ย่าติงงบไม่จำกัด บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว

"ย่าติง" จุดหมายในฝันของนักเดินทางหลายคน 
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือแชงกีล่าแห่งสุดท้าย
บางคนเชื่อว่า ที่นี่คือชัมบาลา

แต่สำหรับเรา…ด้วยความที่ช่วงนี้เห็นรีวิวย่าติงเยอะมาก เราก็เลยรู้สึกเฉย ๆ กับความงามของย่าติง จนมาได้ดูหนังเรื่องจีนอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งก็ไม่ค่อยดังในไทย ชื่อเรื่องว่า  I Belonged to You หรือ 从你的全世界路过 ภาพยนตร์จีนที่ออกฉายเมื่อ 3 ปีก่อน นำแสดงโดยหยางหยาง เติ้งเชา ไป๋ไป่เหอ จางเทียนอ้าย เยี่ยหยุนเผิง ซึ่งดูแล้วก็อยากได้อารมณ์แบบในหนังเลยจัดโรดทริปจากเฉิงตูไปย่าติง (ให้นั่งจากฉงชิ่งไปย่าติงก็ไกลเกิ๊นนน เราว่าไม่ไหวจริง ๆ)

yangyang_1

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

yangyang

ภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

เพื่อนร่วมทางในทริปหาไม่ยากเลย ด้วยความที่หลายคนรู้จักย่าติงอยู่แล้ว ชวนคำเดียวได้เพื่อนร่วมทางมาถึง 6 คนเชียว และเนื่องจากทุกคนก่อนมาเที่ยวต้องทำงานหนัก เที่ยวแล้วต้องขอแบบสบายหน่อย พวกเราเลยไม่ได้มีการจำกัดงบการเดินทาง เลือกเอาตามความพอใจโดยรวมเป็นหลัก

IBelongedToYou_yangyang.jpg

หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง I Belonged to You

อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่เดินทางจากคุนหมิงไปย่าติง นั่นก็เพราะว่าสำหรับเราแล้วเส้นทางนั้นต้องทางผ่านหลายเมืองใช้เวลาเดินทางนานกว่า วันลาเราก็มีให้จำกัดแค่ 9 วัน ไม่เหมาะกับพวกเที่ยวแบบดื่มด่ำแต่ละที่อย่างพวกเรา การเริ่มเดินทางจากเฉิงตูจึงเหมาะกว่า

:::โปรแกรมการเดินทาง:::

เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เพื่อนบางคนไปก่อน กลับหลัง โปรแกรมแตกต่างกันเล็กน้อย เราจะเขียนรีวิวแต่โปรแกรมของเราเป็นหลัก เดินทางโดยใช้รถเช่าส่วนตัวจากเฉิงตูไปจนถึงย่าติง แล้วบินกลับจากเต้าเฉิงมาเฉิงตูก่อนที่จะกลับไทยในวันถัดไป

18 ตุลาคม 2562

พวกเรา 3 คนออกเดินทางจากดอนเมือง-เฉิงตู บินไฟลท์ 4 ทุ่มไปถึงเฉิงตูตี 2 หาเก้าอี้นอนในสนามบินตามอัธยาศัย ส่วนอีก 3 คนนั้นเดินทางมาถึงเฉิงตูล่วงหน้าแล้ว

chengdu airport.jpg

สนามบินเฉิงตูซวงหลิว

19 ตุลาคม 2562

เฉิงตู-ไปดูน้องหมีแพนด้ากิน ๆ นอน ๆ ทำตัวน่ารักไปวัน ๆ ท่ามกลางป่าธรรมชาติที่ปี้เฟิงเสีย (ฺBifenxia Panda Center, 碧峰峡)

Bifengxia_2

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_3

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

Bifengxia_1

ดูแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย

เดินเล่นเมืองคังติ้งดูแม่น้ำคังติ้ง (Kangding River, 康定河) น้ำสีฟ้าใส ไหลแรงมาก

Kangding_1

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

Kangding_3

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

คืนนี้พักที่เมืองคังติ้ง (Kangding, 康定)

Kangding_2

บรรยากาศเมืองคังติ้ง

20 ตุลาคม 2562

เช้าออกไปเที่ยวมู่เก๋อชั่ว (Mugecuo, 木格措) อุทยานธรรมชาติซึ่งมีทั้งทะเลสาบบนภูเขา เส้นทางเดินชมธรรมชาติ บ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า สปาปลา ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

Mugecuo_3

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_1

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

Mugecuo_2

เที่ยวมู่เก๋อชั่ว

กว่าจะได้กลับลงมาก็บ่ายแก่ ๆ-กลางคืนไปกินอาหารทิเบตและเดินชมเมืองคังติ้งกันอีกคืน 

21 ตุลาคม 2562

ออกเดินทางจากเมืองคังติ้ง ผ่านภูเขาเจ๋อตัว (Zheduoshan, 折多山) แวะเที่ยวได้ไม่นานนักเพราะที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 4,300 เมตรเชียว

Zheduoshan_2

ภูเขาเจ๋อตัว

Zheduoshan_1

ภูเขาเจ๋อตัว

ชมความงามของวัดทิเบตที่ถ่ากง (Tagong, 塔公) โดยมีเทือกเขา Yala เป็นฉากหลัง

Tagong_1

บรรยากาศที่ถ่ากง

Tagong_2

บรรยากาศที่ถ่ากง

นอกจากนี้ก็มีแวะถ่ายรูประหว่างทางเรื่อย ๆ วิวทิวทัศน์ระหว่างทางวันนี้สวยมาก สวยเว่อร์ สวยที่สุด ระหว่างทางห้ามนอนหลับเชียว

Xinduqiao_1

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

Xinduqiao

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปซินตูเฉียว

คืนนี้พักที่ซินตูเฉียว (Xinduqiao, 新都桥) ที่พักเหมือนปราสาทแต่สไตล์ทิเบตสวยน่านอนเล่นทั้งวัน แต่เสียดายกว่าเราจะมาถึงก็ค่ำแล้ว แถมตอนเช้าก็ต้องรีบออกอีก

22 ตุลาคม 2562

ด้วยความที่อยากใช้เวลาอยู่กับที่พักให้นานอีกสักหน่อย บวกกับเพื่อนร่วมทริปมีอาการแพ้ความสูง พวกเราเลยตัดสินใจทิ้งที่พักในอุทยานย่าติงซึ่งจองไว้แล้ว มาพักในรื่อวา (Riwa) แทน ออกจากที่พักช้าอีกหน่อย

Xinduqiao Hotel_1

ที่พักที่ซินตูเฉียว

แวะถ่ายรูประหว่างทางไปเรื่อย ๆ วิวระหว่างวันนี้ก็สวยมากอีกเช่นเคย แถมมีวิวหลากหลายแบบทั้งภูเขาเขียว ภูเขาเขียวแบบโรยไอซ์ซิ่ง ภูเขาหิมะ พื้นที่ว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาดูแห้งแล้ง หาดหิน ลำธาร ใบไม้เปลี่ยนสี งดงามมาก

Xinduqiao_2

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

Xinduqiao_3

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

รูปที่ถ่ายมาก็ไม่สามารถอธิบายให้เห็นถึงความงามของภูมิประเทศแถวนี้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว แล้วอีกอย่างเราเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่ที่นั่งตรงกลางรถ ไม่สะดวกที่จะถ่ายรูปวิวข้างทางด้วย เลยได้แต่เก็บภาพไว้ในความทรงจำแทน วันนี้ให้คนขับหาที่พักที่รื่อวาให้เสร็จสรรพ 

Xinduqiao_5

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากซินตูเฉียวไปย่าติง

ระหว่างทางไปย่าติงต้องผ่านเมืองลี่ถัง (Litang, 理塘) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,014 เมตร แวะกินข้าวกลางวัน แต่หายใจยากพอสมควรเลย ส่วนเพื่อนเราอาการกำเริบหนักมาก

