยู่ในระยะที่จะพุ่งมาประชิดตัวเราได้เสียด้วย ถ้าเราคิดจะทำอะไรไม่ดีขึ้นมา ดังนั้นเลยไม่ค่อยมีรูปช่วงปั่นนะคะ เพราะปั่นอย่างเดียวจริง ๆ ไม่กล้าหยุดถ่ายรูป

กว่าจะปั่นมาถึงใกล้ ๆ กับทางเข้าประตูทิศใต้ของพระราชวังต้องห้ามก็เริ่มหิว เลยจอดจักรยานแล้วก็กินเติมพลังนับเป็นการปิดทริปการปั่นจักรยานเบา ๆ วันด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หลังจากนั้นก็เดินต่ออีกหน่อยเข้าไปเที่ยวในพระราชวังต้องห้าม

ความฝันเล็ก เล็ก

หลังจากการปั่นจักรยานในปักกิ่งครั้งแรกแล้ว เราก็ติดใจ เพราะว่ามันทุ่นแรงเราได้มากจริง ๆ ราคาแสนถูกแค่เริ่มต้นครั้งละ 5 บาท สะดวกมากหยิบจักรยานคันไหนมาใช้ก็ได้ จอดที่ไหนก็ได้ ช่วยลดมลพิษให้โลกอีกตั้งหาก หลาย ๆ วันต่อมาที่เราเที่ยวในปักกิ่ง เราเลยเลือกใช้บริการจักรยานสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ (ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราจะไปด้วยนะคะ ว่าไปทางไหนสะดวกกว่ากัน) พบว่าบางครั้งถ้าใช้รถไฟฟ้าอาจต้องใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงจุดหมาย แต่เราใช้จักรยานกลับทุ่นเวลาเหลือแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง แอบฝันว่าอยากให้เมืองไทยมีพื้นที่ถนนให้คนได้ปั่นจักรยานใช้จริงแบบนี้เหมือนกัน ไม่ต้องไปเสียค่ารถไฟฟ้าที่แสนแพงขูดเลือดขูดเนื้อ หรือนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างสุดหวาดเสียว

ปล. ผู้เขียนกลับมาแล้วอยากจะลองจักรยานสาธารณะปันปั่นของกรุงเทพมหานครอยู่เหมือนกันแต่หาข้อมูลแล้วพบว่าราคาเริ่มต้นตั้ง 300 กว่าบาทแน่ะ ต่างจากที่ปักกิ่งเราเติมเงินเริ่มต้นแค่ 50 บาทเอง แล้วอีกอย่างโครงการปันปั่นก็ดูท่าว่าจะใช้ไม่สะดวก อีกทั้งกลัวว่าจะไม่ได้มีโอกาสกลับมาเขียนเรื่องราวให้ทุกท่านได้อ่านอีกน่ะสิ ดังนั้นเลยต้องพับโครงการรีวิวปั่นจักรยานสาธารณะในกรุงเทพไป

ติดตามทริปปั่นจักรยานเล็ก ๆ เพิ่มเติมได้ในเพจ GoNeverStop ค่ะ

 

ไปปักกิ่ง กินพุงกาง

ผลพวงจากการไปเที่ยวปักกิ่ง 9 วันเต็ม ทำให้เราได้ไปตระเวนชิมอาหารในปักกิ่งหลายร้านเชียว ไปกินแต่ละร้านอาจจะไม่ได้สั่งมาทีมากมาย เพราะว่ากินคนเดียว มาดูกันว่าเท่าที่เราได้ถ่ายรูปมามีอะไรบ้าง (จริง ๆ กินเยอะกว่านี้ไง) ไปปักกิ่งกิน พุงกางกันเลยค่ะ

ปล.
– ชื่ออาหารภาษาไทยบางรูปตั้งเองเรียกตามความรู้สึกนะคะ
– รสชาติอาหารเป็นความเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณก่อนไปลองรับประทานด้วยตัวท่านเอง

กินเที่ยวคือเรื่องเดียวกันติดตามได้ที่ IG: amy.goneverstop

ไม่พลาดทั้งกินและเที่ยวติดตามได้ที่ Facebook: GoNeverStop

:::เป็ดปักกิ่ง:::

