เก็บกระเป๋าไปชิงชิวสัก 3 วัน

ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei, 普者黑) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน (Yunnan, 云南) พื้นที่เต็มไปด้วยทะเลสาบ และทางน้ำคดเคี้ยว ซึ่งในช่วงฤดูร้อนทั้งทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพู

Puzhehei_17

บรรยากาศในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

พื้นที่บริเวณผู่เจ่อเฮยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์จีนยอดฮิตอย่างสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ (三生三世十里桃花) และรายการเรียลลิตี้ Dad, Where Are We Going? (爸爸去哪儿)

สำหรับรีวิวนี้ GoNeverStop ขอมาแนะนำโปรแกรมเที่ยวชิงชิวหรือผู่เจ่อเฮย สำหรับเป็นแนวทางคนที่จะไปตามรอยซีรี่ย์

วันแรก – นั่งเครื่องจากเมืองไทยไปถึงคุนหมิงตอนเที่ยง เดินทางไปอีกหลายต่อกว่าจะถึงชิงชิวก็เย็น ๆ
วันที่สอง – ออกเที่ยวในชิงชิว
วันที่สาม – เก็บตกในชิงชิวตามต้องการ แล้วนั่งรถกลับมาคุนหมิง

ใครวันลาน้อยจะบินกลับไทยเลยก็ได้ แต่แอดมินเที่ยวต่อที่คุนหมิงอีกวันค่ะ สำหรับรีวิวที่เกี่ยวข้องดูได้ตามด้านล่างนี้เลย

📌ไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

📌เก็บกระเป๋าไปชิงชิวสัก 3 วัน – รีวิวนี้เองค่ะ

📌นอนที่ไหนในชิงชิว – ผู่เจ่อเฮย ยูนนาน

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวผู่เจ่อเฮย

ตามที่อ่านรีวิวเค้าบอกว่าแนะนำให้ไปเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกบัวบานเต็มที่สวยเหมือนภาพวาดในบทกวี แต่ GoNeverStop ไปช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนะคะ มีดอกบัวอยู่หรอมแหรม เลยไม่สามารถยืนยันได้ว่าช่วงเวลาที่เค้าแนะนำนั้นสวยงามอย่างที่ว่าจริงไหม

Puzhehei_26

ทุ่งดอกบัวในในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

การแต่งกายที่เหมาะสมในผู่เจ๋อเฮย

เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่บริเวณผู่เจ่อเฮยนี้มีอุณภูมิแบบเย็นสบายตลอดปี ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป อุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 16 องศาเซลเซียส แต่ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนจะมาก ตอนที่ GoNeverStop ไปเดือนพฤษภาคม ช่วงกลางวันร้อนแดดจัด ฟ้าใสประมาณ 30 องศาเซลเซียส ส่วนช่วงกลางคืนแค่ 10 กว่าองศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าเที่ยวตอนกลางวันจะจัดเต็มอยากใส่ชุดเทพเซียน ชุดป๋ายเฉี่ยน ชุดเฟิ่งจิ่วน้อยก็พอได้อยู่นะ

Puzhehei_13

จุดชมวิวในในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย

ค่าใช้จ่ายในผู่เจ่อเฮย

ที่พักในผู่เจ๋อเฮยมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายพันต่อห้องต่อคืน GoNeverStop เลือกไปพักที่ ผู่เจ่อเฮยเอ้อเยี่ยหลี่ไหลชิงชันหมินซู่ (普者黑二月里来清婵民宿) หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Spring into Spring

Puzhehei Hotel_2

โรงแรมในผู่เจ๋อเฮย

ถ้าเอาตามสภาพเมืองตอนที่ GoNeverStop ไปนะ แนะนำว่าเลือกที่พักดี ๆ หน่อยไว้ดีกว่า เพราะบริเวณรอบ ๆ ที่นั่นเหมือนยังสร้างไม่เสร็จดี สภาพปรักหักพังเหมือนผ่านสงครามมา ฝุ่นเยอะมาก เลือกที่พักสบาย ๆ ไว้นอนชิล ให้รู้สึกสบายตัว สบายใจดีกว่า

Puzhehei_23

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ค่าอาหารต่อมื้อ จานเดียวก็เริ่มต้นตั้งแต่ 20 หยวน (อย่าคิดว่าแพงนะ เพราะจานนึงโคตรใหญ่) ดูมีของน่ากินหลายอย่างนะโดยเฉพาะพวกปลากับกุ้ง แต่ไปคนเดียวเลยคิดว่ากินอะไรง่าย ๆ ไม่เยอะดีกว่า เลยสั่งข้าวผัด คิดผิดอย่างแรงไม่อร่อย แถมเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่เวลาสั่งอาหารคุยกันรู้เรื่อง 100% แต่กลับได้ของไม่อร่อยมาซะงั้น

Puzhehei_25

มื้ออาหารง่าย ๆ ในผู่เจ่อเฮย

ค่าเดินทางภายในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย ถ้านั่งรถม้าราคา 10 หยวนต่อคน รถบัส 5 หยวนต่อคน

Puzhehei_27

รถม้าสำหรับการเดินทางในผู่เจ่อเฮย

ระยะเวลาการเที่ยวในผู่เจ่อเฮย

คนท้องถิ่นแนะนำว่าถ้าเที่ยวให้ครบจริง ๆ ควรต้องใช้เวลาเที่ยวสัก 2 วัน ส่วนเรา GoNeverStop มีเวลาจำกัดเที่ยวแบบลูกผสมจับเอาเฉพาะที่อยากไปมารวม ๆ กันในหนึ่งวัน
วันนึงเที่ยวรอบนอกพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei Scenic Area, 普者黑景区) อีกวันเที่ยวรอบในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย แต่ถ้าเพื่อน ๆ สนใจแค่เที่ยวสถานที่ถ่ายทำป่าท้อ หรือชิงชิวดินแดนจิ้งจอกเก้าหางอย่างเดียวแล้วล่ะก็เที่ยวที่นี่แค่วันเดียวก็ได้

สถานที่เที่ยวรอบนอกผู่เจ่อเฮย

ดูวิวพื้นที่เกษตร ต้นไม้ ไร่นา ดินแถบนี้สีแดงมาก เหมือนที่ตงชวนเลย ก่อนมา อยากไปตงชวนอยู่พอดี แต่เวลาไม่พอ ดูที่นี่ทดแทนไปล่ะกัน

Puzhehei_18

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_19

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

พืชที่เห็นเค้าปลูกกันเยอะก็คือ ยาสูบ นั่นเอง ปกติจะเจอแต่คนจีนสูบบุหรี่จัดอยู่ตลอดเวลา แต่น้องคนขับรถที่เราจ้าง ไม่สูบบุหรี่ให้เราได้เห็นเลย ไม่มีกลิ่นบุหรี่ในรถด้วย ดีมาก ๆ

Puzhehei_20

แปลงต้นยาสูบที่ปลูกแถวผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_21

แปลงต้นยาสูบที่ปลูกแถวผู่เจ่อเฮย

แถวนี้ชาวบ้านยังใช้ควายทำงานอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่แม้แต่ในประเทศไทยก็ยังหาได้ยาก

Puzhehei_31

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

บางทีเจอต้นไม้อะไรกินได้ระหว่างทาง น้องคนขับก็แวะให้เก็บกินฟรี

Puzhehei_34

แวะเก็บมัลเบอร์รี่ในผู่เจ่อเฮย

จุดชมวิวที่มีแต่คนพื้นที่เท่านั้นที่มา ตอนแรกแอบกลัวว่าน้องจะพาเรามาปล้นฆ่าเสียแล้ว ไม่มีคนอื่นเลย

Puzhehei_28

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

cof

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_28

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_22

จุดชมวิวในผู่เจ่อเฮย

หลังจากดูวิวในมุมสูงแล้ว น้องก็พามาดูวิวจากมุมด้านล่างบ้าง

Puzhehei_29

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_30

บรรยากาศรอบผู่เจ่อเฮย

ไปไร่กุหลาบ ซึ่งกุหลาบที่นี่เค้าเอาไว้ทำขนมเปี๊ยะกุหลาบของขึ้นชื่อของคุนหมิงนั่นเอง

Puzhehei_37

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_39

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_38

ไร่กุหลาบในผู่เจ่อเฮย

นอกจากนี้ยังมีทุ่งกังหันลม แล้วก็อื่น ๆ อีก แต่ไม่ได้ไปไกลเกินเวลาไม่พอ และเพื่อความสะดวกในการเที่ยวรอบนอกควรจ้างรถนะคะ

สถานที่เที่ยวรอบในผู่เจ่อเฮย

ภายในพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮยมีถ้ำหลายถ้ำ แต่เราเข้าถ้ำที่จีนหลายที่แล้วไม่ค่อยอินแถมราคาก็แพงตั้ง 30 หยวน รอบนี้ขอเลือกเข้าแค่ถ้ำเดียวพอก็คือ ถ้ำเซียนเหริน (仙人洞, Xienren Cave) ต้องนั่งเรือเข้าไปซึ่งค่าเรือรวมกับค่าตั๋วแล้ว

Puzhehei_35

ถ้ำเซียนเหรินในผู่เจ่อเฮย

ถ้ำนี้เป็นถ้ำขนาดเล็กเมื่อเทียบกับถ้ำอื่นที่จีนซึ่ง GoNeverStop เคยไปมา แต่แนวทางการจัดแสดงด้านในเหมือนกับที่อื่นเลย จัดแบบมีแสงสีรุ้งแบบนี้

Puzhehei_36

ถ้ำเซียนเหรินในผู่เจ่อเฮย

แล้วก็มีไปสวนอะไรสักอย่าง ไม่ค่อยมีคน มีดอกไม้สวย ๆ เยอะ บางมุมก็เหมือนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดของไทยเลย

Puzhehei_40

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

Puzhehei_42

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ศาลาริมน้ำนี่ลมเย็นน่านอนมากเลย มีคนจีนมานอนรับลมกันด้วย

Puzhehei_41

บรรยากาศในผู่เจ่อเฮย

ถ้าเพื่อน ๆ มากันหลายคน กิจกรรมที่แนะนำให้ทำร่วมกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ การนั่งเรือ และเล่นสาดน้ำกัน เหมือนสงกรานต์บ้านเราเลย อย่าลืมพกอุปกรณ์เล่นน้ำมากันด้วยนะค้า

Puzhehei_32

เล่นสาดน้ำในผู่เจ่อเฮย

เราไปต่อกันที่เขาชิงหลง (青龙山, Qinglong Mountain) คนแถวนั้นบอกว่าใช้เวลาเดินขึ้นครึ่งชั่วโมง…ถ้าเป็นครึ่งชั่วโมงคงราวกับว่าเป็นครึ่งชั่วโมงที่ชั่วกัปชั่วกัลป์มาก มีบันไดก็จริงแต่ค่อนข้างชัน