23 ตุลาคม 2562

ตอนเช้าส่งเพื่อนร่วมทริปที่ป่วยแพ้ความสูงไปหาที่นอนในรื่อวาในทำเลที่เดินออกไปหาของกินได้เองสะดวก แล้วพวกเราที่เหลือก็เดินทางไปย่าติง (Yading Nature Reserve, 亚丁)

yading_3

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

นั่งรถโค้งพับไปมาเกือบชั่วโมง เอาของเข้าเก็บที่พักในหมู่บ้านย่าติง กินข้าวกลางวัน กว่าจะเสร็จก็ราวบ่าย (มีใครออกเดินช้ากว่าพวกเราอีกไหม) แล้วก็ออกไปเดินรูทสั้นกัน ผ่าน Chonggu Monastery

yading_4

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_5

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ไปจนถึงทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake, 珍珠海 หรือ 卓玛拉措) เส้นทางเป็นทางเดินซึ่งเดินได้ง่าย ๆ แต่ก็เหนื่อยอยู่นะ ช่วงเวลาที่ไปใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยงามมาก มองไปมุมไหนก็สวยไปเสียหมด

yading_6

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_7

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

24 ตุลาคม 2562

วันนี้เริ่มออกเดินกันแต่เช้า (แต่จริง ๆ ควรเช้ากว่านี้ เพราะเราจะไปเดินรูทยาวกัน) ระหว่างทางเดินไปทะเลสาบน้ำนม (Milk Lake, 牛奶海) หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย  ๆ และลมแรงมาก

yading_9

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_8

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

เราต้องเดินต้านลม และหิมะก็ปะทะหน้าเจ็บไปหมด เราจะเอาผ้าปิดหน้าก็ไม่ได้เพราะว่าใส่แว่นสายตา แว่นเป็นไอขึ้นมาตลอด มองไม่เห็นทาง ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บวกกับเวลาที่ค่อนข้างจะบ่ายแก่แล้ว พวกเราเลยเดินเที่ยวแค่ทะเลสาบน้ำนม ไม่ได้ไปต่อจนถึงทะเลสาบห้าสี (Five-Color Lake, 五色海)

yading_1

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

yading_2

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

ระหว่างทางกลับเจอพวกสัตว์ป่าออกมากินอาหารกันแบบสบาย สบาย ไม่กลัวคนเลย สุดท้ายก่อนกลับช่วงเย็นก็จะได้เห็นภาพน้องม้าออกมากินหญ้าอย่างสบายใจกลางทุ่งหญ้าหลังจากทำงานหนักรับนักท่องเที่ยวมาทั้งวัน

yading_10

เที่ยวย่าติงฤดูใบไม้ร่วง

25 ตุลาคม 2562

วันนี้ขอตื่นสายค่อย ๆ ละเลียดกินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วลงรถกลับเข้ามารับเพื่อนในเมืองรื่อวา เดินเล่นในเมืองรื่อวาเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ แวะเที่ยวถ่ายรูประหว่างทาง ช้อปปิ้ง OTOP เมืองเต้าเฉิง (Daocheng, 稻城) 

Daocheng_1

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_4

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

Daocheng_2

ทิวทัศน์ระหว่างจากย่าติงไปเต้าเฉิง

ก่อนที่จะเข้าที่พักเมืองเต้าเฉิง ฝากของไว้ที่พักแล้วก็ออกไปเดินเล่นในเมืองเต้าเฉิงกัน เมืองเต้าเฉิงเป็นเมืองที่สงบและเงียบมากเหลือเกิน ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว คนน่าจะเยอะกว่านี้

Daocheng_3

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_5

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

Daocheng_6

บรรยากาศเมืองเต้าเฉิง

26 ตุลาคม 2562

เราตื่นแต่เช้ามาก วันนี้เช้าจริง เพราะเรากับน้องสองคนจะขึ้นเครื่องกลับไปเฉิงตู กลัวตกเครื่องเลยรีบออก

Daocheng Airport

สนามบินเต้าเฉิง

ส่วนเพื่อนที่เหลือนั่งรถจะไปค้างคังติ้งก่อนแล้วค่อยกลับเฉิงตู แต่โดนคนขับเท บอกแม่ป่วย ขอตีรวดเดียวกลับเฉิงตูเลย แต่ต้องจ่ายค่ารถเท่ากับสองวันนะจ๊ะ ส่วนพวกเราที่รอขึ้นเครื่องก็เจอเครื่องบินดีเลย์ไปหลายชั่วโมงเชียว เนื่องจากเราต้องรออยู่ในสนามบินซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 4,411 เมตรและเป็นสนามบินพลเรือนที่สูงที่สุดในโลกเป็นระยะเวลานานถึง 3 ชั่วโมง ทั้งหนาวและรู้สึกไม่สบายตัวจนเริ่มจะปวดหัว ในที่สุดก็ได้บินกลับมาถึงเฉิงตู เอาของเก็บที่พักแล้วก็ออกไปเดินหาของกิน เที่ยวถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึ (Kuanzhai Xiangzi, 宽窄巷子) ต่อด้วยถนนชุนซีลู่ (Chunxilu, 春熙路)

chengdu_4

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_5

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_1

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

27 ตุลาคม 2562

เช้าก่อนบินกลับไปถนนคนเดินควนไจ่เซี่ยงจึอีกครั้งเพราะอยู่ใกล้ที่พัก ปิดทริปด้วยการเรียกแท็กซี่ไปส่งสนามบินแบบสบาย ๆ บินไฟลท์บ่าย 2 กว่า ๆ ถึงสุวรรณภูมิ 5 โมงเย็น

chengdu_2

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

chengdu_3

เที่ยวในเมืองเฉิงตู

:::งบประมาณ:::

ค่าใช้จ่ายสำหรับโปรแกรมของเรารวมทุกอย่างทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน 3 ขา ค่าเช่ารถเบนซ์ส่วนตัวพร้อมคนขับ ค่ากินทุกอย่างตามแต่ใจเรียกหา ค่าเข้าสถานที่ ค่าโรงแรมทั้งหรูและไม่หรู ค่าห้องที่ทิ้งไป 1 คืนและจองใหม่ 1 คืน รวมแล้วประมาณ 38,000 บาท

:::ที่พัก:::

คังติ้ง 2 คืน: โรงแรมคังติ้งไท่หนิงชางอู้ (康定泰宁商务酒店 (原泰宁美人谷风情主题酒店))
ซินตูเฉียว 1 คืน: โรงแรมคังติ้งก้งกาจงจวนหยวน (康定贡嘎宗庄园酒店)
รื่อวา 1 คืน: พักโรงแรมชื่ออะไรยังจำไม่ได้เลย เปลี่ยนแผนกะทันหัน เลยให้คนขับหาให้ แต่ไม่แนะนำถ้าไม่มีรถ เพราะว่าโรงแรมอยู่ห่างไกลจากร้านอาหาร และร้านขายของ อีกอย่างโรงแรมเหม็นกลิ่นบุหรี่ด้วย
ย่าติง 2 คืน: โรงแรมเต้าเฉิงย่าติงจาซีคงชู่จ้างเหวินฮว่าจู่ถี (稻城亚丁扎西空墅藏文化主题酒店) อันที่จริงจองไว้ 3 คืน แต่พวกเราเทไป 1 คืน
เต้าเฉิง 1 คืน: เต้าเฉิงซานเหมาเสี่ยวจู้ (稻城三毛小筑)
เฉิงตู 1 คืน: โรงแรมเมิ่งจือลู่เหวินจวินโหลวถิงหย่วน (สาขาเฉิงตูควนไจ่เซี่ยงจึ) (梦之旅文君楼庭院酒店(成都宽窄巷子店))

:::คนขับรถ:::