มาปักกิ่งทั้งทีห้ามพลาดการกินเป็ดปักกิ่งเด็ดขาด ถึงแม้ว่าก่อนมาอ่านรีวิวแล้วจะมีเสียงร่ำลือกันนักหนาว่า กินเป็ดปักกิ่งที่ไทยอร่อยกว่า แต่ร้านเสี่ยวต้าตง (小大董, Taste of Dadong) ที่เราไปมาเราก็ว่าอร่อยอยู่นะ ไม่ผิดหวัง กลิ่นเป็ดหอมอวลมาก ยังอยากไปกินอีกเลย เราเลยจัดไปกินคนเดียวครึ่งตัวหมดเกลี้ยง มีแบบเป็นเซ็ทครึ่งตัวพร้อมเครื่องเคียงและของหวานด้วย
ตามไปฟินส์กับเป็ดปักกิ่งกันแบบเจาะลึกได้ที่: บินลัดฟ้าไปกินเป็ดปักกิ่งที่ปักกิ่ง
ราคาโดยประมาณ: 560 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านเสี่ยวต้าตง สาขาห้าง Beijing Parkview Green

Beijing Food_19

ร้านเสี่ยวต้าตง สาขาห้าง Beijing Parkview Green

 

:::หม้อไฟทองแดง:::

อยากได้อารมณ์เหมือนชาวมองโกลนั่งกินหม้อไฟ ต้องมากินหม้อไฟตงไหลชุน (东来顺, Dong Lai Shun) ซึ่งแม้จะมากินคนเดียวก็กินได้…เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ร้านนี้ก่อตั้งมาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน…อะไรจะนานขนาดนั้น โด่งดังเรื่องหม้อไฟเนื้อแกะ นอกจากนี้ยังมีอาหารมุสลิมอื่น ๆ อีกหลายเมนู หม้อไฟตงไหลชุนมีน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่เราก็ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนนั่นก็คือ น้ำจิ้มงาขาว วัตถุดิบทั้งเนื้อและผัก สด ใหม่ รสดี ถ้าไม่ติดว่าราคาแรง คงกินไม่ยั้ง ออ..แต่ปัญหาของการกินคนเดียวคือ หม้อไฟมันไซส์ใหญ่เกินไป เราใส่ของได้ลงไปทีละน้อย เพราะว่ามันจะสุกเร็วมาก เนื่องจากไฟโคตรแรง ตอนลุกขึ้นคีบของที่จมอยู่ข้างใต้หม้อ (นั่งคีบไม่ได้ หม้อลึกมาก ควานหาไม่เจอ) รู้สึกร้อนมาก ประหนึ่งว่าเรานั่งกินอยู่หน้ากระทะทองแดง (ก็แน่ล่ะสิ นี่มันก็หม้อไฟทองแดงนี่นา)
ราคาโดยประมาณ: 1,100 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านตงไหลชุน สาขาเทียนอันเหมิน
ข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ ไปดูเพิ่มได้ใน: http://www.donglaishun.com/

Beijing Food_2

ร้านตงไหลชุน สาขาเทียนอันเหมิน

 

:::ติ่มซำร้านดัง:::

ร้านจินติ่งซวน (金鼎轩, Jin Ding Xuan) เป็นร้านขึ้นชื่อทั้งในรีวิวของคนไทยและคนจีน ด้วยความโชคดี วันนั้นเราได้ไปกินช่วงที่ไม่มีคนรอพอดี ร้านจินติ่งซวนค่อนข้างใหญ่โต นอกจากมีอาหารพวกติ่มซำแล้ว ยังมีเมนูอาหารที่เป็นกับข้าวอื่น ๆ อีกมากมาย เราว่าน่าจะเป็นร้อยเมนูอยู่นะ ร้านนี้น่าจะเหมาะกับการไปกินเป็นหมู่คณะ เพราะหนึ่ง อาหารจานใหญ่ สอง ถึงแม้เป็นคนเรื่องเยอะ เลือกมาก แต่ก็ต้องมีโดนสักเมนูนึงล่ะน้า วันนั้นมีอยู่เมนูนึงที่เราสั่งไปเป็นหมูอบพริกกับพริกไทย ยกมาทีเป็นกะละมัง ดีที่หมูสไลด์บางและนุ่ม เผ็ดจี๊ดจ๊าดเหมือนอาหารไทยเลยกินจนหมด พออีกวันจะไปกินแต่น่าจะพอดีช่วงมื้อค่ำ คนรอคิวหน้าร้านเพียบ เราเลยอด ต้องไปหาร้านอื่นกินแทน
ราคาโดยประมาณ: 520 บาท (เราว่าอาหารร้านนี้ราคาไม่แพงนะ แต่เราอาจจะกินเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง)
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านจินติ่งซวน สาขาตี้ถาน (Temple of the Earth)