Puzhehei_15

ระหว่างทางก่อนขึ้นเขาชิงหลง

Puzhehei_43

เส้นทางเดินขึ้นเขาชิงหลง

พอขึ้นมาถึงข้างบนแล้วพูดได้ว่าวิวสวยมาก คิดว่าเมื่อก่อนคงสวยกว่านี้ เพราะตอนนี้เริ่มมีบ้านคนและสิ่งก่อต่าง ๆ สร้างรุกล้ำเข้ามาเยอะแล้ว ที่นี่เค้าน่าจะมีการจัดการที่ดีกว่านี้เนอะก่อนที่ภาพสวย ๆ เหล่านี้จะถูกทำลายไป

Puzhehei_44

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

Puzhehei_45

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ถ้าเปรียบเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวจีนที่อื่น ที่นี่ถือได้ว่าจัดการได้ค่อนข้างแย่นะ (หรือยังไม่ถึงจุดที่พัฒนาเป็นที่เที่ยวก็ไม่รู้สิ) ป้ายบอกทางไปสถานที่ถ่ายทำป่าท้อไม่มีสักป้าย การควบคุมสิ่งก่อสร้างก็ไม่มี ถนนหนทางก็เป็นทางลูกรังพัง ๆ

Puzhehei_33

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ด้านบนมีแม่นางคนนึงเดินล่วงหน้าขึ้นมาก่อนหน้าเราน่าจะนานแล้ว เห็นมีถอดรองเท้าส้นเข็มทิ้งไว้ มีปูกระดาษรองนั่งที่พื้นเป็นเรื่องเป็นราว และยืนแทะขาไก่อยู่ พร้อมเปิดเพลงป่าท้อประกอบด้วย พอกินเสร็จก็เอามือถือให้เราช่วยถ่ายเอ็มวีให้นางอีกตั้งหาก…นี่สิแฟนพันธุ์แท้ป่าท้อ ข้าน้อยขอนับถือ

Puzhehei_16

วิวผู่เจ่อเฮยจากเขาชิงหลง

ยืนชมวิวอยู่เป็นเวลานานพอสมควร ก็เดินลงไปสถานที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้กันนั่นก็คือ ชิงชิว หรือสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่นั่นเอง ลงจากเขาชิงหลงเดินวนไปวนมา คุยกับใครก็ไม่ค่อยรู้เรื่องจนในที่สุดก็ถึงชิงชิว ลองไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ในไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ รีวิวตามลิงก์นี้จะพูดถึงการเดินทางมายังผู่เจ่อเฮยด้วยค่ะ

เที่ยวตามรอยซีรี่ย์กันต่อได้ใน GoNeverStop

Advertisements

ไปชิลที่ “ชิงชิว” สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เนื่องจากวันหยุดช่วงสั้น ๆ ที่ผ่านมา ทำให้ GoNeverStop ได้มีเวลาว่างเล็กน้อยบวกกับโชคชะตาที่ซื่อมิ่งเขียนไว้ จึงทำให้มีโอกาสพาตัวเองไปชิลคนเดียวที่ “ชิงชิว” ดินแดนของจิ้งจอกเก้าหาง ซีรี่ย์แห่งชาติสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ป่าท้อสิบลี้

เปรียบเทียบสถานที่ถ่ายทำและสถานที่จริงจากซีรี่ย์สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

การเดินทางสำหรับมนุษย์ทั่วไปอย่างเราก็ไม่ยากไม่ง่าย แต่นานสักหน่อย นั่งเครื่องบินจากเมืองไทยไปคุนหมิงใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าเกือบสามชั่วโมง หลังจากนั้นนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถไฟความเร็วสูงไปลงที่ผู่เจ่อเฮยใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที ต่อรถบัสท้องถิ่นไปอีก 30-40 นาที พอลงรถบัสก็ต่อรถม้า 50 บาท โดยสารมาแค่ 5 ต่อดังที่ว่าเท่านั้น! แค่นี้พวกเจ้าทั้งหลายก็จะมาถึง “ชิงชิว” แล้ว ออ…แต่ถ้าเจ้าเป็นซ่างเสิน (เทพชั้นสูง) ก็เอาเป็นว่าหายตัวมาเลยแล้วกันไม่ต้องลำบากลำบนไปต่อเสียหลายต่อหรอก ทั้งประหยัดเงินและประหยัดเวลามากกว่ากันเยอะเชียว

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_1

การเดินทางไปชิงชิว

ช่วงที่เราไปโดนซื่อมิ่งเทพชะตาขาเม้าท์เล่นตลกขีดเขียนชะตาให้เราต้องฝ่าด่านเคราะห์กว่าจะไปถึงชิงชิวได้แสนสาหัสเชียว เนื่องจากว่าเราพักที่ผู่เจ่อเฮยแล้วออกเที่ยวแถว ๆ นั้นด้วย ตอนที่เราจะไปชิงชิวเป็นช่วงเย็น ออกเดินทางจากเขาชิงหลง (青龙山) ดูแผนที่แล้วเห็นว่าระยะทางเดินไปชิงชิวมันไกลมาก ขอจ้างรถม้าพาไปหน่อยเหอะ

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_13

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

แต่รถม้าเกือบทุกคันกล่าวว่า “มันเข้าไม่ได้” แล้วก็ “#@()@#*)%&)(@))**&^%…” ฟังไม่รู้เรื่องแหละ ได้แต่อุทานในใจ “มหาเทพตงหัวช่วยข้าด้วย ทำยังไงต่อดี นี่เราจะซ…ว…ย…ขนาดว่ามาถึงนี่แล้วจะไม่ได้ไปชิงชิวหรอ” เลยพยายามเดินไปเองสักระยะ แล้วก็ส่งวีแชทถามเจ้าของที่พักจนได้ความว่า “มันปิดปรับปรุง เข้าไปได้หลัง 6 โมงเย็น”

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_10

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เริ่มกังวลสิที่นี้เพราะว่าเราไปคนเดียวด้วย ถ้าเข้าไปที่ชิงชิวเย็นขนาดนั้นกว่าจะออกมามืดพอดี จะปลอดภัยไหมนี่ เดินคลุกฝุ่นจากเขาชิงหลงมาไกลพอสมควร ยังไม่เจอสักป้ายที่บอกทางไปชิงชิว นี่มันเป็นที่ท่องเที่ยวไหม!?!?

จนมาถึงระยะทางอีก 2 กิโลจะถึงแล้ว มีคนขับรถม้ามาถามว่าไปชิงชิวใช่ไหม ไม่รอช้าขอไปด้วยเลยจ้า แล้วคนขับรถม้าก็พามาส่งที่ทางเข้าแปลกตาแบบไม่ใช่ทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เป็นแบบทางที่ชาวบ้านมาขุดถางไว้เองพร้อมมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนเก็บค่าผ่านทาง 5 หยวนต่อคน สภาพทางเปลี่ยวมาก ถ้าไม่มีครอบครัวที่ขึ้นรถม้ามาด้วยกันเดินไปด้วย เราคงไม่กล้าเข้าไปแน่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_2

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_3

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_4

ทางเดินไปสถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

เดินเข้าไปนานพอสมควรแล้วก็จะพบกับวิวที่แสนคุ้นตา มีนักท่องเที่ยวพากันมาถ่ายภาพอยู่เยอะเหมือนกัน

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_5

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_7

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_6

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ตอนนี้ต้นไม้ที่เคยออกดอกสีชมพู ดอกก็โรยราไปหมดแล้ว สะพานที่เคยเห็นในซีรี่ย์ก็ไม่เจอ (น่าจะเอาออกไปหรือเปล่า) ที่ยังคงเหลืออยู่ก็เป็นเกาะกลางน้ำ กับเพิงจิบชาเม้ามอย (ปัจจุบันมีคุณป้ามานั่งขายของกินเล่น ขายผักให้ขบเคี้ยวเล่น) แค่นี้ก็ฟินส์แล้ว มาถึงสักที…บรรลุวัตถุวัตถุประสงค์ของทริปนี้ ที่สำคัญจากตอนแรกที่กังวลว่าจะมืดแล้วเดินกลับอันตราย ปรากฎว่าตอนที่ไปสองทุ่มก็ยังมีแสงอยู่เลยจ้า

puzhehei

ซีรี่ย์สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_9

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_8

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_11

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

ส่วนใครอยากไปตรงเกาะกลางน้ำคุณป้าที่ขายของในเพิงก็มีบริการพายเรือพาไปส่งที่เกาะ ราคาแล้วแต่ตกลง (อันนี้น่าจะเป็นบริการที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาทีหลัง หลังจากโดนรบเร้าจากนักท่องเที่ยวแถวนั้นให้พาไป)

สถานที่เที่ยวรอบชิงชิวหรือพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ผู่เจ่อเฮย (Puzhehei Scenic Area, 普者黑景区) แห่งยูนนานยังมีอีกติดตามกันได้ที่เพจ GoNeverStop เราไปพักที่ผู่เจ่อเฮยนี้แบบชิล ๆ ถึง 2 คืนเชียวหล่ะ

ชิงชิว ผูเจ่อเฮย_12

สถานที่ถ่ายทำสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่

 

ชมดอกจาคาแรนด้าบานสะพรั่ง ณ คุนหมิง

เมื่อย่างเข้าช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปีที่เมืองคุนหมิง (Kunming, 昆明) ประเทศจีน จะเป็นช่วงที่ดอกจาคาแรนด้า (Jacaranda) หรือหลันฮวาหยิ๋ง (蓝花楹) จะพากันเบ่งบานอวดความงามเป็นสีม่วงกัน

Jacaranda Kunming_5

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_3

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ดอกจาคาแรนด้านี้มีอีกชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ ดอกศรีตรัง (แต่อันนี้เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับดอกศรีตรังในเมืองไทยหรือเปล่านะ)

Jacaranda Kunming_9

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เราเดินทางออกจากโรงแรมแถวกลางเมืองคุนหมิงไปยังถนนเจี้ยวฉ่างจง (Jiaochang Middle Road,校场中路) โดยใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ ทั้งสะดวก ทั้งถูกมากเลย

Jacaranda Kunming_2

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ส่วนเพื่อน ๆ ที่อยากตามรอย แล้วจะนั่งรถเมล์สายไหนมาถึงนั้นแล้วแต่สถานที่ที่เพื่อน ๆ เริ่มออกเดินทางมานะจ๊ะ ส่วนเรานั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีรถไฟคุนหมิงเหนือก่อนแล้วต่อรถเมล์สาย Z63 ไม่นานก็ถึงแล้ว

Jacaranda Kunming_10

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_6

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

อันที่จริงยังมีถนนสายอื่น ๆ ในคุนหมิงอีกที่มีเจ้าดอกจาคาแรนด้านี้ แต่ที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเป็นถนนที่มีต้นจาคาแรนด้ามากที่สุดเรียงรายยาวติดต่อกันถึง 2 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวชมกัน สาว ๆ บางคนก็พากันแต่งชุดจีนโบราณมาถ่ายภาพกันด้วยนะ