พวกเราเพิ่งมาหาคนขับรถจากรีวิวอื่น ๆ ก่อนออกเดินทาง ไม่กี่วัน นับว่าโชคดีคนขับว่างพอดี เสนอราคามาที่ 1,500 หยวนต่อวัน รวมทุกอย่างแล้ว เป็นรถเบนซ์ 7 ที่นั่ง มีซันรูฟ สภาพทั้งใหม่และสะอาด ติดต่อกันโดยผ่านวีแชท สภาพรถดีมาก รถนั่งสบายมาก พี่หลินคนขับก็ขับรถดี ค่อนข้างถูกกฎ ไม่จอดในที่ห้ามจอดเหมือนรถคันอื่น ไม่สูบบุหรี่ รถเลยไม่มีกลิ่นบุหรี่ หายากมากเลยนะคนจีนที่ไม่สูบบุหรี่ พี่หลินทำการบ้านเป็นอย่างดี ให้แพลนเดินทางไป เค้าก็ไปหาข้อมูลเส้นทางมาก่อน ไม่ต้องไปเสียเวลาหาทางไป ณ วันนั้น ช่วงที่ต้องขับรถทำเวลา พี่หลินก็ขับได้เฟี้ยวฟ้าวมากเช่นกัน พี่หลินเป็นคนสงวนคำพูด พูดน้อยมาก ทำให้เราไม่เหนื่อยหาคำตอบด้วย เวลานัดก็มารอก่อนเวลาเสมอ ตอนแรกพวกเราจะจ้างพี่หลินแค่ 4 วันแต่ว่าเนื่องจากบริการที่ดีมาก ทำให้เราขอเช่าต่อจนจบทริป ทุกอย่างเหมือนจะดีจบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในนิยายประโลมโลก แต่เดี๋ยวก่อน…หลังจากพี่หลินมาส่งเราขึ้นเครื่องที่เต้าเฉิง พี่หลินก็เทเพื่อนเราที่เหลือ ถึงแม้จะจ่ายค่าชดเชยให้แต่ก็ไม่คุ้มกับค่ารถและค่าโรงแรมที่ต้องจ่าย จบแบบหักมุมจ้ะ

Xinduqiao_4

รถเช่าพร้อมคนขับจากเฉิงตูไปย่าติง

รายละเอียดเกี่ยวกับทริป #ย่าติงงบไม่จำกัด #บินไปกลับขับเบนซ์เที่ยว นี้
เอาไว้ค่อยมาเล่าละเอียดแยกทีละตอนนะคะ

กดติดตามกันได้ที่ https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/

ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรูปภาพในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อ GoNeverStop ได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/ 

 

ตามรอยฟงอวิ๋น และเดชคัมภีร์เทวดาที่เล่อซาน

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下) ภาพยนตร์ดังในอดีตของประเทศฮ่องกง สร้างมาจากการ์ตูน ออกฉายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2541  จำได้ว่าตอนนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นกระแสภาพยนตร์จีนกำลังภายในแห่งยุคที่เต็มไปด้วยสเปเชียลเอฟเฟคท์ที่ตระการตา อีกทั้งยังมีนักแสดงนำชื่อดังอย่างกัว ฟู่เฉิง เจิ้ง อี้เจี้ยน และซูฉี (แต่ซูฉีไม่ใช่นางเอกนะ) มาร่วมแสดง ดูจบแล้วก็งงกับนางเอกว่า…แบบนี้ก็ได้หรอ?!?!

ตอนไปเที่ยวเล่อซาน (Leshan, 乐山) เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฟงอวิ๋นถ่ายทำที่นี่ เพราะดูหนังเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว แต่บังเอิญว่าระหว่างเดินเที่ยวเล่อซานเจอคนจีนระหว่างทางเดินเที่ยวข้างในเล่อซาน เค้าเล่าให้ฟัง เลยกลับมาหาข้อมูลดู ก็ร้องอ๋อเลยทันที

ลองมาดูกันว่ามีฉากไหนบ้าง

ฉากที่เนี่ยเหยินหวังผู้ครอบครองดาบอาบหิมะแบกเนี่ยฟงผู้เป็นลูกขึ้นหลัง
เนี่ยเหยินหวัง: น้ำในแม่น้ำสายนี้เปลี่ยนทิศเสมอ ถ้าแม่น้ำพิโรธ น้ำท่วมถึงเข่าองค์พระ ถ้ำดั้นเมฆบนเขาจะเกิดไฟไหม้
เนี่ยฟง: งั้นเล่อซานทั้งตำบลไม่เกิดไฟไหม้กันหมดหรอครับ

ฟงอวิ๋น_1

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha27

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากการปะลองฝีมือระหว่างสงป้า ประมุขพรรคฟ้าดินกับเนี่ยเหยินหวัง ที่ต่อสู้กับดุเดือดตั้งแต่ด้านฐานขององค์พระไปจนบนศีรษะขององค์พระใหญ่เล่อซาน

ฟงอวิ๋น_2

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha28.jpg

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากสงป้าประกาศผู้สืบทอด รับเนี่ยฟง ปู้จิ้งอวิ๋น เป็นศิษย์เอก และฉากที่เกิดขึ้นบริเวณพรรคใต้หล้า

ฟงอวิ๋น_7

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

ฟงอวิ๋น_3

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

ฟงอวิ๋น_6

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

มุมนี้เราเดินไปไม่ถึง เอามุมที่คล้ายกันมาให้ดูแทนนะคะ

Leshan Budha29

Oriental Buddha Capital

ฉากฉลองวันเกิดตู้กูอี้ฟาง และปู้จิ้งอวิ๋นเข้าไปฆ่าล้างเมืองอู๋ซวงเพื่อชิงกระบี่ไร้คู่เปรียบ ก็น่าจะถ่ายตรงจุดนี้นะ ดูแล้วเหมือนอยู่ ปัจจุบันตรงบริเวณนี้เป็นร้านอาหาร

ฟงอวิ๋น_4

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

Leshan Budha30

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ฉากเนี่ยฟงกลับมาที่เล่อซานอีกครั้งเพื่อเก็บองุ่นเลือด ก็เป็นที่เดียวกันกับที่แม่และพ่อของเค้าได้จบชีวิตลงที่นี่

ฟงอวิ๋น_5

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders, 風雲之雄霸天下)

นอกจากนี้ฟงอวิ๋นเวอร์ชั่นอื่นก็ยังถ่ายทำที่เล่อซานในมุมที่คล้ายกัน น่าจะเป็นเพราะว่าต้นฉบับเค้าเขียนมาว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่มั้ง (ไม่เคยอ่านเหมือนกัน)

เดชคัมภีร์เทวดา หรือกระบี่เย้ยยุทธจักร (The Swordsman, 笑傲江湖) สร้างจากนวนิยายของกิมย้ง มีทั้งสร้างในรูปแบบซีรี่ย์และรูปแบบภาพยนตร์ เวอร์ชั่นที่มีการถ่ายทำที่เล่อซาน (เท่าที่รู้) คือ เวอร์ชั่นปี 2000 ของไต้หวัน อันนี้เราก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าได้ดูไหม แต่เคยเห็นเพลงประกอบซีรี่ย์แล้วจำได้ ลองไปดูรูปประกอบกันเลย จะเห็นได้ว่าถ่ายทำที่เล่อซานเช่นกัน

เดชคัมภีร์เทวดา_1

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_2

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_3

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

เดชคัมภีร์เทวดา_4

เดชคัมภีร์เทวดา (The Swordsman, 笑傲江湖)

การมาเที่ยวเล่อซานครั้งนี้เราพักที่เล่อซานหนึ่งคืนที่ Fodii Inn โรงแรมสไตล์เป็นกันเอง เหมือนมาพักบ้านญาติ แนะนำให้นัดโรงแรมมารับที่สถานีรถไฟ หรือรถบัส เพราะทางเข้ายากมาก ถึงอธิบายไปก็ใช่ว่าแท็กซี่จะเข้าใจ

Fodii_Leshan14.JPG

Fodii Inn โรงแรมในเล่อซาน

เช้าวันรุ่งขึ้นตอนสาย ๆ เจ้าของที่พักมาส่งพวกเราขึ้นรถเมล์เพื่อไปเที่ยวที่พระใหญ่เล่อซานค่ะ

Leshan Budha2

นั่งรถเมล์ไปชมพระใหญ่เล่อซาน

รถเมล์จะมาจอดที่ทางเข้าตรงนี้ค่ะ เป็นประตูทางทิศเหนือ

Leshan Budha3

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

จ่ายเงินค่าเข้า 90 หยวนต่อคน แล้วเข้าไปลุยกันเลย

องค์พระใหญ่เล่อซานได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกร่วมกับเขาเอ๋อเหมยซาน เมื่อปี ค.ศ. 1996 และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAAA ของจีนอีกด้วย

Leshan Budha4

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ที่นี่จะเป็นทั้งที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและวัฒนธรรมผสมกัน อย่าคิดว่ามีแค่พระใหญ่เล่อซานแล้วจะดูแป๊บ ๆ จบนะคะ สถานที่มันกว้างจริง ๆ  ควรใช้เวลากับที่นี่หนึ่งวันเต็ม

Leshan_1

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

เดินขึ้นลงเขากันเป็นลูกทีเดียว

Leshan Budha6

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ทางเดินลงจากด้านบนองค์พระมาด้านล่าง เป็นทางเดินลงเลนเดียว ค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ลงไป