Beijing Food_10

ร้านจินติ่งซวน สาขาตี้ถาน (Temple of the Earth)


:::กินตามรอยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง:::

ตามไปกินซาลาเปาร้านเดียวกับที่ประธานาธิบดีจีนสี จิ้นผิงเคยแอบไปกินให้เซอร์ไพรส์ชาวบ้านแถวนั้นเล่น จนเกิดชุดอาหารยอดฮิต “สีจิ้นผิงคอมโบ” ขึ้นมา ร้านชิ่งเฟิงเปาจึปู้ (庆丰包子铺, Qing-Feng Steamed Dumpling Shop) เป็นร้านแนวฟาสท์ฟู้ดแบบจีน ขายอาหารพวกซาลาเปา โจ๊ก ผัก ที่กินง่าย ๆ สั่งแล้วไม่ต้องรอนาน จ่ายเงิน ยกมานั่งกินที่โต๊ะได้เลย อาหารรสชาติใช้ได้ ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มาก
ตามไปฟินส์กับการกินซาลาเปาแบบสีจิ้นผิงกันแบบเจาะลึกได้ที่: https://goneverstopblog.wordpress.com/2018/12/05/xi-jinping-baozi-bun-yuetan/
ราคาโดยประมาณ: 35 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านชิ่งเฟิงเปาจึปู้ สาขาเยี่ยถาน (Temple of the moon)

Beijing Food_1

ร้านชิ่งเฟิงเปาจึปู้ สาขาเยี่ยถาน (Temple of the moon)

 

:::โยเกิร์ตในขวดดินเผาเคลือบ:::

เท่าที่มาจีนหลายครั้ง สังเกตได้ว่าผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตที่จีนมีขายเยอะมาก และคนจีนก็นิยมกินมากด้วยเช่นกัน แต่มีโยเกิร์ตอยู่แบบนึงซึ่งดูแพคเกจน่าสนใจ ออกแนวโบราณหน่อย แต่ดูมีสตอรี่ เห็นมีขายตามร้านของชำทั่วไป เอาหลอดทิ่มลงไปแล้วก็ดูด ๆ มัน ๆ เข้มข้นดี หลังจากกลับมาเพิ่งมีคนมาบอกเราว่าขวดแบบนี้คืนร้านได้เงินคืนด้วยนะ
ราคาโดยประมาณ: 33 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านขายน้ำขนมหน้าหยวนหมิงหยวน (The old summer palace)

Beijing Food_3

โยเกิร์ตในขวดดินเผาเคลือบ


:::หมี่ผัดธรรมดา:::

เนื่องจากวันที่ไปหยวนหมิงหยวน เราหิวมาก ไม่รู้จะกินอะไรดี เลยเดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามของหยวนหมิงหยวน ลองเข้าไปกินร้านอาหารอยู่ร้านนึง (ตามรูป) คนเข้ามากินเยอะมาก อาจจะเพราะไม่มีร้านอื่นให้เลือก เมนูอาหารคาวมีไม่ถึง 10 อย่าง ซึ่งดูแล้วไม่ถูกใจสักอย่าง แต่หิวและต้องไปต่อ เลยสั่งหมี่ผัดมา ผัดมาได้ค่อนข้างมันเลยทีเดียว ได้พลังงานเยอะมาก ระหว่างกินก็แอบดูโต๊ะอื่น…เราว่าเมนูที่เป็นข้าวดูน่ากินกว่านะ
ราคาโดยประมาณ: 185 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามทางเข้าหยวนหมิงหยวน (The old summer palace)

Beijing Food_4

ผัดหมี่หน้าหยวนหมิงหยวน

 

:::ขนมโบราณ:::

ก่อนไปดูงิ้วปักกิ่ง เราก็ขอหาซื้ออะไรรองท้องสักหน่อย ระหว่างเดินไปโรงงิ้วผ่านหน้าร้านจู้เต๋อหัวเทียน (聚德华天, Ju De Hua Tian) เห็นขนมหลายอย่าง มีแบบขนมวง ๆ ทอด ๆ ที่เคยเห็นในยูทูปแล้วอยากกินด้วย เลยแวะซื้อ บางอย่างก็เลือกตามคนที่ซื้อก่อนหน้า สุดท้ายกินเค้กพุทรา กินเท่าไรก็ไม่หมด รู้สึกว่าชิ้นใหญ่เกินไปสำหรับการกินคนเดียว
ราคาโดยประมาณ: 35 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านจู้เต๋อหัวเทียน (Ju De Hua Tian) สาขาเหอผิงเหมิน (Hepingmen)