Jacaranda Kunming_4

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ในภาพถ่ายที่เราถ่ายไว้นี้ ถ่ายเมื่อช่วงวันหยุดแรงงานที่ผ่านมานะจ๊ะ

Jacaranda Kunming_8

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

ถ้าเพื่อน ๆ ได้มาเที่ยวคุนหมิงช่วงเดือนพฤษภาคมเหมือนกับเรา แล้วไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี ก็ลองไปที่ถนนเจี้ยวฉ่างจงเพื่อถ่ายรูปเล่นกันก็ได้ ทั้งสวยและฟรี! เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

Jacaranda Kunming_7

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

Jacaranda Kunming_11

ถนนสายดอกจาคาแรนด้า เมืองคุนหมิง

เที่ยวจีนไม่เหมือนใครกดไลค์กันได้ที่ GoNeverStop

 

วัดต้าเป้าเอิน วัดสุด COOL แห่งเมืองหนานจิง

เมื่อพูดถึงเมืองหนานจิง ถ้าใครมาได้มาเยือนที่นี่เป็นครั้งแรกก็มักจะต้องไปอนุสรณ์สถานเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง แต่เรามาเที่ยวไม่อยากได้บรรยากาศหดหู่แบบนั้นเลย เคยไปพิพิธภัณฑ์สงครามที่เวียดนามออกมาน้ำตาซึม รู้สึกหดหู่ไปทั้งวัน ดังนั้นเรามาเที่ยวหนานจิงคนเดียวรอบนี้เลยเน้นมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟ หรือหยวนเซียวเจี๋ย เทศกาลชมดอกบ๊วย และโปรแกรมใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งอ่านเจอจากนิตยสารบนเครื่องบินก่อนเครื่องแลนดิ้งลงนั่นก็คือ เราจะไปวัดต้าเป้าเอิน (大报恩寺, Dabaoen Temple) กันค่ะ

Dabaoen Temple_18

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

วัดต้าเป้าเอิน สำหรับเราแล้วถือได้ว่าเป็นวัดสุด COOL เก๋ไก๋อินเทรนด์ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา เนื่องจากด้านในของวัดนี้หรูหราและดูทันสมัยมาก จนหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าถ้าสืบย้อนประวัติกลับไปจะพบว่า แต่เดิมเจดีย์วัดต้าเป้าเอินนี้เริ่มสร้างโดยคำสั่งของจักรพรรดิหย่งเล่อ (永乐, Yongle) แห่งราชวงศ์หมิงตั้งแต่ปี ค.ศ.1412 ใช้เวลาสร้างถึงปี ค.ศ. 1428 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 17 ปี

Dabaoen Temple_7

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_15

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

ช่วงระยะเวลาระหว่างราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง มิชชั่นนารี นักเดินทาง พ่อค้าที่ได้เดินทางมาที่เมืองหนานจิงเรียกที่นี่ว่า “เจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งหนานจิง (Porcelain Tower of Nanjing)” ซึ่งกล่าวได้ว่าเจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของจีนในช่วงเวลานั้น และมีความยิ่งใหญ่เทียบเท่าได้กับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างเช่น โคลอสเซียม สุสานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และหอเอนเมืองปิซ่า เลยทีเดียว แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ในที่สุดแล้วก็ถูกทำลายก็กบฏไท่ผิง (Taiping Rebellion)

Dabaoen Temple_17

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

อย่างไรก็ดีด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ได้มีการสร้างเจดีย์ต้าเป้าเอินนี้ขึ้นมาอีกครั้งโดยอัพความสูงจาก 78 เมตรเป็น 93.157 เมตร กลายเป็นเจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งหนานจิงยุคใหม่ทันสมัยสุด ๆ อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

Dabaoen Temple_4

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

ลองตาม GoNeverStop เข้ามาชมส่วนต่าง ๆ ในวัดต้าเป้าเอินกันค่ะว่าจะน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

ถ้าเทียบกับวัดไทยเรา อาจกล่าวได้ว่าบรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอินน่าจะเรียกว่าพิพิธภัณฑ์มากกว่าวัด เพราะจะมีการจัดแสดงโชว์วัตถุโบราณล้ำค่า วีดีทัศน์จำลองความเป็นมาของวัด แสดงโชว์พื้นที่ดั้งเดิมของวัด ฯลฯ

ด้านล่างนี้เป็นแบบจำลองซุ้มประตูของวัดต้าเป้าเอินซึ่งสร้างด้วยกระเบื้องเคลือบ

Dabaoen Temple_2

แบบจำลองซุ้มประตูวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_3

แบบจำลองซุ้มประตูวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_6

วัตถุโบราณล้ำค่าที่จัดแสดงอยู่ในวัดต้าเป้าเอิน

บรรยากาศของจริงมันว้าวมาก ทุกมุมอลังการเหมือนเดินเข้ามาในดินแดนสวรรค์

Dabaoen Temple_5

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_20

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

หลาย  ๆ จุดมีแฝงให้ความรู้ทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นตัวช่วย อย่างมุมนี้ เป็นการจำลองการประสูติของพระพุทธเจ้า เมื่อหลังจากประสูติสามารถก้าวเดินได้ 7 ก้าวขณะที่มีดอกบัวออกมารองรับขณะก้าวเดิน โดยจอบนพื้นจะมีดอกบัวปรากฎออกมาขณะที่เราก้าวเดินผ่าน

ดูเพิ่มเติมได้ในคลิป การจำลองการประสูติของพระพุทธเจ้า

Dabaoen Temple_21

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

จุดนี้เป็นโดมครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ภายในฉายวีดีทัศน์แสดงเหตุการณ์ตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติไปจนถึงปรินิพพาน ทำออกมาได้ดีมาก

Dabaoen Temple_22

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_23

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

บางห้องก็เน้น แสง สี เสียง อลังการมาก ยังกับอยู่ในดิสโก้เธคแน่ะ

Dabaoen Temple_11

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_10

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_12

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

มีมุมให้ถ่ายรูปสวย ๆ หลายที่เลย ถ้าคนที่ถ่ายรูปเก่ง ๆ มาต้องถ่ายออกมาได้อลังการแน่ ทุกรูปในวัดนี้เราใช้กล้องจากมือถือถ่ายนะคะ อาจถ่ายทอดความงามออกมาได้ไม่มากเท่าที่ควร

Dabaoen Temple_8

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_13

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

มีการสร้างครอบพื้นที่เดิมของวัดไว้ แล้วจัดแสดงให้เห็นด้วย

Dabaoen Temple_9

พื้นที่เดิมของวัดต้าเป้าเอิน

ปิดท้ายด้วยห้องนี้แล้วกัน เห็นครั้งแรกตะลึงเลย ยังกับภาพฝัน มันระยิบระยับจนลายตา

Dabaoen Temple_14

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

Dabaoen Temple_1

บรรยากาศภายในวัดต้าเป้าเอิน

สำหรับการเดินทางไปวัดต้าเป้าเอิน GoNeverStop นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีอวี่ฮวาเหมิน (雨花门, Yuhuamen) แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำ จะมีทางเดินริมน้ำ เดินชมวิว ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ เพลินมาก พอเห็นเจดีย์เดินข้ามฟากกลับมาก็ถึงวัดต้าเป้าเอินแล้วค่ะ

Dabaoen Temple_16

เจดีย์วัดต้าเป้าเอิน

มาติดตามเรื่องราวแบกเป้เที่ยวจีนคนเดียวกันอีกได้ที่แฟนเพจ GoNeverStop กันนะคะ

 

พาเที่ยวเทศกาลโคมไฟสุดอลังการเมืองหนานจิง

เทศกาลโคมไฟ (Lantern Festival) หรือหยวนเซียวเจี๋ย (元宵节) หลายคนอาจจะเรียกว่า เติงเจี๋ย (灯节) เป็นวันสุดท้ายในการฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจีนนั่นก็คือ วันที่ 15 เดือน 1

Nanjing Lantern Festival 3

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 14

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

ถ้าพูดถึงงานเทศกาลโคมไฟที่เรารู้จัก เราก็จะนึกถึงงานยี่เป็ง ที่เชียงใหม่ การปล่อยโคมลอยที่ผิงซี ประเทศไต้หวัน งานเทศกาลหุ่นโคมไฟที่สวนสยาม หรือไม่ก็จะนึกถึงฉากการเที่ยวเทศกาลโคมไฟในซีรี่ย์จีน ซึ่งเทศกาลโคมไฟนี้เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของจีนเลยล่ะ เพราะว่ามีปรากฎอยู่ในซีรี่ย์จีนหลายเรื่อง เช่น ฉู่เฉียวจอมใจจารชน (楚乔传), ฝูเหยา (扶摇) หรือล่าสุดเสียวหนี่ฮวาปู๋ชี่ (小女花不弃) เป็นต้น ลองไปหาดูกันนะคะ

Nanjing Lantern Festival 16

โคมไฟกระต่ายยอดฮิตเห็นได้บ่อยในซีรี่ย์จีน

Nanjing Lantern Festival 15

โคมไฟหมูน้อยสำหรับปี 2019

ครั้งนี้ GoNeverStop จะพาทุกคนไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟสุดอลังการกันถึงเมืองหนานจิง ประเทศจีน

Nanjing Lantern Festival 13

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

สาเหตุที่เลือกมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟที่เมืองหนานจิงนั้นก็เพราะได้ข้อมูลมาว่า เทศกาลโคมไฟของที่นี่จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยในปี 2019 นี้มีการจัดงานที่ซีอานควบคู่กันไปด้วยเป็น Twin-City Lantern Festival

Nanjing Lantern Festival 2

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 17

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

วันเวลาที่จัดงาน

28 มกราคม – 22 กุมภาพันธ์ 2019

Extended period (อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าแตกต่างจากช่วงเวลาด้านบนยังไง) 23 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2019

Nanjing Lantern Festival 5

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 10

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

จะมีการเปิดไฟกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงประมาณสี่ทุ่ม

Nanjing Lantern Festival 6

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 7

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

สถานที่จัดงาน

เมื่อเรามาถึงหนานจิง เราแทบจะเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะไปเที่ยวชมโคมไฟที่ไหนกันบ้างดี เพราะมีการจัดประดับโคมไฟสวย ๆ แบบนี้กันทั่วทั้งเมืองแต่จุดหลัก ๆ ที่ไม่ควรพลาดก็คือ วัดขงจื้อ (Confucius temple, 南京夫子庙) และบริเวณแม่น้ำฉินหวย (Qinhuai river, 秦淮河) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโคมไฟกันบนกำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙) สวนไป๋ลู่โจว (Egret Island Park, 白鹭洲公园) ฯลฯ ถ้าวางแผนมาเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟที่หนานจิงก็เผื่อเวลามานอนค้างกันสัก 2-3 คืนนะคะ จะได้ไปเที่ยวชมได้หลายที่หน่อย