Leshan Budha7

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

พระใหญ่เล่อซานที่สร้างมาแล้วเป็นพันปี ยังคงอยู่ในสภาพสวยงาม นับว่าเป็นความชาญฉลาดของคณะผู้สร้างอย่างแท้จริง ข้าน้อยคารวะ

Leshan Budha8.jpg

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

หลังจากนั้นเมื่อออกมาถึงทางแยกเราก็ลังเลจะไปทางไหนต่อดี อยู่ ๆ ก็มีคนจีนมาชวนคุย บอกไปทางนี้สิ…ดีกว่า จริง ๆ ลุงจะชวนไปกินข้าวร้านแกน่ะล่ะ แกเป็นเจ้าของร้านขายข้าว

Leshan Budha22.jpg

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

ระหว่างทางก็มีชวนคุย เป็นไกด์ ช่วยถ่ายรูป ดีไซน์ท่าทาง ให้สารพัด บริการเยี่ยมมาก ๆ

ลุงบอกว่าตรงนี้เคยใช้ถ่ายทำเรื่องฟงอวิ๋น เราก็จำไม่ได้แล้วล่ะว่าฉากไหน

Leshan Budha10

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

อาหารร้านแกก็ราคาตามป้าย รสชาติดีอยู่นะค้า จริง ๆ ลุงแนะนำปลา แต่เพื่อนเห็นปลาแล้วสงสาร เราเลยต้องกลายเป็นชาวมังสวิรัติโดยปริยาย

Leshan Budha12

อาหารในเล่อซาน

ผักจีน กินร้านไหนก็อร่อย

Leshan Budha13

อาหารในเล่อซาน

บริเวณหน้าร้านอาหารที่เรามาแวะกินกัน

Leshan Budha14

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

หลังจากลุงทำอาหารให้เราเสร็จ แกก็เดินเข้าไปหาลูกค้าต่อ แกช่างมีเคล็ดลับทำธุรกิจที่ดีจริง ๆ เน๊อะ ถ้านั่ง อยู่ร้านเฉย ๆ อาจไม่มีคนเข้าก็ได้

หลังกินข้าวเสร็จก็ได้เข้าห้องน้ำรางในตำนาน แล้วก็เดินต่อค่ะ

Leshan Budha11

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

แวะสุสานเจอภาพแกะสลักตอนจิงเค่อลอบสังหารจิ๋นซีด้วยหล่ะ https://goo.gl/8ibzs9 กำลังอินดูลี่จี (เล่ห์รัก บัลลังก์เลือด, 秦时丽人明月心, The King’s Woman) อยู่พอดี

Leshan Budha15

บริเวณโดยรอบพระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

แล้วพวกเราก็มาถึง Oriental Buddha Capital เคยอ่านเจอในรีวิวว่ามีคนมาถึงตรงนี้ แต่ไม่อยากเสียค่าเข้าเลยไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรเลย เราว่าดูจากรูปก็น่าสนใจเอามาก ๆ นะ 

Leshan Budha16

Oriental Buddha Capital

ค่าเข้า 80 หยวน มันต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ตามมา

Leshan Budha19

Oriental Buddha Capital

เนื่องด้วยเวลาค่อนข้างเย็นแล้ว เราก็เดินไม่ครบทุกจุดหรอกนะ แต่ขอบอกว่าว่า คุ้ม คุ้ม คุ้ม ต้องมาเลยหล่ะ

Leshan 10

Oriental Buddha Capital

มันยิ่งใหญ่จริง ดอกจันตัวโต ๆ ไว้ว่าห้ามพลาด มีทั้งพระแกะสลักบนดิน และใต้ดิน ที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก

Leshan 11

Oriental Buddha Capital

รูปล่างนี้คือพระที่อยู่ใต้ดิน เทียบกับขนาดตัวของเรา

Leshan 8

Oriental Buddha Capital

Leshan Budha21.jpg

Oriental Buddha Capital

Leshan 9

Oriental Buddha Capital

ตรงนี้เป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่แกะสลักบนภูเขา โอย…หาตั้งนาน กว่าจะเจอ เพื่อน ๆ เห็นไหมว่ามีพระนอนอยู่

Leshan Budha23

Oriental Buddha Capital

เห็นว่าเย็นมากแล้วได้เวลากลับกันค่ะ

ดูซีรี่ย์จีนให้อินต้องเที่ยวตาม GoNeverStop

***ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความทั้งหมด ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือรูปภาพในรีวิวนี้ไปโพสต์ใหม่เพื่อจุดประสงค์ทางการค้า เรียกยอดการเข้าชมเพจหรือเว็บตัวเอง นอกจากแชร์โดยตรงจากเพจหรือเว็บที่เราโพสต์ หรือได้รับความยินยอมจากเราเสียก่อน ติดต่อทางเราได้ทาง https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/ 

เก็บกระเป๋าไปชิงชิวสัก 3 วัน

ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei, 普者黑) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน (Yunnan, 云南) พื้นที่เต็มไปด้วยทะเลสาบ และทางน้ำคดเคี้ยว ซึ่งในช่วงฤดูร้อนทั้งทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพู

Puzhehei_17

บรรยากาศในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

พื้นที่บริเวณผู่เจ่อเฮยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์จีนยอดฮิตอย่างสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ (三生三世十里桃花) และรายการเรียลลิตี้ Dad, Where Are We Going? (爸爸去哪儿)

สำหรับรีวิวนี้ GoNeverStop ขอมาแนะนำโปรแกรมเที่ยวชิงชิวหรือผู่เจ่อเฮย สำหรับเป็นแนวทางคนที่จะไปตามรอยซีรี่ย์

วันแรก – นั่งเครื่องจากเมืองไทยไปถึงคุนหมิงตอนเที่ยง เดินทางไปอีกหลายต่อกว่าจะถึงชิงชิวก็เย็น ๆ
วันที่สอง – ออกเที่ยวในชิงชิว
วันที่สาม – เก็บตกในชิงชิวตามต้องการ แล้วนั่งรถกลับมาคุนหมิง

ใครวันลาน้อยจะบินกลับไทยเลยก็ได้ แต่แอดมินเที่ยวต่อที่คุนหมิงอีกวันค่ะ สำหรับรีวิวที่เกี่ยวข้องดูได้ตามด้านล่างนี้เลย

📌ไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

📌เก็บกระเป๋าไปชิงชิวสัก 3 วัน – รีวิวนี้เองค่ะ

📌นอนที่ไหนในชิงชิว – ผู่เจ่อเฮย ยูนนาน

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวผู่เจ่อเฮย

ตามที่อ่านรีวิวเค้าบอกว่าแนะนำให้ไปเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกบัวบานเต็มที่สวยเหมือนภาพวาดในบทกวี แต่ GoNeverStop ไปช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนะคะ มีดอกบัวอยู่หรอมแหรม เลยไม่สามารถยืนยันได้ว่าช่วงเวลาที่เค้าแนะนำนั้นสวยงามอย่างที่ว่าจริงไหม

Puzhehei_26

ทุ่งดอกบัวในในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

การแต่งกายที่เหมาะสมในผู่เจ๋อเฮย

เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่บริเวณผู่เจ่อเฮยนี้มีอุณภูมิแบบเย็นสบายตลอดปี ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป อุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 16 องศาเซลเซียส แต่ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนจะมาก ตอนที่ GoNeverStop ไปเดือนพฤษภาคม ช่วงกลางวันร้อนแดดจัด ฟ้าใสประมาณ 30 องศาเซลเซียส ส่วนช่วงกลางคืนแค่ 10 กว่าองศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าเที่ยวตอนกลางวันจะจัดเต็มอยากใส่ชุดเทพเซียน ชุดป๋ายเฉี่ยน ชุดเฟิ่งจิ่วน้อยก็พอได้อยู่นะ

Puzhehei_13

จุดชมวิวในในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

ค่าใช้จ่ายในผู่เจ่อเฮย

ที่พักในผู่เจ๋อเฮยมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายพันต่อห้องต่อคืน GoNeverStop เลือกไปพักที่ ผู่เจ่อเฮยเอ้อเยี่ยหลี่ไหลชิงชันหมินซู่ (普者黑二月里来清婵民宿) หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Spring into Spring