Beijing Food_5

ร้านจู้เต๋อหัวเทียน (Ju De Hua Tian) สาขาเหอผิงเหมิน (Hepingmen)

 

:::ของกินร้าน Lawson:::

เราแวะซื้อของกินร้าน Lawson เพราะว่าหิวก่อนถึงที่พักตอนดึก ดู ๆ แล้วในร้าน Lawson มีของกินน่าสนใจหลายอย่างเลยนะ พวกแพ็กเกจต่าง ๆ โดยเฉพาะพวกโยเกิร์ตและเครื่องดื่ม สวยดึงดูดใจมาก เราซื้อน้ำผลไม้ โยเกิร์ต และน่องไก่มา รสชาติทุกอย่างผ่านหมดยกเว้นน่องไก่ เค็มมาก ควรกินกับข้าวสวย และก็เย็นมากด้วย เราเห็นเค้าวางอยู่ในตู้เหมือนตู้ความร้อนนี่นา นึกว่าจะร้อนเสียอีก พลาดอย่างแรง
ราคาโดยประมาณ: 135 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้าน Lawson แถว Jingsan park  

Beijing Food_6

ของกินร้าน Lawson


:::ผิวนมเข้มข้น:::

ก่อนมาไปอ่านเจอในเน็ตว่าถ้ามาถนนคนเดินหนานโหลวกู่เซี่ยง ไม่ควรพลาดร้านเหวินอวี่ไหน่เลี่ยวเตี้ยน (文宇奶酪店, Wenyu cheese shop) เลยลองแวะชิมดู พนักงานแนะนำให้สั่งผิวนมเข้มข้นราดด้วยถั่วแดงเม็ดเล็ก (红豆 双皮奶) รสชาติจะเหมือนกึ่ง ๆ เยลลี่รสนมผสมเนื้อสัมผัสแบบโยเกิร์ต นุ่ม ๆ อร่อยดี ว่าแล้วก็อยากไปกินอีก
ราคาโดยประมาณ: 95 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านเหวินอวี่ไหน่เลี่ยวเตี้ยน (Wenyu cheese shop)  สาขาหนานโหลวกู่เซี่ยง (南锣鼓巷)

Beijing Food_7

ร้านเหวินอวี่ไหน่เลี่ยวเตี้ยน (Wenyu cheese shop)

 

:::เป็ดปักกิ่งมือถือ:::

ระหว่างรอวันเวลาเหมาะ ๆ ไปกินเป็ดปักกิ่งชุดใหญ่ เราขอลองชิมเป็ดปักกิ่งมือถือซึ่งประยุกต์มาให้กินง่ายขึ้น เดินไปกินไปก็ได้ ที่ร้านจะมีการโชว์ขั้นตอนการห่อเป็ดทำให้ดูน่าสนใจ น่ากิน สั่งมากินแล้วก็ถือว่ารสชาติพอใช้ได้ เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนงบน้อย หรือไปคนเดียว กินได้ไม่เยอะ แต่สู้เวลาไปนั่งกินที่ร้านไม่ได้อยู่ดีน่ะ
ดูคลิปเพิ่มเติม: https://www.youtube.com/watch?v=A0UwHv8Jlow
ราคาโดยประมาณ: 140 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านเป็ดปักกิ่งมือถือ ถนนคนเดินหนานโหลวกู่เซี่ยง (南锣鼓巷)

Beijing Food_8

เป็ดปักกิ่งมือถือ

 

:::สารพัดเครื่องดื่มไซส์ยักษ์:::

เวลาอยู่เมืองไทยไปซื้อเครื่องดื่ม เช่น พวกชานมไข่มุก สักทีราคาก็เกือบร้อย หรือร้อยกว่าบาท ใส่น้ำแข็งมาตั้งเยอะ ดูดไม่กี่อึกก็หมด มาเมืองจีนทีไร เราจะไม่พลาดการชิมเครื่องดื่มต่าง ๆ เพราะเมนูของแต่ละร้านที่นี่มีเยอะมาก แก้วนึงให้มาที 500-1,000 มิลลิลิตร ใหญ่สะใจ กินทีอิ่มเลย แถมถ้ามาช่วงอากาศหนาว สั่งแบบร้อนมากินนี่ฟินส์สุด ๆ รอบนี้ถูกใจชารสเข้มท๊อปปิ้งด้วยชีส และก็ชานมไข่มุกผลไม้เปรี้ยวหอมผลไม้ดี
ราคาโดยประมาณ: 70-150 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: กินไปทั่วเลยจ้า หลายร้าน