Nanjing Lantern Festival 8

วัดขงจื้อ (Confucius temple, 南京夫子庙)

Nanjing Lantern Festival 4

บริเวณแม่น้ำฉินหวย (Qinhuai river, 秦淮河)

Nanjing Lantern Festival 19

กำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙)

Nanjing Lantern Festival 18

กำแพงเมืองหนานจิง (City wall of Nanjing, 南京城墙)

การเดินทาง

มีเครื่องบินบินตรงจากกรุงเทพไปหนานจิงหลายสายการบิน GoNeverStop เลือก NokScoot เนื่องจากบินจากดอนเมืองใกล้บ้านดี และราคาถูกที่สุด ณ ขณะที่จอง เป็นครั้งแรกที่ GoNeverStop ได้ลองนั่งเครื่องของ NokScoot ด้วย โดยเพิ่มเงินเลือกที่นั่งพิเศษ เพราะเดินทางตั้ง 4 ชั่วโมงก็อยากนั่งสบายหน่อย และลดความวุ่นวายของคนจีนเกือบทั้งลำได้บางส่วน เราเลยได้นั่งที่นั่งใกล้ทางออกฉุกเฉิน เบาะนั่งสบายดีนะคะ หลับสนิทตลอดการเดินทาง แม้คู่ข้าง ๆ จะนั่งพลอดรักกันตลอดการเดินทางก็ตาม

การเดินทางในเมืองหนานจิงมีรถไฟฟ้าค่อนข้างทั่วถึง อยากไปเที่ยวที่ไหนก็นั่งรถไฟฟ้าได้เลย แต่พอออกจากสถานีอาจจะต้องเดินอีกสักหน่อยกว่าจะถึงสถานที่เที่ยว

Nanjing Lantern Festival 9

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

วันที่เรานั่งเครื่องจากไทยไปลงหนานจิงไปเป็นวันที่ 19 กุมภาพันธ์พอดี ตอนเครื่องกำลังแลนดิ้งลงเป็นช่วงที่ฟ้ามืดแล้ว มองลงมาเห็นหลายที่ในเมืองจุดพลุกันด้วย สวยงามมาก ๆ เลย แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ไปเที่ยวงานในวันนั้น เพราะกว่าจะไปถึงที่พักก็มืดแล้ว เลยได้ไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟในคืนถัดมาแทน บรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหนานจิงในช่วงเทศกาลโคมไฟนี้สวยงามเหมือนกับตัวเองได้หลุดเข้ามาในโลกนิยายจีนเลยล่ะ

สัญญาณโทรศัพท์

เนื่องจากเดี๋ยวนี้ถ้าต้องการจะเล่นเน็ตพวกเฟสบุ๊ค เข้ากูเกิ้ลที่เมืองจีน เปิดโรมมิ่งไปเลยจะสะดวกที่สุด ราคาก็แสนถูก 299 บาทต่อ 8 วัน ใช้แล้วเหลือ ๆ ตลอด ส่วนใหญ่เราใช้ของ SIM2Fly เพราะมีซิมอยู่แล้ว ทริปปักกิ่งไม่กี่เดือนก่อนก็มีสัญญาณหายไปแป๊บนึง มาหนานจิงรอบนี้ช่วงจะเปลี่ยนเมืองจากหนานจิงไปอู๋ซี สัญญาณหายไปหลายชั่วโมงเลย เปิดปิดเครื่องก็แล้วอยู่หลายรอบ ยังดีที่ทำการบ้านมาดี ข้อมูลหลายอย่างดูในหัวเลยไม่เดือนร้อนเท่าไร

Nanjing Lantern Festival 11

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

อาหารประจำเทศกาลโคมไฟ

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเมื่อมาเที่ยวเทศกาลโคมไฟก็คือ การกินทังหยวน (汤圆) บัวลอยไส้ต่าง ๆ ซึ่งมีความหมายถึงการได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของทั้งครอบครัว บัวลอยที่เมืองจีนมีหลายไส้นะคะ แตกต่างจากเมืองไทย มีทั้งคาวหวาน อย่างรอบนี้ GoNeverStop ได้ลองชิมบัวลอยไส้หมูด้วย อร่อยดีเหมือนกัน ตัวแป้งข้างนอกเหนียวหนุบหนับมาก แต่อย่าไปคาดหวังกับน้ำซุป เป็นต้มเปล่าต้มเฉย ๆ ค่ะ

tangyuan

ทังหยวน หรือบัวลอย

สำหรับใครที่พลาดเทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิงในปีนี้ไป ปีหน้าวางแผนดี ดี แล้วแพ็กกระเป๋าไปกันนะคะ

Nanjing Lantern Festival 20

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

Nanjing Lantern Festival 12

เทศกาลโคมไฟเมืองหนานจิง

ติดตามเรื่องราวแบกเป้เที่ยวเมืองจีนคนเดียวของเราได้ใน 

https://goneverstopblog.wordpress.com/

หรือ

แฟนเพจ https://www.facebook.com/GoNeverStopWithMe/

 

หลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะ

“หลีเป๊ะ เกาะสวรรค์ที่ใคร ๆ ก็ว่าเหมือนมัลดีฟส์เมืองไทย”

เราได้มีโอกาสไปเที่ยวถึงมัลดีฟส์มาแล้วในทริป “คนเดียวไม่ง้อใครไปมัลดีฟส์ :::Maldives beyond my expectations:::” แต่เกาะหลีเป๊ะอยู่ในเมืองไทยใกล้ ๆ แค่นี้เอง ยังไม่เคยไปเลย ว่าแล้ว…ยังไงก็ต้องหาโอกาสไปให้ได้สินะ…เช่นเคย ไม่มีใครไปด้วยเหมือนเดิม เลยต้องไปคนเดียวอีกแล้วจ้าาาาา

เตรียมตัวไปหลีเป๊ะ

♠   กำหนดวันเดินทาง

  • เลือกฤดูที่เหมาะสม การเที่ยวเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง ก็จะมีฤดูที่เหมาะสมของมัน ฤดูกาลท่องเที่ยวหลีเป๊ะที่เหมาะสมก็คือ ระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ไปเที่ยวตั้งไกลทั้งทีก็ขอดูแบบน้ำใส ๆ สวย ๆ ไม่มีคลื่นลมมรสุมหน่อยเน๊อะ เราเลือกไปเดือนมกราคม
Lipe Travel 4

บรรยากาศบนเกาะตะรุเตา

Lipe Travel 11

เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

  • กำหนดจำนวนวัน ส่วนใหญ่คนจะนิยมไปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน แต่เราว่ามันน้อยไปหน่อยนะ เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไป 2 วันแล้ว เราเลยไปหลีเป๊ะครั้งแรกนี้ 4 วัน 3 คืน
Lipe Travel 6

หาดทรายขาวละเอียดที่เกาะไข่

♠   ซื้อตั๋วเครื่องบิน

เราเลือกที่จะบินจากกรุงเทพไปลงหาดใหญ่ เนื่องจากว่ามีรถไปต่อเรือเพื่อไปเกาะหลีเป๊ะอย่างสะดวกสบาย ส่วนจะเป็นสายการบินไหนนั้น เลือกเอาตามโปรโมชั่น ตามความชอบเลยจ้ะ มีเยอะมาก ออ…และเราก็เลือกรอบไฟลท์เช้าสุดด้วยเพื่อที่จะได้ไปทันเรือรอบแรก ๆ เพื่อแวะเที่ยวเกาะตะรุเตาและเกาะไข่ ผลคือ คืนก่อนเดินทาง ตื่นมาดูนาฬิกาทุกชั่วโมงเลย นอนไม่หลับ กลัวตกเครื่อง…เที่ยวคนเดียวก็แบบนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่มีคนมาช่วยปลุก

♠   จองรถและเรือ

เพื่อความสะดวกสบายเราเลือกที่จะจองรถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบารา และเรือไปเกาะหลีเป๊ะล่วงหน้า ดูไว้หลายเจ้า สุดท้ายเลือก Easy Lipe เห็นในเว็บมีแผนภาพช่วยการวางแผนดูอ่านง่ายดี แต่ว่าเวลาโทรไปถามสงสัยเรื่องราคาเรือที่ต่างกัน กับการเลือกทัวร์ดำน้ำแต่ละจุด เจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้อ่ะว่าต่างกันยังไง สรุปลงท้ายแค่ว่าแล้วแต่ลูกค้า

Lipe Travel 1

ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล

♠   จองทัวร์ดำน้ำ 2 วัน

ตอนแรกทัวร์ดำน้ำเราก็จะจองกับ Easy Lipe แต่ว่าเต็มแล้ว เลยจองทัวร์ดำน้ำกับที่พักแทนเป็นทัวร์ดำน้ำรอบนอก 1 วัน กับดำน้ำรอบใน 1 วัน

Lipe Travel 21

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

♠   จองที่พัก

เนื่องจากว่าไปเที่ยวคนเดียว จองที่พักหรู ๆ ไฮโซ บวกกับออกไปดำน้ำทั้งวันทุกวันก็ดูจะไม่คุ้มอ่ะ บางที่ถึงแม้เป็นรีสอร์ทนอนห้องส่วนตัวก็จริง แต่ดูจากรูปแล้วเราก็ว่าไม่โอเค สุดท้ายตกลงปลงใจเลือกพักที่ The Chic Lipe เป็นทีพักแบบโฮสเทล มีให้เลือกทั้งแบบห้องนอนรวม และแบบห้องส่วนตัว เห็นบรรยากาศในรูปดูใหม่ สะอาดสะอ้านดี พร้อมคะแนนรีวิวไปในทางด้านบวกสูงมาก ดูรีวิวที่พักเพิ่มเติมได้ใน ไปคนเดียวพักเดอะชิค หลีเป๊ะ คลิ๊กเลยจ้า

The Chic Lipe.jpg

ที่พัก The Chic Lipe

The Chic Lipe 11

ที่พัก The Chic Lipe

ออกเดินทางไปหลีเป๊ะ

เราออกเดินทางขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองมาต่อรถตู้แบบ 9 ที่นั่ง (300 บาท) รอบ 8.20 น. ที่หาดใหญ่ แต่เครื่องบินติดขบวนคนใหญ่คนโตลงจอดไม่ได้ บินวนเล่นอยู่ด้านบนเกือบชั่วโมง ดีนะที่รถตู้ยังรอเราอยู่ ได้นั่งเครื่องบินเล่นจนคุ้มค่าเครื่องเลยล่ะ เนื่องจากเราออกจากหาดใหญ่สายกว่าจะไปถึงท่าเรือเลยใกล้เวลารอบเรือที่เราจะออกแล้ว ทำให้เราอดกินข้าวกลางวัน ได้แต่ซื้อขนมไปนั่งกินระหว่างรอ