Puzhehei Hotel_2

โรงแรมในผู่เจ๋อเฮย

ถ้าเอาตามสภาพเมืองตอนที่ GoNeverStop ไปนะ แนะนำว่าเลือกที่พักดี ๆ หน่อยไว้ดีกว่า เพราะบริเวณรอบ ๆ ที่นั่นเหมือนยังสร้างไม่เสร็จดี สภาพปรักหักพังเหมือนผ่านสงครามมา ฝุ่นเยอะมาก เลือกที่พักสบาย ๆ ไว้นอนชิล ให้รู้สึกสบายตัว สบายใจดีกว่า

Puzhehei_23

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ค่าอาหารต่อมื้อ จานเดียวก็เริ่มต้นตั้งแต่ 20 หยวน (อย่าคิดว่าแพงนะ เพราะจานนึงโคตรใหญ่) ดูมีของน่ากินหลายอย่างนะโดยเฉพาะพวกปลากับกุ้ง แต่ไปคนเดียวเลยคิดว่ากินอะไรง่าย ๆ ไม่เยอะดีกว่า เลยสั่งข้าวผัด คิดผิดอย่างแรงไม่อร่อย แถมเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่เวลาสั่งอาหารคุยกันรู้เรื่อง 100% แต่กลับได้ของไม่อร่อยมาซะงั้น

Puzhehei_25

มื้ออาหารง่าย ๆ ในผู่เจ่อเฮย

ค่าเดินทางภายในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย ถ้านั่งรถม้าราคา 10 หยวนต่อคน รถบัส 5 หยวนต่อคน

Puzhehei_27

รถม้าสำหรับการเดินทางในผู่เจ่อเฮย

ระยะเวลาการเที่ยวในผู่เจ่อเฮย

คนท้องถิ่นแนะนำว่าถ้าเที่ยวให้ครบจริง ๆ ควรต้องใช้เวลาเที่ยวสัก 2 วัน ส่วนเรา GoNeverStop มีเวลาจำกัดเที่ยวแบบลูกผสมจับเอาเฉพาะที่อยากไปมารวม ๆ กันในหนึ่งวัน
วันนึงเที่ยวรอบนอกพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei Scenic Area, 普者黑景区) อีกวันเที่ยวรอบในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย แต่ถ้าเพื่อน ๆ สนใจแค่เที่ยวสถานที่ถ่ายทำป่าท้อ หรือชิงชิวดินแดนจิ้งจอกเก้าหางอย่างเดียวแล้วล่ะก็เที่ยวที่นี่แค่วันเดียวก็ได้

สถานที่เที่ยวรอบนอกผู่เจ่อเฮย

ดูวิวพื้นที่เกษตร ต้นไม้ ไร่นา ดินแถบนี้สีแดงมาก เหมือนที่ตงชวนเลย ก่อนมา อยากไปตงชวนอยู่พอดี แต่เวลาไม่พอ ดูที่นี่ทดแทนไปล่ะกัน

Puzhehei_18

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_19

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

พืชที่เห็นเค้าปลูกกันเยอะก็คือ ยาสูบ นั่นเอง ปกติจะเจอแต่คนจีนสูบบุหรี่จัดอยู่ตลอดเวลา แต่น้องคนขับรถที่เราจ้าง ไม่สูบบุหรี่ให้เราได้เห็นเลย ไม่มีกลิ่นบุหรี่ในรถด้วย ดีมาก ๆ

Puzhehei_20

แปลงต้นยาสูบที่ปลูกแถวผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_21

แปลงต้นยาสูบที่ปลูกแถวผู่เจ่อเฮย

แถวนี้ชาวบ้านยังใช้ควายทำงานอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่แม้แต่ในประเทศไทยก็ยังหาได้ยาก

Puzhehei_31

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

บางทีเจอต้นไม้อะไรกินได้ระหว่างทาง น้องคนขับก็แวะให้เก็บกินฟรี

Puzhehei_34

แวะเก็บมัลเบอร์รี่ในผู่เจ่อเฮย

จุดชมวิวที่มีแต่คนพื้นที่เท่านั้นที่มา ตอนแรกแอบกลัวว่าน้องจะพาเรามาปล้นฆ่าเสียแล้ว ไม่มีคนอื่นเลย

Puzhehei_28

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

cof

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_28

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_22

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

หลังจากดูวิวในมุมสูงแล้ว น้องก็พามาดูวิวจากมุมด้านล่างบ้าง

Puzhehei_29

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_30

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

ไปไร่กุหลาบ ซึ่งกุหลาบที่นี่เค้าเอาไว้ทำขนมเปี๊ยะกุหลาบของขึ้นชื่อของคุนหมิงนั่นเอง

Puzhehei_37

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_39

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_38

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

นอกจากนี้ยังมีทุ่งกังหันลม แล้วก็อื่น ๆ อีก แต่ไม่ได้ไปไกลเกินเวลาไม่พอ และเพื่อความสะดวกในการเที่ยวรอบนอกควรจ้างรถนะคะ

สถานที่เที่ยวรอบในผู่เจ่อเฮย

ภายในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮยมีถ้ำหลายถ้ำ แต่เราเข้าถ้ำที่จีนหลายที่แล้วไม่ค่อยอินแถมราคาก็แพงตั้ง 30 หยวน รอบนี้ขอเลือกเข้าแค่ถ้ำเดียวพอก็คือ ถ้ำเซียนเหริน (仙人洞, Xienren Cave) ต้องนั่งเรือเข้าไปซึ่งค่าเรือรวมกับค่าตั๋วแล้ว

Puzhehei_35

ถ้ำเซียนเหรินในผู่เจ่อเฮย

ถ้ำนี้เป็นถ้ำขนาดเล็กเมื่อเทียบกับถ้ำอื่นที่จีนซึ่ง GoNeverStop เคยไปมา แต่แนวทางการจัดแสดงด้านในเหมือนกับที่อื่นเลย จัดแบบมีแสงสีรุ้งแบบนี้

Puzhehei_36

ถ้ำเซียนเหรินในผู่เจ่อเฮย

แล้วก็มีไปสวนอะไรสักอย่าง ไม่ค่อยมีคน มีดอกไม้สวย ๆ เยอะ บางมุมก็เหมือนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดของไทยเลย

Puzhehei_40

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_42

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ศาลาริมน้ำนี่ลมเย็นน่านอนมากเลย มีคนจีนมานอนรับลมกันด้วย

Puzhehei_41

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ถ้าเพื่อน ๆ มากันหลายคน กิจกรรมที่แนะนำให้ทำร่วมกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ การนั่งเรือ และเล่นสาดน้ำกัน เหมือนสงกรานต์บ้านเราเลย อย่าลืมพกอุปกรณ์เล่นน้ำมากันด้วยนะค้า

Puzhehei_32

เล่นสาดน้ำในผู่เจ่อเฮย

เราไปต่อกันที่เขาชิงหลง (青龙山, Qinglong Mountain) คนแถวนั้นบอกว่าใช้เวลาเดินขึ้นครึ่งชั่วโมง…ถ้าเป็นครึ่งชั่วโมงคงราวกับว่าเป็นครึ่งชั่วโมงที่ชั่วกัปชั่วกัลป์มาก มีบันไดก็จริงแต่ค่อนข้างชัน

Puzhehei_15

ระหว่างทางก่อนขึ้นเขาชิงหลง

Puzhehei_43

เส้นทางเดินขึ้นเขาชิงหลง

พอขึ้นมาถึงข้างบนแล้วพูดได้ว่าวิวสวยมาก คิดว่าเมื่อก่อนคงสวยกว่านี้ เพราะตอนนี้เริ่มมีบ้านคนและสิ่งก่อต่าง ๆ สร้างรุกล้ำเข้ามาเยอะแล้ว ที่นี่เค้าน่าจะมีการจัดการที่ดีกว่านี้เนอะก่อนที่ภาพสวย ๆ เหล่านี้จะถูกทำลายไป

Puzhehei_44

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

Puzhehei_45

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ถ้าเปรียบเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวจีนที่อื่น ที่นี่ถือได้ว่าจัดการได้ค่อนข้างแย่นะ (หรือยังไม่ถึงจุดที่พัฒนาเป็นที่เที่ยวก็ไม่รู้สิ) ป้ายบอกทางไปสถานที่ถ่ายทำป่าท้อไม่มีสักป้าย การควบคุมสิ่งก่อสร้างก็ไม่มี ถนนหนทางก็เป็นทางลูกรังพัง ๆ