Beijing Food_9

สารพัดเครื่องดื่มไซส์ยักษ์

 

:::บะหมี่ผัดซอส:::

ตอนแรกเราเข้าใจว่าเมนูบะหมี่ผัดซอสหรือจ๋าเจี้ยงเมี่ยน (炸酱面) นี้เป็นอาหารเกาหลีซะอีก แต่มันกลับอยู่ในเมนูแนะนำในกระทู้รีวิวของคนจีน ผ่านมาตอนหิวพอดี ลองกินสักหน่อย ใส่ซอสไปหมดเลยรู้สึกว่าเค็มไปนิด แต่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเลยให้อภัย
ราคาโดยประมาณ: 95 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านเหลาเป่ยจิงจ๋าเจี้ยงเมี่ยง (老北京炸酱面) สาขากู้กง

Beijing Food_11

บะหมี่ผัดซอสหรือจ๋าเจี้ยงเมี่ยน (炸酱面)

 

:::เกี๊ยวสารพัดไส้:::

รีวิวอย่างลำเอียงเลยนะ เพราะว่าเราเป็นคนชอบกินเกี๊ยว แล้วที่ปักกิ่งมีร้านเกี๊ยวเยอะมาก เช่น ไส้แกะ+แครอท ไส้เนื้อ+มะเขือเทศ ไส้ผัก เป็นต้น เราได้ลองกินอยู่สองร้าน สั่งเกี๊ยวมาจานนึงกับผักจานนึง ในรูปน่ะ คือจานไซส์เล็กสุดแล้วนะ เวลากินจิ้มเกี๊ยวกับน้ำจิ้มที่เหมือนน้ำส้มสายชูกับน้ำมันพริก อร่อยสุดยอด ชอบทั้งสองร้านเลย ขนาดดูเหมือนจานใหญ่ เรายังกวาดคนเดียวหมดไม่เหลือ ถ้ามีโอกาสไปอีกก็จะไปกินซ้ำอีกจ้า
ราคาโดยประมาณ: 230-280 บาท (รวมเครื่องดื่ม)
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านชุ่นอีฝู่เจี่ยวจึ (顺一府饺子) สาขาหวังฝูจิ่ง และร้านเสี่ยวเหิงสุยเจี่ยว (小恒水饺) สาขาตงจื๋อเหมิน

Beijing Food_12

ร้านชุ่นอีฝู่เจี่ยวจึ (顺一府饺子) และร้านเสี่ยวเหิงสุยเจี่ยว (小恒水饺)

 

:::ข้าวราดแกง:::

ออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าตงจื๋อเหมิน (Dongzhimen) จะไปต่อรถ แต่ยังมีเวลาเหลือ เราเลยไปแวะหาอะไรรองท้องในศูนย์อาหารแถวนั้นสักหน่อย ดูหน้าตาแล้วไม่ค่อยถูกใจสักอย่าง แต่ผลปรากฎว่าข้าวราดแกงที่เราสั่งมาอร่อยเหนือความคาดหมาย มีมะเขือเทศผัดไข่ ผัดผัก โดยเฉพาะเจ้าหมูสามชั้นที่เอาไปต้มตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เฮ้ย คือ ดี ให้ปริมาณโคตรเยอะ และราคาถูกด้วย
ราคาโดยประมาณ: 150 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านในศูนย์อาหารแถวสถานีตงจื๋อเหมิน (Dongzhimen)

Beijing Food_13

ร้านในศูนย์อาหารแถวสถานีตงจื๋อเหมิน (Dongzhimen)

 

:::อาหารเช้าโรงแรม:::

มาปักกิ่งรอบนี้โรงแรมเดียวที่มีอาหารเช้าแถมฟรีให้เราก็คือ Nalan Inn ที่เมืองน้ำกู๋เป่ย (Gubei water town) อาหารที่โรงแรมนี้จัดได้ว่าดี มีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เหมาะแก่การกินไปเผื่อจนมื้อกลางวันเลยทีเดียว
อ่านรีวิวโรงแรม Nalan Inn เพิ่มเติมได้ใน: 
รีวิวที่พักในปักกิ่ง: NALAN INN
ราคาโดยประมาณ: ฟรี (แถมมากับห้องที่พัก)
พิกัดที่เราไปกิน: Nalan Inn ที่เมืองน้ำกู๋เป่ย (Gubei water town)