Lipe Travel 45

รถตู้วีไอพี 9 ที่นั่งไปท่าเรือปากบารา

สำหรับเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะหลีเป๊ะ เราเลือกตั๋วเรือราคา 500 บาท รอบ 11.30 น. ซึ่งรอบนี้จะได้แวะเกาะไข่ และเกาะตะรุเตาด้วย คำแนะนำสำหรับการนั่งเรือนะคะ ให้พยายามไปรับตั๋วคิวเป็นลำดับแรก ๆ เพราะจะได้ขึ้นเรือก่อน มีโอกาสเลือกที่นั่งก่อน แล้วให้เลือกนั่งแถวที่นั่งตรงกลางไว้เพราะเราว่านั่งสบายกว่าแถวที่อยู่รอบตัวเรือมาก ขาไปเกาะหลีเป๊ะได้นั่งแถวรอบเรือ นั่งไม่สบายเลย คนก็อัดแน่นมากจนทรมาน ส่วนขากลับได้ลงเรือก่อนเลือกนั่งตรงกลาง

Lipe Travel 2

ท่าเรือปากบารา

ระหว่างทางแวะเที่ยวเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ก็แค่ลงไปเดิน ๆ ถ่ายรูป ไม่มีอะไรมาก

Lipe Travel 3

เกาะตะรุเตา

Lipe Travel 5

เกาะไข่

สุดท้ายถึงเกาะหลีเป๊ะ ลงมาแบบงง ๆ จะไปไหนต่อว้า เปิดดูในกูเกิ้ลแมพก็งงอยู่ว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี ไหนตอนคุยในเฟสบุ๊กบอกว่าจะมีคนมารับไง เลยโทรไปหาที่พักดีกว่า สักพักใหญ่ก็มีเจ้าหน้าที่มาพาไปขึ้นรถเครื่องพ่วงข้างพาไปที่พัก

เช็คอินเข้าห้องพักได้เตียงล่างด้วย เย้! นอนกลิ้งไปกลิ้งมาสักแป๊ะค่อยออกไปสำรวจหลีเป๊ะกัน

Lipe Travel 7

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 8

บรรยากาศถนนคนเดิน เกาะหลีเป๊ะ

ทัวร์ดำน้ำหลีเป๊ะ

เราจองทัวร์ดำน้ำกับทาง The Chic Lipe โดยไปจองและจ่ายเงินวันที่เข้าเช็คอินเลย เลือกเป็นดำน้ำรอบนอก 1 วัน และรอบใน 1 วัน

วันแรก ดำน้ำรอบใน มีทัวร์จาก Lipe Travel Center มารับอีกที พนักงานจะมีรถมารับตอน 9 โมงเช้า พอถึงท่าเรือเราก็ไปจอยกับนักท่องเที่ยวคนอื่น เราไม่ได้ถ่ายรูปใต้น้ำมาเลย ดำน้ำอย่างเดียว

Lipe Travel 10

ออกทริปดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ

จุดแวะเที่ยววันนี้ก็จะเป็นเกาะหินงาม หินดำมน กลมเกลี้ยง นวดเท้าสบายมาก เกาะยาง เกาะราวี หาดทรายขาว ร่องน้ำจาบัง

Lipe Travel 12

เกาะหินงาม

Lipe Travel 14

เกาะหินงาม

Lipe Travel 13

เกาะหินงาม

ซึ่งจุดที่สวยที่สุด เราคิดว่าเป็นตรงร่องน้ำจาบังนี่ล่ะ เพราะมีปะการังสีสวยมากมาย พืชและปลาใต้ทะเลมีการเคลื่อนไหวแรงทั้งต้านกระแสน้ำ และลู่ไปตามกระแสน้ำอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก ถ้าว่ายน้ำไม่แข็งให้จับเชือกไว้ดี ๆ เลย  พยายามหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวช่วงเทศกาลหรือคนเยอะ เพราะตรงร่องน้ำจาบัง เป็นจุดเล็ก ๆ แค่หย่อมเดียว พอคนลงเยอะ ก็ต้องรีบไต่ตามเชือก รีบดู ขาคนก็มั่วเต็มไปหมด บางคนก็ไต่เชือกผิดพากันวุ่นวายไปหมด

วันที่สอง ดำน้ำรอบนอก วันนี้คลื่นค่อนข้างแรง แดดแรงมาก แต่ลงน้ำกลับหนาวมากเช่นกัน ช่วงที่นั่งบนเรือถึงไม่ลงน้ำ คลื่นก็แรงซัดตัวจนเปียกตลอดทาง วันนี้มีบางจุดที่เราแวะไม่ได้คนขับเรือก็ชดเชยให้เป็นจุดดำน้ำรอบในแทน เราแวะรับคนที่เกาะอาดังเป็นอันดับแรก แล้วก็ไปเกาะหินซ้อน เกาะผึ้ง

Lipe Travel 20

เกาะหินซ้อน

Lipe Travel 22

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

แวะกินข้าวที่อ่าวลิงซึ่งมีลิงเยอะมาก หลายตัวพยายามเข้ามาแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่ควรที่จะให้อาหารแก่ลิงนะคะ ไกด์บางคนก็บอกลูกทัวร์ตัวเอง บางคนก็ไม่บอก เราว่าไม่ควรให้อาหารลิงนะคะ สงสารลิงอ่ะ บางตัวเก็บเศษขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้พยายามจะกิน ไม่รู้เผลอกลืนเข้าไปกันบ้างหรือเปล่า มีขยะบนเกาะนี้เยอะพอสมควรเลย เนื่องจากเป็นจุดแวะพักกินข้าวของทัวร์เกือบทุกลำ

Lipe Travel 24

อ่าวลิง

Lipe Travel 25

อ่าวลิง

Lipe Travel 23

อ่าวลิง

กินข้าวเสร็จปุ๊บก็ไปดำน้ำกันต่อเลยไม่มีปล่อยเวลาให้ย่อย ไปเกาะรอกลอย แล้วก็แวะดำน้ำจุดเดิมบางจุดที่เราได้แวะเมื่อวานอีกครั้ง

Lipe Travel 47

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

Lipe Travel 46

น้ำทะเลสีสวยของฝั่งอันดามัน

กิจกรรมอื่น ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ

ดูพระอาทิตย์ขึ้น / ดูพระอาทิตย์ตก อันนี้เป็นกิจกรรมที่เราเฉย ๆ นะ ถ้าไม่ได้ติดว่าจะกลับมาเขียนรีวิวคงนอนอืดอยู่ห้องไม่ออกมาแน่ ๆ เพราะเตียงนอนสบายมาก อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปหาดซันไรซ์ (Sunrise Beach) ซึ่งชายหาดสวยกว่าหาดซันเซ็ท (Sunset Beach) พอพระอาทิตย์ขึ้นปุ๊บ คราวนี้แสบตาหน้ามืดกันเลยทีเดียว ให้พกแว่นกันแดดไปด้วยก็ดี ส่วนหาดซันเซ็ทดูจะหาดเล็กและแคบกว่า เช็คเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและลงก่อนไปกันด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไปเก้อ

Lipe Travel 30

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 32

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 33

หาดซันไรซ์

Lipe Travel 17

หาดซันเซ็ท

เดินชมสตรีทอาร์ต เมื่อเราเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะพบกับภาพวาดสตรีทอาร์ตที่แสดงถึงวิถีชุมชนของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ คนชอบถ่ายภาพควรไปชม

Lipe Travel 44

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

 

Lipe Travel 36

สตรีทอาร์ตที่เกาะหลีเป๊ะ

นั่งจิบชิลล์ฟังดนตรี บนเกาะหลีเป๊ะจะมีร้านประเภทกินดื่ม ฟังดนตรีอยู่หลายร้านมาก แต่จะร้านก็มีความเก๋ต่างกัน บรรยากาศดีมาก ไม่ดูอล่างฉ่างเหมือนไปภูเก็ต พัทยา เลือกร้านนั่งกันตามชอบเลยนะจ๊ะ

Lipe Travel 49

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 48

บรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนที่หลีเป๊ะ

Lipe Travel 41

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

Lipe Travel 42

ร้านกินดื่มยามเช้าที่เกาะหลีเป๊ะเงียบสงบ

พายคายัก อันนี้พายไปเฉย ๆ ตากแดด ตากลม ก็ไม่ใช่สไตล์เราเลย ชอบแบบไปพายลัดเลาะผจญภัยตามเกาะแก่งมากกว่า อีกอย่างครั้นจะให้พายออกไปเล่นคนเดียวเดี๋ยวหมดแรงพายกลับจะไม่ได้กลับมารีวิวนะเออ

อาบแดด เห็นฝรั่งชอบนอนอาบแดดกัน…อยากจะถามว่ามันรู้สึกดีตรงไหนนี่ ฮืออออออออ…ร้อนแทน

โยคะ เห็นมีป้ายแปะไว้หลายที่เลย แต่ไม่ได้ลองใช้บริการ

Lipe Travel 16

สถานที่ปฏิบัติธรรมบนเกาะหลีเป๊ะ

นั่งรถเครื่องพ่วงข้าง นอกจากสภาพรถที่ดูขับยากแล้ว พื้นถนนบางจุดก็ดูแล้วมันไม่น่าจะขับผ่านไปได้เลยเน๊อะ คนขับก็ยังขับพาเราไปได้ ให้บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนดี

Lipe Travel 51

รถเครื่องพ่วงข้างเกาะหลีเป๊ะ

ถักผมเปียหลากสี อยากได้ผมเปียสีสวย ๆ ที่หลีเป๊ะ มีหลายร้านให้เลือก

Lipe Travel 26

ถักผมเปียหลากสีบนเกาะหลีเป๊ะ

นวดผ่อนคลาย หลังจากเมื่อยล้ากับการท่องเที่ยวระหว่างวันกันแล้ว สามารถแวะเวียนกันมานวดกันได้ตามร้านนวดต่าง ๆ มีทั้งแบบห้องแอร์ และแบบเปิดโล่งรับลมริมหาด

ช้อปปิ้ง สินค้าเด่น ๆ ก็มี เสื้อหลีเป๊ะ เสื้อแบบเก๋ ๆ สไตล์บางเบา เปิดนู่น เว้านี่ เหมาะกับการรับลมทะเล เครื่องประดับต่าง ๆ มีให้เลือกกันจนลายตา

Lipe Travel 27

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 28

ช้อปปิ้งบนเกาะหลีเป๊ะ

กินอาหารนานาชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเที่ยวกันเยอะ ๆ มักจะมีอาหารอร่อยจากหลายชาติ ถ้าได้มาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ นอกจากกินอาหารทะเลแล้ว ลองไปกินอาหารนานาชาติบ้างก็ดี สนใจเรื่องของกินบนเกาะหลีเป๊ะเอาไว้ติดตามได้ที่รีวิวหน้าเลย

Lipe Travel 18

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 15

ร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะ

ถ้าเทียบหลีเป๊ะกับมัลดีฟส์ที่เราเคยรู้จัก เราว่าบรรยากาศใต้น้ำที่มัลดีฟส์ค่อนข้างสวยกว่า และดูสงบกว่าด้วย แต่ชายหาดที่หลีเป๊ะ ทรายสวย ขาวละเอียด นุ่มเท้ากว่ามาก และขยะน้อยกว่า (อยากให้เป็นแบบนี้ไปนาน ๆ นะคะ) สุดท้ายนี้ก็ขอจบทริปหลีเป๊ะไปคนเดียวก็เป๊ะไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ

Lipe Travel 31

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

Lipe Travel 29

บรรยากาศยามเช้าบนเกาะหลีเป๊ะ

ติดตามทริปท่องเที่ยวแบกเป้ไปคนเดียวกันอีกในครั้งต่อไปได้ที่เพจ GoNeverStop

This is my solo trip 4 days 3 nights at Lipe island, Thailand.