Puzhehei_33

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ด้านบนมีแม่นางคนนึงเดินล่วงหน้าขึ้นมาก่อนหน้าเราน่าจะนานแล้ว เห็นมีถอดรองเท้าส้นเข็มทิ้งไว้ มีปูกระดาษรองนั่งที่พื้นเป็นเรื่องเป็นราว และยืนแทะขาไก่อยู่ พร้อมเปิดเพลงป่าท้อประกอบด้วย พอกินเสร็จก็เอามือถือให้เราช่วยถ่ายเอ็มวีให้นางอีกตั้งหาก…นี่สิแฟนพันธุ์แท้ป่าท้อ ข้าน้อยขอนับถือ

Puzhehei_16

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ยืนชมวิวอยู่เป็นเวลานานพอสมควร ก็เดินลงไปสถานที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้กันนั่นก็คือ ชิงชิว หรือสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่นั่นเอง ลงจากเขาชิงหลงเดินวนไปวนมา คุยกับใครก็ไม่ค่อยรู้เรื่องจนในที่สุดก็ถึงชิงชิว ลองไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ในไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ รีวิวตามลิงก์นี้จะพูดถึงการเดินทางมายังผู่เจ่อเฮยด้วยค่ะ

เที่ยวตามรอยซีรี่ย์กันต่อได้ใน GoNeverStop

ไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เนื่องจากวันหยุดช่วงสั้น ๆ ที่ผ่านมา ทำให้ GoNeverStop ได้มีเวลาว่างเล็กน้อยบวกกับโชคชะตาที่ซื่อมิ่งเขียนไว้ จึงทำให้มีโอกาสพาตัวเองไปชิลคนเดียวที่ “ชิงชิว” ดินแดนของจิ้งจอกเก้าหาง ซีรี่ย์แห่งชาติสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ป่าท้อสิบลี้

เปรียบเทียบสถานที่ถ่ายทำและสถานที่จริงจากซีรี่ย์สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

การเดินทางสำหรับมนุษย์ทั่วไปอย่างเราก็ไม่ยากไม่ง่าย แต่นานสักหน่อย นั่งเครื่องบินจากเมืองไทยไปคุนหมิงใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าเกือบสามชั่วโมง หลังจากนั้นนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถไฟความเร็วสูงไปลงที่ผู่เจ่อเฮยใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที ต่อรถบัสท้องถิ่นไปอีก 30-40 นาที พอลงรถบัสก็ต่อรถม้า 50 บาท โดยสารมาแค่ 5 ต่อดังที่ว่าเท่านั้น! แค่นี้พวกเจ้าทั้งหลายก็จะมาถึง “ชิงชิว” แล้ว ออ…แต่ถ้าเจ้าเป็นซ่างเสิน (เทพชั้นสูง) ก็เอาเป็นว่าหายตัวมาเลยแล้วกันไม่ต้องลำบากลำบนไปต่อเสียหลายต่อหรอก ทั้งประหยัดเงินและประหยัดเวลามากกว่ากันเยอะเชียว

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_1

การเดินทางไปชิงชิว

ช่วงที่เราไปโดนซื่อมิ่งเทพชะตาขาเม้าท์เล่นตลกขีดเขียนชะตาให้เราต้องฝ่าด่านเคราะห์กว่าจะไปถึงชิงชิวได้แสนสาหัสเชียว เนื่องจากว่าเราพักที่ผู่เจ่อเฮยแล้วออกเที่ยวแถว ๆ นั้นด้วย ตอนที่เราจะไปชิงชิวเป็นช่วงเย็น ออกเดินทางจากเขาชิงหลง (青龙山) ดูแผนที่แล้วเห็นว่าระยะทางเดินไปชิงชิวมันไกลมาก ขอจ้างรถม้าพาไปหน่อยเหอะ

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_13

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

แต่รถม้าเกือบทุกคันกล่าวว่า “มันเข้าไม่ได้” แล้วก็ “#@()@#*)%&)(@))**&^%…” ฟังไม่รู้เรื่องแหละ ได้แต่อุทานในใจ “มหาเทพตงหัวช่วยข้าด้วย ทำยังไงต่อดี นี่เราจะซ…ว…ย…ขนาดว่ามาถึงนี่แล้วจะไม่ได้ไปชิงชิวหรอ” เลยพยายามเดินไปเองสักระยะ แล้วก็ส่งวีแชทถามเจ้าของที่พักจนได้ความว่า “มันปิดปรับปรุง เข้าไปได้หลัง 6 โมงเย็น”

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_10

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เริ่มกังวลสิที่นี้เพราะว่าเราไปคนเดียวด้วย ถ้าเข้าไปที่ชิงชิวเย็นขนาดนั้นกว่าจะออกมามืดพอดี จะปลอดภัยไหมนี่ เดินคลุกฝุ่นจากเขาชิงหลงมาไกลพอสมควร ยังไม่เจอสักป้ายที่บอกทางไปชิงชิว นี่มันเป็นที่ท่องเที่ยวไหม!?!?

จนมาถึงระยะทางอีก 2 กิโลจะถึงแล้ว มีคนขับรถม้ามาถามว่าไปชิงชิวใช่ไหม ไม่รอช้าขอไปด้วยเลยจ้า แล้วคนขับรถม้าก็พามาส่งที่ทางเข้าแปลกตาแบบไม่ใช่ทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เป็นแบบทางที่ชาวบ้านมาขุดถางไว้เองพร้อมมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนเก็บค่าผ่านทาง 5 หยวนต่อคน สภาพทางเปลี่ยวมาก ถ้าไม่มีครอบครัวที่ขึ้นรถม้ามาด้วยกันเดินไปด้วย เราคงไม่กล้าเข้าไปแน่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_2

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_3

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_4

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เดินเข้าไปนานพอสมควรแล้วก็จะพบกับวิวที่แสนคุ้นตา มีนักท่องเที่ยวพากันมาถ่ายภาพอยู่เยอะเหมือนกัน

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_5

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_7

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_6

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ตอนนี้ต้นไม้ที่เคยออกดอกสีชมพู ดอกก็โรยราไปหมดแล้ว สะพานที่เคยเห็นในซีรี่ย์ก็ไม่เจอ (น่าจะเอาออกไปหรือเปล่า) ที่ยังคงเหลืออยู่ก็เป็นเกาะกลางน้ำ กับเพิงจิบชาเม้ามอย (ปัจจุบันมีคุณป้ามานั่งขายของกินเล่น ขายผักให้ขบเคี้ยวเล่น) แค่นี้ก็ฟินส์แล้ว มาถึงสักที…บรรลุวัตถุวัตถุประสงค์ของทริปนี้ ที่สำคัญจากตอนแรกที่กังวลว่าจะมืดแล้วเดินกลับอันตราย ปรากฎว่าตอนที่ไปสองทุ่มก็ยังมีแสงอยู่เลยจ้า

puzhehei

ซีรี่ย์สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_9

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_8

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_11

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ส่วนใครอยากไปตรงเกาะกลางน้ำคุณป้าที่ขายของในเพิงก็มีบริการพายเรือพาไปส่งที่เกาะ ราคาแล้วแต่ตกลง (อันนี้น่าจะเป็นบริการที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาทีหลัง หลังจากโดนรบเร้าจากนักท่องเที่ยวแถวนั้นให้พาไป)

สถานที่เที่ยวรอบชิงชิวหรือพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei Scenic Area, 普者黑景区) แห่งยูนนานยังมีอีกติดตามกันได้ที่เพจ GoNeverStop เราไปพักที่ผู่เจ่อเฮยนี้แบบชิล ๆ ถึง 2 คืนเชียวหล่ะ

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_12

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

 

ชมดอกจาคาแรนด้าบานสะพรั่ง ณ คุนหมิง

เมื่อย่างเข้าช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปีที่เมืองคุนหมิง (Kunming, 昆明) ประเทศจีน จะเป็นช่วงที่ดอกจาคาแรนด้า (Jacaranda) หรือหลันฮวาหยิ๋ง (蓝花楹) จะพากันเบ่งบานอวดความงามเป็นสีม่วงกัน

Jacaranda Kunming_5

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_3

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ดอกจาคาแรนด้านี้มีอีกชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ ดอกศรีตรัง (แต่อันนี้เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับดอกศรีตรังในเมืองไทยหรือเปล่านะ)