Beijing Food_14

อาหารเช้าโรงแรม Nalan Inn

 

:::ถังหูลู่:::

ถังหูลู่ ผลไม้เคลือบน้ำตาล มีให้เลือกกินหลายชนิด ทั้งสตอเบอรี่ พุทรา ส้ม กีวี่ ครั้งนี้คนขายถามว่าใส่ห่อไหม เราก็พยักหน้าอือออ เราเลยเพิ่งรู้ว่าเค้าจะห่อฟิล์มใสมาก่อนใส่ลงในถุงกระดาษ แถมฟิล์มใสนี้กินได้ด้วยสิ นึกถึงลูกอมตรากระต่ายสีขาวที่เคยกินตอนเด็ก ๆ เลย
ราคาโดยประมาณ: 95 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านแห่งหนึ่งในถนนคนเดินหวังฝูจิ่ง

Beijing Food_15

ถังหูลู่

 

:::เต้าหู้เหม็น:::

เต้าหู้เหม็นเป็นหนึ่งในอาหารที่ชอบที่สุดในการมาปักกิ่งรอบนี้ เมื่อก่อนได้ยินว่า เต้าหู้เหม็นมีชื่อต้องที่ฉางซา เราเคยไปกินร้านที่ว่าดัง ๆ เป็นภัตตาคารก็ไม่อร่อย กินร้านข้างถนนอร่อยกว่า แต่จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ก็ยังเคยไปกินในหลาย ๆ เมือง รสพอกินได้ ยังหวนหาอยากกินเต้าหู้เหม็นฉางซาอยู่เรื่อยมา ไม่คิดว่าในปักกิ่งก็มีร้านเต้าหู้เหม็นแสนอร่อยอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าตอนไปคิวไม่เยอะ แต่เวลารอต่อคิวนาน เพราะหลังจากเค้าทอดเสร็จก็จะมาจิ้มตรงเต้าหู้ให้เป็นรู หยอดน้ำจิ้มลงไปทีละชิ้น กรอบ หอม แซ่บ อร่อย จนอยากตีตั๋วกลับไปกินอีก
ราคาโดยประมาณ: 60 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านเฮยเซ่อจิงเตี่ยน (黑色经典) สาขาอยู่ใกล้กับถนนคนเดินหนานโหลวกู่เซี่ยง (南锣鼓巷)

Beijing Food_16

เต้าหู้เหม็นร้านเฮยเซ่อจิงเตี่ยน (黑色经典)

 

:::พาสต้าผัก:::

หลังจากเราผิดหวังไม่อยากรอคิวร้านติ่มซำจินติ่งซวน ก็เดินมาเรื่อย ๆ ดูรีวิวใน TripAdvisor เอา ถึงแม้ไม่ได้อยากกินเมนูผักล้วน แต่ก็ไม่มีร้านอื่นเข้าตา เราก็ต้องมากินเมนูรักสุขภาพกันไป ในร้านจะมีเมนูพวกพาสต้า เบอเกอร์ พิซซ่า รสชาติแบบคนรักสุขภาพ ไม่ปรุงรสจัด
ราคาโดยประมาณ: 350 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้าน The Veggie Table ใน Wudaoying Hutong

Beijing Food_17

ร้าน The Veggie Table ใน Wudaoying Hutong


:::เกาลัดคิวยาว:::

เดินออกจาก Wudaoying Hutong ก็มาเจอร้านเกาลัด กับเม็ดทานตะวันคั่วคิวย๊าว ยาว มันพิเศษยังไงนะ ต้องลองต่อแถวดู เออ…อากาศหนาวแบบนี้กินเกาลัดคั่วหอมกรุ่น นี่มันดีจริง ๆ นะ
ราคาโดยประมาณ: 100 บาท
พิกัดที่เราไปกิน: ร้านลี่ช่างเค่อ (栗上客) ใกล้กับ Wudaoying Hutong

Beijing Food_18

เกาลัดร้านลี่ช่างเค่อ (栗上客)

หวังว่าทุกคนคงจะไปปักกิ่งแล้วกินพุงกางกันมาตาม ๆ กันนะคะ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวหน้า ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามค่ะ