我一个人自己去丽贝岛 (泰国)旅行呆着四日三晚。这是我的评论.

 

ขับรถเที่ยวปัตตานี 4 วัน 3 คืน

พอเราชวนเพื่อนไปปัตตานี (Pattani, 北大年府) ทุกคนก็มักจะมีคำถามว่า…

ไปทำไมไม่กลัวระเบิดหรอ❓

แล้วคำถามต่อมาก็คือ…
ไปเที่ยวปัตตานีตั้ง 4 วัน 3 คืน  เที่ยวแต่ในจังหวัดปัตตานี มีที่ให้เที่ยวเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ❓

GoNeverStop รับรองได้ว่าเวลา 4 วัน 3 คืน ไม่พอแน่นอนสำหรับการเที่ยวปัตตานี ลองไปดูกันว่าเราไปที่ไหนกันมาบ้าง รับรองได้ว่าแม้เพื่อน ๆ ยังไม่เคยไปปัตตานี แต่แค่ได้ยินชื่อที่เที่ยวบางที่ก็จะรู้สึกว่าเอ๊ะ…เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน…ก็ได้ยินจากในข่าวนั่นไง 😂

รีวิวนี้จะมีพูดทั้งข้อดี และข้อเสียของแต่ละที่เพื่อเป็นข้อมูลให้ครบรอบด้านนะคะ ถ้าไม่ถูกใจท่านผู้อ่านท่านใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

เพื่อเป็นการประหยัดเวลาเรานั่งเครื่อง ✈️ ไปลงหาดใหญ่แล้วเช่ารถขับต่อไปยังปัตตานีกันค่ะ ทริปนี้เราเดินทางกัน 3 คน โดยเป็นสมาชิกแก๊งค์เดิมตั้งแต่ไปตะลุยจังหวัดนราธิวาสกันมาเมื่อปีก่อนนู้น

อ่านรีวิวเที่ยวนราธิวาสเพิ่มเติมได้ใน

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 1: สุดปลายด้ามขวานที่สุไหงโกลก –  https://th.readme.me/p/11476

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 2: ทดสอบความฟิตล่องแก่งภูเขาทอง – https://th.readme.me/p/11501

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 3: เที่ยวไปในบางนรา – https://th.readme.me/p/11512

 

🚘เส้นทางขับรถเที่ยวปัตตานี🚘

  • ขาไป: หาดใหญ่-ทรายขาว (ปัตตานี) – ใช้เส้นทางถนนหมายเลข 42 ไปทางคลองแงะ อำเภอสะเดาจนถึงบ้านทรายขาว เส้นทางนี้ข้างทางเป็นป่าเขาเขียวขจี ช่วงที่ไปฝนตกด้วย ชุ่มฉ่ำสวยมาก ระหว่างทางมีร้านทุเรียนมาตั้งหลอกล่อเราเป็นระยะ แต่ช่วยกันดึงสติให้ดี เพราะถ้าไปถึงทรายขาวแล้วจะได้กินทุเรียนจนจุกแน่นต้องร้องขอชีวิตเลยล่ะ
Pattani_1.jpg

ถนนหมายเลข 42 มุ่งสู่จังหวัดปัตตานี

  • ขากลับ: สายบุรี (ปัตตานี)-หาดใหญ่ – ใช้เส้นทางถนนหมายเลข 43 เส้นทางนี้จะเรียบทะเล ได้อีกบรรยากาศนึง ถ้าคนที่อยากทำเวลาเส้นทางถนนหมายเลย 43 นี้จะใช้เวลาน้อยกว่าหมายเลข 42 นะคะ
  • เส้นทางอื่น ๆ ระหว่างท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานีก็ขับง่ายค่ะ รถไม่เยอะ แต่ว่าอย่าขับเร็วมากนะคะ เพราะว่าจะมีด่านซิกแซกอยู่เป็นระยะ
Pattani_2.JPG

ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี

pattani_3

ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี

😰เส้นทางที่พวกเรากังวัลที่สุดตลอดการขับรถเที่ยวทริปนี้ก็คือ เส้นทางช่วงขับจากในเมืองปัตตานีไปยังสายบุรี เนื่องจากว่าพวกเรามัวแต่ไปเพลินกับการย่างหอยที่งมมาได้ เลยออกจากในเมืองช้าไปหน่อย เย็นมากแล้ว กว่าจะขับถึงสายบุรีก็ 2 ทุ่มกว่า บนถนนหมายเลข 42 มีรถขับกันเยอะอยู่เป็นปกติไม่น่ากลัว แต่พอช่วงที่จะเลี้ยวเข้าไปในสายบุรีนี่สิ มีอยู่ช่วงที่ทางเงียบและมืดมาก ด้วยความไม่คุ้นเส้นทางก็เครียดกันไปสักพัก แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรนะคะ

🛌ที่พัก🛌

ทริปนี้เราเปลี่ยนที่นอนกันทั้ง 3 คืน นอนกันหลายแบบเลยค่ะ

  • โฮมสเตย์บ้านทรายขาว: พวกเราพักที่บ้านป้าแช่ม ให้อารมณ์เสมือนหนึ่งไปนอนค้างบ้านญาติ มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะขนาดเค้าจะออกไปนอกบ้านยังไม่ยอมล็อกประตูบ้านกัน (อย่าว่าแต่ล็อกเลย ไม่ปิดเสียด้วยซ้ำ)
บ้านทรายขาว_1

โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว_2

โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

  • River Living Place: โรงแรมสวยทันสมัย สะอาด ห้องกว้าง มีที่จอดรถ ตั้งอยู่ริมโค้งแม่น้ำปัตตานีพอดี ช่วงเย็นแดดทอแสงมากระทบน้ำสวยมาก
river living place_2

River Living Place

river living place_1

River Living Place

  • สายบุรี รีสอร์ท: รีสอร์ทเล็ก ๆ พี่เจ้าของใจดี บริการดี เสียอยู่อย่างเราไม่ชอบไฟสลัว ๆ ในห้องเลย อารมณ์เหมือนโรงแรมภัคสินาโฮมที่เราพักที่นราธิวาสเมื่อปีก่อน 
สายบุรีรีสอร์ท

สายบุรี รีสอร์ท

🍽️อาหารการกิน🍽️

เป้าหมายของทริปนี้คือการไปกินทุเรียนใต้ ดูสิว่าทุเรียนใต้กับทุเรียนภาคกลาง ภาคตะวันออกนี้จะรสชาติต่างกันไหม แล้วก็ได้กินทุเรียนสมใจ เรียกได้ว่าเป็นการกินทุเรียนที่มากที่สุดในชีวิตของพวกเราแล้วก็ว่าได้ นอกจากนี้ผลไม้อื่น ๆ ก็สดมาก สดที่สุดเท่าที่เคยกินมา และอร่อยไม่แพ้กันเลย

narathiwat_1

บุกสวนทุเรียนปัตตานี

พวกเรายังได้โบนัสจากการได้ลองลิ้มชิมรสอาหารใต้ อาหารทะเลสด ๆ อาหารอิสลาม และอาหารหลายอย่างที่ก็เพิ่งเคยกินที่ปัตตานีเป็นที่แรก…เอาไว้ติดตามเรื่องอาหารการกินของทริปนี้ในอีกรีวิวนะคะ

📌สถานีรถไฟปัตตานี (โคกโพธิ์)📌

สถานีรถไฟทรงไทยผสมมลายู มีเครื่องสแกนก่อนเข้าสถานีเพื่อความปลอดภัยด้วย แต่…เดินเข้าทางด้านข้างก็ได้จ้า ไม่ต้องสแกน (แล้วมีเครื่องสแกนไว้เพื่อ…?) เป็นสถานีรถไฟที่มีทหารยืนถือปืนคุ้มครองความปลอดภัยอยู่ด้วยนะ บรรยากาศดูย้อนยุคเช่นเดียวกับสถานีรถไฟไทยสถานีอื่น ช่วงฤดูผลไม้่ ด้านหน้าทางเข้าสถานีรถไฟมีร้านขายเงาะ ทุเรียน ทุเรียนกวน ราคาถูกมากกกกกกกกกกกก

สถานีรถไฟปัตตานี_1

สถานีรถไฟปัตตานี

สถานีรถไฟปัตตานี_3

สถานีรถไฟปัตตานี

สถานีรถไฟปัตตานี_2

สถานีรถไฟปัตตานี

📌วัดช้างให้📌

ถ้าคุณเป็นสายบุญควรจะต้องมากราบไหว้หลวงปู่ทวดที่วัดช้างให้สักครั้ง บรรยากาศในวัดจะมีผู้คนมากราบไหว้หลวงปู่ทวด และแก้บนกันมากมาย ร้านเช่าบูชาหลวงปู่ทวดก็มีหลายร้านเช่นเดียวกันกับแผงขายลอตเตอรี่

วัดช้างไห้_2

วัดช้างให้

วัดช้างไห้_1

วัดช้างให้

📌โฮมสเตย์บ้านทรายขาว📌

มาถึงบ้านทรายขาวทั้งที ถ้าไม่ได้แวะพักที่นี่คงจะต้องเที่ยวไม่ทั่วแน่ ๆ ผู้คนที่นี่ต้อนรับขับสู้เราดีมาก มีกิจกรรมนู่นนี่นั่นให้ทำตลอด แขกผู้มาเยือนสามารถเลือกได้ว่าจะพักบ้านไทยพุทธหรือไทยมุสลิม เพราะที่นี่เป็นชุมชนที่รวมทั้งสองศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน

บ้านทรายขาว_4

โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

พวกเรานอนหลับสบาย แม้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะว่าอากาศที่นี่เย็น และบริสุทธิ์มาก อาหารการกินก็อร่อยถูกปาก กินจนไม่กลัวอ้วนกันเลย จากหน้าต่างบ้านมองออกไปจะเห็นพระมหามุนินทโลกนาถประดิษฐานอยู่บนเขา

บ้านทรายขาว_3

โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

📌งานวัดห้วยเงาะ📌

พวกเรามาเที่ยวตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาซึ่งมีงานวัดพอดี คนพื้นที่ก็เลยชวนพวกเราไปเที่ยวงานวัดตอนกลางคืนกัน