Jacaranda Kunming_9

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เราเดินทางออกจากโรงแรมแถวกลางเมืองคุนหมิงไปยังถนนเจี้ยวฉ่างจง (Jiaochang Middle Road,校场中路) โดยใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ ทั้งสะดวก ทั้งถูกมากเลย

Jacaranda Kunming_2

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ส่วนเพื่อน ๆ ที่อยากตามรอย แล้วจะนั่งรถเมล์สายไหนมาถึงนั้นแล้วแต่สถานที่ที่เพื่อน ๆ เริ่มออกเดินทางมานะจ๊ะ ส่วนเรานั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีรถไฟคุนหมิงเหนือก่อนแล้วต่อรถเมล์สาย Z63 ไม่นานก็ถึงแล้ว

Jacaranda Kunming_10

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_6

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

อันที่จริงยังมีถนนสายอื่น ๆ ในคุนหมิงอีกที่มีเจ้าดอกจาคาแรนด้านี้ แต่ที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเป็นถนนที่มีต้นจาคาแรนด้ามากที่สุดเรียงรายยาวติดต่อกันถึง 2 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวชมกัน สาว ๆ บางคนก็พากันแต่งชุดจีนโบราณมาถ่ายภาพกันด้วยนะ

Jacaranda Kunming_4

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ในภาพถ่ายที่เราถ่ายไว้นี้ ถ่ายเมื่อช่วงวันหยุดแรงงานที่ผ่านมานะจ๊ะ

Jacaranda Kunming_8

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ถ้าเพื่อน ๆ ได้มาเที่ยวคุนหมิงช่วงเดือนพฤษภาคมเหมือนกับเรา แล้วไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี ก็ลองไปที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเพื่อถ่ายรูปเล่นกันก็ได้ ทั้งสวยและฟรี! เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

Jacaranda Kunming_7

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_11

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เที่ยวจีนไม่เหมือนใครกดไลค์กันได้ที่ GoNeverStop

 

วัดต้าเป้าเอิน วัดสุด COOL แห่งเมืองหนานจิง

เมื่อพูดถึงเมืองหนานจิง ถ้าใครมาได้มาเยือนที่นี่เป็นครั้งแรกก็มักจะต้องไปอนุสรณ์สถานเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง แต่เรามาเที่ยวไม่อยากได้บรรยากาศหดหู่แบบนั้นเลย เคยไปพิพิธภัณฑ์สงครามที่เวียดนามออกมาน้ำตาซึม รู้สึกหดหู่ไปทั้งวัน ดังนั้นเรามาเที่ยวหนานจิงคนเดียวรอบนี้เลยเน้นมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟ หรือหยวนเซียวเจี๋ย เทศกาลชมดอกบ๊วย และโปรแกรมใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งอ่านเจอจากนิตยสารบนเครื่องบินก่อนเครื่องแลนดิ้งลงนั่นก็คือ เราจะไปวัดต้าเป้าเอิน (大报恩寺, Dabaoen Temple) กันค่ะ

Dabaoen Temple_18

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

วัดต้าเป้าเอิน สำหรับเราแล้วถือได้ว่าเป็นวัดสุด COOL เก๋ไก๋อินเทรนด์ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา เนื่องจากด้านในของวัดนี้หรูหราและดูทันสมัยมาก จนหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าถ้าสืบย้อนประวัติกลับไปจะพบว่า แต่เดิมเจดีย์วัดต้าเป้าเอินนี้เริ่มสร้างโดยคำสั่งของจักรพรรดิหย่งเล่อ (永乐, Yongle) แห่งราชวงศ์หมิงตั้งแต่ปี ค.ศ.1412 ใช้เวลาสร้างถึงปี ค.ศ. 1428 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 17 ปี

Dabaoen Temple_7

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_15

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

ช่วงระยะเวลาระหว่างราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง มิชชั่นนารี นักเดินทาง พ่อค้าที่ได้เดินทางมาที่เมืองหนานจิงเรียกที่นี่ว่า “เจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งหนานจิง (Porcelain Tower of Nanjing)” ซึ่งกล่าวได้ว่าเจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของจีนในช่วงเวลานั้น และมีความยิ่งใหญ่เทียบเท่าได้กับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างเช่น โคลอสเซียม สุสานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และหอเอนเมืองปิซ่า เลยทีเดียว แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ในที่สุดแล้วก็ถูกทำลายก็กบฏไท่ผิง (Taiping Rebellion)

Dabaoen Temple_17

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

อย่างไรก็ดีด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ได้มีการสร้างเจดีย์ต้าเป้าเอินนี้ขึ้นมาอีกครั้งโดยอัพความสูงจาก 78 เมตรเป็น 93.157 เมตร กลายเป็นเจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งหนานจิงยุคใหม่ทันสมัยสุด ๆ อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

Dabaoen Temple_4

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

ลองตาม GoNeverStop เข้ามาชมส่วนต่าง ๆ ในวัดต้าเป้าเอินกันค่ะว่าจะน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

ถ้าเทียบกับวัดไทยเรา อาจกล่าวได้ว่าบรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอินน่าจะเรียกว่าพิพิธภัณฑ์มากกว่าวัด เพราะจะมีการจัดแสดงโชว์วัตถุโบราณล้ำค่า วีดีทัศน์จำลองความเป็นมาของวัด แสดงโชว์พื้นที่ดั้งเดิมของวัด ฯลฯ

ด้านล่างนี้เป็นแบบจำลองซุ้มประตูของวัดต้าเป้าเอินซึ่งสร้างด้วยกระเบื้องเคลือบ

Dabaoen Temple_2

แบบจำลองซุ้มประตูวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_3

แบบจำลองซุ้มประตูวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_6

วัตถุโบราณล้ำค่าที่จัดแสดงอยู่ในวัดต้าเป้าเอิน

บรรยากาศของจริงมันว้าวมาก ทุกมุมอลังการเหมือนเดินเข้ามาในดินแดนสวรรค์

Dabaoen Temple_5

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_20

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

หลาย  ๆ จุดมีแฝงให้ความรู้ทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นตัวช่วย อย่างมุมนี้ เป็นการจำลองการประสูติของพระพุทธเจ้า เมื่อหลังจากประสูติสามารถก้าวเดินได้ 7 ก้าวขณะที่มีดอกบัวออกมารองรับขณะก้าวเดิน โดยจอบนพื้นจะมีดอกบัวปรากฎออกมาขณะที่เราก้าวเดินผ่าน

ดูเพิ่มเติมได้ในคลิป การจำลองการประสูติของพระพุทธเจ้า

Dabaoen Temple_21

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

จุดนี้เป็นโดมครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ภายในฉายวีดีทัศน์แสดงเหตุการณ์ตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติไปจนถึงปรินิพพาน ทำออกมาได้ดีมาก

Dabaoen Temple_22

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_23

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

บางห้องก็เน้น แสง สี เสียง อลังการมาก ยังกับอยู่ในดิสโก้เธคแน่ะ

Dabaoen Temple_11

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_10

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_12

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ หลายที่เลย ถ้าคนที่ถ่ายรูปเก่ง ๆ มาต้องถ่ายออกมาได้อลังการแน่ ทุกรูปในวัดนี้เราใช้กล้องจากมือถือถ่ายนะคะ อาจถ่ายทอดความงามออกมาได้ไม่มากเท่าที่ควร

Dabaoen Temple_8

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_13

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

มีการสร้างครอบพื้นที่เดิมของวัดไว้ แล้วจัดแสดงให้เห็นด้วย

Dabaoen Temple_9

พื้นที่เดิมของวัดต้าเป้าเอิน

ปิดท้ายด้วยห้องนี้แล้วกัน เห็นครั้งแรกตะลึงเลย ยังกับภาพฝัน มันระยิบระยับจนลายตา

Dabaoen Temple_14

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_1

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

สำหรับการเดินทางไปวัดต้าเป้าเอิน GoNeverStop นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีอวี่ฮวาเหมิน (雨花门, Yuhuamen) แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำ จะมีทางเดินริมน้ำ เดินชมวิว ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ เพลินมาก พอเห็นเจดีย์เดินข้ามฟากกลับมาก็ถึงวัดต้าเป้าเอินแล้วค่ะ