วัดห้วยเงาะ_1

งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

อันนี้เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้คาดคิดกันมาก่อน พวกเราเคยคิดมาตลอดว่าเที่ยวตอนกลางคืนในสามจังหวัดชายแดนนี่ไม่ปลอดภัย แต่งานวัดที่นี่กว่าจะเริ่มการแสดงก็สามทุ่มได้ เลิกงานหลังเที่ยงคืนนู่น คึกคักมาก

วัดห้วยเงาะ_4

งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

ระยะทางจากบ้านทรายขาวไปวัดห้วยเงาะไปก็ไม่ใช่ว่าจะใกล้นะคะน่าจะสิบโลได้ ภายในงานมีจับฉลาก เล่นสะบ้า ขายของกิน สวนสนุกย่อม ๆ การแสดงของคนในพื้นที่ การแสดงโนราห์ เวียนเทียน บรรยากาศคลาสสิคดีค่ะ ไม่ได้เที่ยวงานวัดแบบนี้มานานแล้ว

วัดห้วยเงาะ_2

งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

วัดห้วยเงาะ_3

งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

📌จุดชมวิวเขารังเกียบ📌

เริ่มต้นการท่องเที่ยวในปัตตานีวันที่ 2 โดยการเหมารถจี๊ปโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปเที่ยวเจาะลึกในทรายขาวกันค่ะ

จุดชมวิวเขารังเกียบ_2

ทางขึ้นจุดชมวิวเขารังเกียบ

จุดแรกเราจะขึ้นไปบนจุดชมวิวเขารังเกียบ มองลงมาเห็นหมู่บ้าน สายหมอก และป่าเขาเขียวขจี สบายตามาก นี่สินะที่เรียกว่า ”ธรรมชาติบำบัด”

จุดชมวิวเขารังเกียบ_1

บนจุดชมวิวเขารังเกียบ

จุดชมวิวเขารังเกียบ_6

บนจุดชมวิวเขารังเกียบ

บนจุดชมวิวนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระมหามุนินทโลกนาถประดิษฐานศูนย์รวมจิตใจชาวไทยพุทธในบริเวณนี้

จุดชมวิวเขารังเกียบ_4

พระมหามุนินทโลกนาถ

จุดชมวิวเขารังเกียบ_5

จุดชมวิวเขารังเกียบ

ระหว่างทางขึ้นลงเขาเราจะพบกับผาพญางู และบรรยากาศความอุดมสมบูรณ์ของป่าแถวนี้ ซึ่งคุณลุงคนขับรถเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนแถวนี้จะมีหมีขอเยอะมาก แต่ปัจจุบันไม่เห็นแล้ว

จุดชมวิวเขารังเกียบ_3

ผาพญางู

📌น้ำตกทรายขาว📌

พอดีมีเวลานิดหน่อยก่อนอาหารเช้า คุณลุงเลยพามาแวะจอดที่น้ำตกทรายขาวให้เดินเล่นกัน เราเลยถามว่าเดินเข้าไปไกลไหมกว่าจะถึงน้ำตก คุณลุงบอกว่าไม่ไกลแค่ประมาณ 1 กิโลเอง แต่พวกเราลองเดินกันแล้วถึงจุดที่เกือบถึงน้ำตกแต่ยังไม่ถึงดี กลับก่อน เพราะกลัวว่าป้าแช่มจะรอเราที่ร้านอาหารนานเกินไป

น้ำตกทรายขาว_3

น้ำตกทรายขาว

เราอยากแนะนำว่า เส้นทางเดินไปน้ำตก ไม่เหมาะแก่การเดินนะคะ เพราะว่าเป็นทางเดินแคบ ๆ เลียบทางไหลของน้ำตก มีตะไคร่เกาะ บางช่วงไม่มีทางด้วยซ้ำ ต้องปีน ๆ ไต่ ๆ ไป ถ้าตกลงไปหัวฟาดอันตรายแน่ ๆ ของแถมตอนกลับคือ เราเพิ่งมาพบว่าเท้าตัวเองเลือดออกเยอะมาก และเลือดไม่ยอมหยุดไหลด้วย ซึ่งสันนิษฐานกันว่าน่าจะโดนทากดูดเลือดมาค่ะ

น้ำตกทรายขาว_1

น้ำตกทรายขาว

น้ำตกทรายขาว_2

น้ำตกทรายขาว

ออ…เกือบลืมเล่าความพิเศษของน้ำตกที่นี่นั่นก็คือ เมื่อเราเข้ามาในบริเวณน้ำตกจะได้กลิ่นหอมของทุเรียน เพราะว่าแถวนี้มีต้นทุเรียนเพียบ ระวัง! ทุเรียนตกใส่หัวนะคะ

📌มัสยิดนัจมุดิน📌

มัสยิดนัจมุดินหรือมัสยิดบาโงยลางาสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ 300 กว่าปีก่อนนู้น ตัวอาคารสร้างด้วยวิธีแบบเก่าแก่ และเป็นที่เก็บรักษาของวัตถุโบราณหลายอย่าง เช่น กลองโบราณใช้ตีบอกเวลาละหมาด บ่อน้ำโบราณ คัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกเขียนด้วยลายมือ ฯลฯ ออกมาด้านหน้ามัสยิดจะมีร้านอาหารอิสลามรสเด็ดรอเราอยู่

มัสยิดนัจมุดิน_2

มัสยิดนัจมุดิน

มัสยิดนัจมุดิน_1

มัสยิดนัจมุดิน

มัสยิดนัจมุดิน_3

มัสยิดนัจมุดิน

📌ทุเรียนในสวนและสารพัดผลไม้📌

ถ้ามาเที่่ยวช่วงเดือนกรกฏาคมถึงสิงหาคมสิ่งที่ต้องไปให้ได้คือเข้าสวนผลไม้ ขึ้นเขาเก็บทุเรียน ซึ่งที่บ้านทรายขาวปลูกกันแบบธรรมชาติ อย่างทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านนี่ก็ใช้ปุ๋ยที่หมักกันเองใส่ถังแล้วเปิดถังให้ปุ๋ยไหลลงมาตามเขา เวลาขึ้นเขาเก็บทุเรียนก็ระวังทุเรียนหล่นใส่หัวกันด้วย เพราะต้นทุเรียนสูงมาก แบบแหงนคอตั้งฉากยังแทบมองไม่เห็นยอดเลย บางทีก็หล่นลงมาใกล้ ๆ กับเราพอดี เดินเก็บทุเรียนบนพื้นกันเพลินเลย

ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านจะลูกเล็ก เนื้อออกสีเหลืองซีดถึงขาว แต่ว่ารสหวานขัดแย้งกับสีสันมาก ส่วนเนื้อสัมผัส บางลูกก็สุกกำลังดี บางลูกก็เละไป แล้วแต่ดวงนะคะ ว่าเราจะเก็บได้ลูกสุกระดับไหนมา

ทุเรียนทรายขาว_1

สวนทุเรียนบ้านทรายขาว

ทุเรียนทรายขาว_2

นั่งรถจี๊ปโบราณเข้าสวนทุเรียนบ้านทรายขาว

ทุเรียนทรายขาว_3

สวนทุเรียนบ้านทรายขาว

ส่วนทุเรียนพันธุ์เศรษฐกิจ อย่างเช่น หมอนทอง พวงมณี ก้านยาว เราก็ได้มีโอกาสไปนั่งกินทุเรียนที่บ้านคุณพี่เจ้าของสวน ซึ่งไปคัดเลือกทุเรียนมาให้เราชิมกันด้วยตัวเองเลยค่ะ รสชาติดีมาก

ทุเรียนทรายขาว_4

กินทุเรียนปัตตานี

นอกจากนี้ผลไม้อื่น เช่น มังคุด เงาะ มะไฟ ลองกอง ฯลฯ ก็เก็บตามทางที่ขับผ่าน สดอร่อยไม่แพ้กันเลย 

ผลไม้บ้านทรายขาว

มังคุดปัตตานี สด สด

📌ชมสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน📌

เราได้มีโอกาสไปชมสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านทรายขาวหลายอย่าง เช่น ทุเรียนกวน (กว่าจะกลับนี่ได้ทุเรียนกวนกลับมาหลายโลเลย เพราะซื้อจากหลายเจ้า) กล้วยเส้นปรุงรส ส้มแขกแช่อิ่ม เสียดายนะที่เวลาไม่พอไปดูผ้าทอจวนตานี

ทุเรียนกวน

ทุเรียนกวน บ้านทรายขาว

ส้มแขกแช่อิ่ม

ส้มแขกแช่อิ่ม บ้านทรายขาว

กล้วยทอดปรุงรส

กล้วยเส้นปรุงรส

📌ล่องเรือและจับหอยที่บางปู📌

หลังจากเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวที่ทรายขาว (อยากบอกว่าขนาดพักที่นี่คืนนึง ยังรู้สึกเที่ยวไม่ครบเลย) พวกเราก็ขับรถฝ่าสายฝนไปบางปู นั่งกินอาหารทะเลที่สั่งจองเอาไว้ และรอฝนหยุดเพื่อไปล่องเรือ แต่โชคร้าย ฝนไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย พวกเราเลยต้องย้ายแผนมาล่องเรืออีกวันนึง ซึ่งก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง บรรยากาศป่าชายเลนยะหริ่ง และอุโมงค์ต้นไม้ที่เห็นจากในรูปก่อนมาเขียวสวยกว่าที่คิดเสียอีก

ล่องเรือบางปู_3

ล่องเรือบางปู ปัตตานี

ล่องเรือบางปู_4

ล่องเรือบางปู ปัตตานี

ล่องเรือบางปู_5

ล่องเรือบางปู ปัตตานี

ได้ยินเสียงสัตว์ตัวน้อย ๆ ที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องบรรเลงดนตรีตามธรรมชาติ ได้งมหอยตัวใหญ่เกินมาตรฐานที่พวกเราเคยเห็นทั่วไปกลับมาทำอาหารเย็น ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่าคำว่า “ดีในดี”

ล่องเรือบางปู_2

งมหอยที่บางปู ปัตตานี

ล่องเรือบางปู_1

งมหอยที่บางปู ปัตตานี

📌ดูศิลปะของกรงนกหัวจุก📌

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่เลี้ยงนกกรงหัวจุก คุณคงไม่เคยสังเกตว่ากรงนกนั้นมีศิลปะซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะตัวกรงนก ผ้าคลุม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตะขอแขวนกรงสวย ๆ พวกเราได้รับความกรุณาจากคุณลุงในพื้นที่พาไปชมกรงนกส่วนตัวซึ่งมีจำนวนเยอะมากจนเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

กรงนกหัวจุก_3

กรงนกหัวจุก

กรงนกหัวจุก_2

ตะขอแขวนกรงนกหัวจุก

กรงนกหัวจุก_1

กรงนกหัวจุก

📌มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี📌

ถ้าพูดถึงมัสยิดที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รับรองได้ว่าต้องมีชื่อของมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีปรากฏอยู่แน่นอน บรรยากาศมัสยิดโดมหลังคาสีพาสเทลท่ามกลางต้นปาล์ม ทำให้พวกเรารู้สึกเหมือนกับหลุดไปอยู่อีกประเทศนึงเลย มาถึงปัตตานีทั้งทีห้ามพลาดการชมความงามของมัสยิดทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนะคะ

มัสยิดกลาง_3

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

มัสยิดกลาง_4

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

มัสยิดกลาง_2

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

📌ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว📌

ในจังหวัดปัตตานีมีความหลากหลายของศาสนาเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นในประเทศไทย มีวัด มีมัสยิด และยังมีศาลเจ้าแบบจีนด้วย เมื่อมีโอกาสมาที่นี่เราได้มาสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว บรรยากาศด้านในศาลเจ้าดูเก่าแก่ คลาสสิคมาก

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี

ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ถ้าอยากศึกษาความเป็นมาของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเพิ่มเติมเราก็สามารถเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่อยู่ข้าง ๆ กันได้ด้วย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี

พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

นอกจากนี้ถ้าได้ผ่านไปมัสยิดกรือเซะ สามารถแวะที่ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้ อยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ

ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอ

ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

📌Pattani Sky Walk📌

จุดท่องเที่ยวที่ทางจังหวัดปัตตานีสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด เป็นสะพานทางเดินลอยฟ้าสูงประมาณตึก 3 ชั้น ส่วนทางเดินจะทำเป็นตาข่ายเหล็กโปร่ง เอิ่ม…ซึ่งทำให้เราคิดว่าทางเดินลอยฟ้าที่นี่สูงก็จริง แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าที่เห็นทางเดินที่เป็นตาข่ายเป็นสนิม เหล็กก็ดูบาง ๆ ทำให้พวกเราไม่มั่นใจในความปลอดภัยเลย แต่เราเห็นเด็กตัวน้อยวิ่งสวนทางมา พวกเราเลยฮึดสู้เดินต่อไปจนสิ้นสุดทาง

pattani skywalk_6

Pattani Sky Walk

pattani skywalk_4

Pattani Sky Walk

ขากลับเดินกลับทางเดินชมป่าเล็ก ๆ ด้านล่างแทน แนะนำว่าไม่ควรมาตอนกลางวันที่มีแดดจ้า เพราะมันร้อนเหลือเกิน

pattani skywalk_1

Pattani Sky Walk

pattani skywalk_7

Pattani Sky Walk

📌วังพิพิธภักดี📌

วังพิพิธภักดีหรือเรียกอีกชื่อว่า วังสายบุรี เป็นอาคารไม้สองชั้นสีขาว เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างความเป็นตะวันตกและศิลปะแบบมลายู พวกเราขับรถวนอยู่ 2-3 รอบกว่าจะเจอ ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้หอนาฬิกาแค่นิดเดียวเอง วันที่พวกเราไปเค้าไม่ได้เปิดให้เข้าไปดูข้างใน คนแถวนั้นแนะนำให้เราเดินไปดูบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งปัจจุบันยังมีคนอาศัยอยู่ แต่มีความสวยงามร่วมยุคเดียวกันกับวังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดี_2

วังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดี_3

วังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดี_4

บริเวณใกล้กับวังพิพิธภักดี จุดสังเกตคือหอนาฬิกา

📌เที่ยวชายหาดปัตตานี📌

ถ้าดูจากแผนที่จังหวัดปัตตานีจะเห็นได้ว่าพื้นที่ทางด้านเหนือ และด้านตะวันออกของจังหวัดติดกับทะเล ดังนั้นจึงมีชายหาดให้ไปเที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดวาสุกรี หาดตะโละกาโปร์ หาดตะโละสะมิแล หาดปะนาเระ หาดแฆแฆ พวกเราทั้งสามคนเห็นตรงกันว่าหาดที่สวยและดูสะอาดที่สุดต้องมอบตำแหน่งนี้ให้ หาดแฆแฆ หาดอื่นเอามาเทียบไม่ได้เลย เพราะว่าหาดอื่นสกปรกเต็มไปด้วยขยะ

หาดแฆแฆ_4

หาดแฆแฆ

หาดแฆแฆ_3

หาดแฆแฆ

หาดแฆแฆมีทางเข้าก็ลึกลับ แต่พอคุ้มค่าในการไปเที่ยวชม เนื่องจากหาดแฆแฆมีทรายขาวละเอียด และก็มีหินก้อนใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนไปเที่ยวสิมิลัน ตอนที่พวกเราไปไม่เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย

หาดแฆแฆ_5

หาดแฆแฆ

ทะเลปัตตานี_1

หาดวาสุกรี

ระหว่างทางเส้นเลียบชายหาดจะมีสิ่งที่น่าสนใจซึ่งเรานับให้เป็นอันซีนระหว่างทาง ได้แก่ ดงกระบองเพชรที่ขึ้นเป็นทิวแถว เพิงข้างทางที่ทำอุตสาหกรรมปลารมควัน

ทะเลปัตตานี_2

ต้นกระบองเพชรข้างทางระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี

รมควันปลา.JPG

เพิงรมควันปลาระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี

📌สะพานไม้บานา📌

สะพานไม้ยื่นลงไปในน้ำธรรมดาไม่ได้มีอะไรมาก แต่ถ้าคนที่ถ่ายรูปสวย ๆ มา น่าจะถ่ายได้ออกมาสวยและชิคดี

สะพานไม้บานา_2

สะพานไม้บานา

สะพานไม้บานา_1

สะพานไม้บานา

📌แหลมตาชี📌

กรุณาดูแผนที่ประกอบตามนะคะ เป็นแหลมที่มีลักษณะเป็นจะงอยยื่นลงไปในทะเล ช่วงจะงอยที่ยื่นลงไปในทะเลจะมีรีสอร์ทหลายแห่ง ดูลักษณะเหมือนจะเป็นรีสอร์ทที่ดำเนินกิจการโดยชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ 

แหลมตาชี_1.jpg

แหลมตาชี

พอไปถึงช่วงเกือบปลายสุดแหลมเท่าที่ขับรถไปได้ ลงไปชมวิว กลับผิดหวังเนื่องจากเจอขยะกับขี้แพะผสมอยู่บนพื้นทรายเกือบทุกอณู จุดที่สวยที่สุดของการมาแหลมตาชีนี่น่าจะเป็นวิวต้นไม้ที่ดูแปลกตาระหว่างทางมากกว่า

แหลมตาชี_2

แหลมตาชี

แหลมตาชี_3

แหลมตาชี

📌มัสยิดกรือเซะ📌

จุดท่องเที่ยวที่แม้ว่าคนที่ไม่เคยมาปัตตานีก็ยังรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้ มัสยิดโบราณอายุ 300 กว่าปีที่ดูแล้วแปลกตากว่ามัสยิดอื่น ๆ เนื่องจากเป็นมัสยิดที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ถึงแม้ว่าที่นี่สร้างยังไม่เสร็จก็ยังถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนาเช่นเดียวกับมัสยิดอื่น ๆ นะคะ วันที่เราไปมีการจัดตลาดนัดงานศิลปะเก๋ ๆ ด้วย

มัสยิดกรือเซะ_1

มัสยิดกรือเซะ

มัสยิดกรือเซะ_2

มัสยิดกรือเซะ

📌วังยะหริ่ง📌

วังสวยที่ปัจจุบันยังมีคนอาศัยอยู่ ที่นี่ต้องติดต่อนัดการเข้าชมก่อนนะคะ ไม่ใช่ว่านึกจะไปก็ไปได้เลย ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่มีให้บริจาคตามอัธยาศัยแทน 

วังยะหริ่ง_2

วังยะหริ่ง

ตัววังเป็นอาคารสองชั้น สร้างแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ วางตัวอาคารแบบรูปตัวยู เป็นแบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบยุโรป บอกได้เลยว่าวังยะหริ่งสวยงามข้ามกาลเวลาจริง ๆ

วังยะหริ่ง_3

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่ง_1

วังยะหริ่ง

📌วังเจ้าเมืองหนองจิก📌

“ความเงียบ” คือสิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อก้าวเข้ามาเยือนวังเจ้าเมืองหนองจิกแห่งนี้ ตัวอาคารที่เหลืออยู่ให้พวกเราได้เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นตัวอาคารบริวาร ส่วนตัวอาคารที่เป็นวังได้ถูกรื้อถอนออกไปตั้งแต่สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาแล้ว แต่เห็นเงียบเชียบ และเย็นแปลก ๆ จนน่ากลัวขนาดนี้ 

วังหนองจิก_1

วังเจ้าเมืองหนองจิก

วังหนองจิก_2

วังเจ้าเมืองหนองจิก

เราได้ไปสอบถามคนในพื้นที่ ได้ข้อมูลว่ามีเวลามีงาน (งานอะไรนั้น ลืมชื่อไปแล้วสิ) จัดงานคึกคักด้วยนะเออ

วังหนองจิก_3

วังเจ้าเมืองหนองจิก

สำหรับสถานที่ที่พวกเราทั้งสามคนได้ไปเที่ยวในปัตตานีก็จะมีประมาณนี้ ส่วนเรื่องอาหารการกินในปัตตานีนั้นขอยกไว้รีวิวหน้านะคะ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน อย่าลืมกด Like หรือ Follow เพจ GoNeverStop ไว้ค่ะ

ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้เราใช้กันไปคนละ 10,345 บาทเชียวนะ เป็นค่าเครื่องบินเสีย 4,255 บาท เพราะจองช่วงใกล้ไป และเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์พอดี

ถึงแม้ว่าเราจะได้ไปเที่ยวชม กิน อยู่ หลับนอนในปัตตานี้ถึง 4 วันแต่ว่ายังมีที่เที่ยวในแพลนอีกเยอะเลยที่เราไปไม่ครบ การมาเที่ยวครั้งนี้ บางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามาเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสถานที่ ภาษา หรือผู้คน ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจดี บางครั้งก็รู้สึกได้ถึงมิตรภาพอันแสนอบอุ่นเหมือนมาเยือนบ้านญาติสนิท

เห็นไหมคะว่าจังหวัดปัตตานีที่หลายคนมองข้ามหรือไม่กล้าไปมีอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว ถ้ามีโอกาสเพื่อน ๆ อย่าลืมตามรอยพวกเราไปขับรถเที่ยวปัตตานี 4 วัน 3 คืนกันนะคะ

This is my story about the most dangerous province that all Thai know, Pattani. However there is not many tourists, so you will find the true relaxation, the friendship and the good food that you could not find in the other places.

这是我对北大年府旅行的评论。 北大是一个危险的地方, 全国都知道。北大有游客很少, 所以你会发现真正的放松,友谊和好吃的东西,你在其他地方找不到的美食。