Dabaoen Temple_16

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

มาติดตามเรื่องราวแบกเป้เที่ยวจีนคนเดียวกันอีกได้ที่แฟนเพจ GoNeverStop กันนะคะ

 

พาเที่ยวเทศกาลโคมไฟสุดอลังการเมืองหนานจิง

เทศกาลโคมไฟ (Lantern Festival) หรือหยวนเซียวเจี๋ย (元宵节) หลายคนอาจจะเรียกว่า เติงเจี๋ย (灯节) เป็นวันสุดท้ายในการฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจีนนั่นก็คือ วันที่ 15 เดือน 1

Nanjing Lantern Festival 3

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 14

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

ถ้าพูดถึงงานเทศกาลโคมไฟที่เรารู้จัก เราก็จะนึกถึงงานยี่เป็ง ที่เชียงใหม่ การปล่อยโคมลอยที่ผิงซี ประเทศไต้หวัน งานเทศกาลหุ่นโคมไฟที่สวนสยาม หรือไม่ก็จะนึกถึงฉากการเที่ยวเทศกาลโคมไฟในซีรี่ย์จีน ซึ่งเทศกาลโคมไฟนี้เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของจีนเลยล่ะ เพราะว่ามีปรากฎอยู่ในซีรี่ย์จีนหลายเรื่อง เช่น ฉู่เฉียวจอมใจจารชน (楚乔传), ฝูเหยา (扶摇) หรือล่าสุดเสียวหนี่ฮวาปู๋ชี่ (小女花不弃) เป็นต้น ลองไปหาดูกันนะคะ

Nanjing Lantern Festival 16

โคมไฟกระต่ายยอดฮิตเห็นได้บ่อยในซีรี่ย์จีน

Nanjing Lantern Festival 15

โคมไฟหมูน้อยสำหรับปี 2019

ครั้งนี้ GoNeverStop จะพาทุกคนไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟสุดอลังการกันถึงเมืองหนานจิง ประเทศจีน

Nanjing Lantern Festival 13

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

สาเหตุที่เลือกมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟที่เมืองหนานจิงนั้นก็เพราะได้ข้อมูลมาว่า เทศกาลโคมไฟของที่นี่จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยในปี 2019 นี้มีการจัดงานที่ซีอานควบคู่กันไปด้วยเป็น Twin-City Lantern Festival

Nanjing Lantern Festival 2

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 17

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

วันเวลาที่จัดงาน

28 มกราคม – 22 กุมภาพันธ์ 2019

Extended period (อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าแตกต่างจากช่วงเวลาด้านบนยังไง) 23 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2019

Nanjing Lantern Festival 5

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 10

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

จะมีการเปิดไฟกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงประมาณสี่ทุ่ม

Nanjing Lantern Festival 6

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 7

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

สถานที่จัดงาน

เมื่อเรามาถึงหนานจิง เราแทบจะเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะไปเที่ยวชมโคมไฟที่ไหนกันบ้างดี เพราะมีการจัดประดับโคมไฟสวย ๆ แบบนี้กันทั่วทั้งเมืองแต่จุดหลัก ๆ ที่ไม่ควรพลาดก็คือ วัดขงจื้อ (Confucius temple, 南京夫子庙) และบริเวณแม่น้ำฉินหวย (Qinhuai river, 秦淮河) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโคมไฟกันบนกำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙) สวนไป๋ลู่โจว (Egret Island Park, 白鹭洲公园) ฯลฯ ถ้าวางแผนมาเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟที่หนานจิงก็เผื่อเวลามานอนค้างกันสัก 2-3 คืนนะคะ จะได้ไปเที่ยวชมได้หลายที่หน่อย

Nanjing Lantern Festival 8

วัดขงจื้อ (Confucius temple, 南京夫子庙)

Nanjing Lantern Festival 4

บริเวณแม่น้ำฉินหวย (Qinhuai river, 秦淮河)

Nanjing Lantern Festival 19

กำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙)

Nanjing Lantern Festival 18

กำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙)

การเดินทาง

มีเครื่องบินบินตรงจากกรุงเทพไปหนานจิงหลายสายการบิน GoNeverStop เลือก NokScoot เนื่องจากบินจากดอนเมืองใกล้บ้านดี และราคาถูกที่สุด ณ ขณะที่จอง เป็นครั้งแรกที่ GoNeverStop ได้ลองนั่งเครื่องของ NokScoot ด้วย โดยเพิ่มเงินเลือกที่นั่งพิเศษ เพราะเดินทางตั้ง 4 ชั่วโมงก็อยากนั่งสบายหน่อย และลดความวุ่นวายของคนจีนเกือบทั้งลำได้บางส่วน เราเลยได้นั่งที่นั่งใกล้ทางออกฉุกเฉิน เบาะนั่งสบายดีนะคะ หลับสนิทตลอดการเดินทาง แม้คู่ข้าง ๆ จะนั่งพลอดรักกันตลอดการเดินทางก็ตาม

การเดินทางในเมืองหนานจิงมีรถไฟฟ้าค่อนข้างทั่วถึง อยากไปเที่ยวที่ไหนก็นั่งรถไฟฟ้าได้เลย แต่พอออกจากสถานีอาจจะต้องเดินอีกสักหน่อยกว่าจะถึงสถานที่เที่ยว

Nanjing Lantern Festival 9

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

วันที่เรานั่งเครื่องจากไทยไปลงหนานจิงไปเป็นวันที่ 19 กุมภาพันธ์พอดี ตอนเครื่องกำลังแลนดิ้งลงเป็นช่วงที่ฟ้ามืดแล้ว มองลงมาเห็นหลายที่ในเมืองจุดพลุกันด้วย สวยงามมาก ๆ เลย แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ไปเที่ยวงานในวันนั้น เพราะกว่าจะไปถึงที่พักก็มืดแล้ว เลยได้ไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟในคืนถัดมาแทน บรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหนานจิงในช่วงเทศกาลโคมไฟนี้สวยงามเหมือนกับตัวเองได้หลุดเข้ามาในโลกนิยายจีนเลยล่ะ

สัญญาณโทรศัพท์

เนื่องจากเดี๋ยวนี้ถ้าต้องการจะเล่นเน็ตพวกเฟสบุ๊ค เข้ากูเกิ้ลที่เมืองจีน เปิดโรมมิ่งไปเลยจะสะดวกที่สุด ราคาก็แสนถูก 299 บาทต่อ 8 วัน ใช้แล้วเหลือ ๆ ตลอด ส่วนใหญ่เราใช้ของ SIM2Fly เพราะมีซิมอยู่แล้ว ทริปปักกิ่งไม่กี่เดือนก่อนก็มีสัญญาณหายไปแป๊บนึง มาหนานจิงรอบนี้ช่วงจะเปลี่ยนเมืองจากหนานจิงไปอู๋ซี สัญญาณหายไปหลายชั่วโมงเลย เปิดปิดเครื่องก็แล้วอยู่หลายรอบ ยังดีที่ทำการบ้านมาดี ข้อมูลหลายอย่างดูในหัวเลยไม่เดือนร้อนเท่าไร

Nanjing Lantern Festival 11

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

อาหารประจำเทศกาลโคมไฟ

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเมื่อมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟก็คือ การกินทังหยวน (汤圆) บัวลอยไส้ต่าง ๆ ซึ่งมีความหมายถึงการได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของทั้งครอบครัว บัวลอยที่เมืองจีนมีหลายไส้นะคะ แตกต่างจากเมืองไทย มีทั้งคาวหวาน อย่างรอบนี้ GoNeverStop ได้ลองชิมบัวลอยไส้หมูด้วย อร่อยดีเหมือนกัน ตัวแป้งข้างนอกเหนียวหนุบหนับมาก แต่อย่าไปคาดหวังกับน้ำซุป เป็นต้มเปล่าต้มเฉย ๆ ค่ะ

tangyuan

ทังหยวน หรือบัวลอย

สำหรับใครที่พลาดเทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิงในปีนี้ไป ปีหน้าวางแผนดี ดี แล้วแพ็กกระเป๋าไปกันนะคะ

Nanjing Lantern Festival 20

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 12

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

ติดตามเรื่องราวแบกเป้เที่ยวเมืองจีนคนเดียวของเราได้ใน 

https://goneverstopblog.wordpress.com/

หรือ

แฟนเพจ https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/